หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ฉลากถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจอุ่นใจ – ไขปัญหาผู้บริโภค

    ฉลากถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจอุ่นใจ – ไขปัญหาผู้บริโภค

    คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ชีวิตประจำวันของผู้คนส่วนใหญ่คลุกคลีอยู่กับการจับจ่าย หาซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ อยู่ทุกวี่วัน ซึ่งการเลือกหาสินค้านั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องตรวจสอบข้อมูลบนฉลากให้รอบคอบก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า เพราะหนึ่งในสิทธิที่สำคัญของผู้บริโภค  ในการพิจารณาเลือกซื้อสินค้าทุกอย่าง คือ ผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับข่าวสาร รวมทั้งคำพรรณนาคุณภาพที่ถูกต้องและเพียงพอเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ปัจจุบันสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคได้ออกประกาศคณะกรรมการ ว่าด้วยฉลากแล้ว จำนวน 37 ฉบับ ครอบคลุมสินค้าประเภทต่าง ๆ  ซึ่งในประกาศแต่ละฉบับจะมีข้อกำหนดไว้ให้ผู้ประกอบธุรกิจแสดงรายละเอียดและข้อมูลที่จำเป็นของสินค้าแต่ละประเภท แต่จากการลงพื้นที่ตรวจสอบฉลากสินค้าพบว่า ผู้ประกอบธุรกิจส่วนใหญ่จัดทำฉลากสินค้าไม่ถูกต้อง เช่น ระบุชื่อสินค้าไม่ถูกต้อง ไม่ระบุชื่อผู้ผลิตหรือผู้นำเข้า แต่กลับระบุชื่อผู้จำหน่ายแทน คู่มือการใช้งาน เป็นภาษาต่างประเทศแทนที่จะเป็นภาษาไทย ไม่ระบุวันเดือนปีที่ผลิต ซึ่งการแสดงฉลากสินค้าดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่กฎหมายได้กำหนดไว้ และอาจเข้าข่ายจะต้องได้รับโทษ  จากสภาพปัญหาดังกล่าว สคบ. จึงได้จัดทำโครงการ “ฉลากถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจอุ่นใจ” ซึ่งมุ่งเน้นให้ผู้ประกอบธุรกิจ ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดทำฉลากสินค้าตามประกาศ คณะกรรมการว่าด้วยฉลาก  และตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมในการแสดงข้อมูลอันเป็นสาระสำคัญให้แก่ผู้บริโภค ได้ทราบเพื่อประกอบการพิจารณาตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ  รวมทั้ง ได้รับทราบบทกำหนดโทษในกรณีขายสินค้าที่ควบคุมฉลากหรือมีฉลากแต่การแสดงฉลากไม่ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2524 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ดังนั้น ผู้ประกอบธุรกิจจึงควรจัดทำฉลากให้ถูกต้อง แสดงข้อมูลที่ชัดเจนบนฉลากสินค้า และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ซึ่งจะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคในการพิจารณาประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้อง คุ้มค่า และปลอดภัยต่อการนำไปใช้งานได้เป็นอย่างดี.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฉลากถูกต้อง ผู้ประกอบธุรกิจอุ่นใจ – ไขปัญหาผู้บริโภค

  • คมนาคมเพิ่มรถรับวันแม่

    คมนาคมเพิ่มรถรับวันแม่

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่ากระทรวงคมนาคมได้จัดทำมาตรการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชน ในช่วงวันแม่แห่งชาติ 57 ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง4วัน ตั้งแต่วันที่ 9–12 ส.ค.57 โดยให้กรมการขนส่งทางบก เตรียมจัดหารถทั้งประจำทางและไม่ประจำทางไป -กลับตลอดช่วงเทศกาล และจัดหารถรับ – ส่ง ผู้โดยสารระหว่างสถานีขนส่งผู้โดยสารกับหมู่บ้านในท้องที่ห่างไกลให้เพียงพอกับความต้องการ รวมทั้งตั้งจุดตรวจความพร้อมของรถและพนักงานขับรถบนถนนหลักใน 11จังหวัด คือลำปาง กำแพงเพชร พิษณุโลก ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี สงขลา และระยอง ส่วนบริษัท ขนส่ง จำกัดได้เตรียมสำรองรถเพิ่ม ไม่ให้มีผู้โดยสารตกค้าง สำหรับการเดินทางภายในกรุงเทพและปริมณฑล องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เตรียมจัดเดินรถเชื่อมต่อสถานีขนส่งผู้โดยสาร 4 สถานี 35 เส้นทาง 6,400 เที่ยว ดังนี้ สถานีขนส่งจตุจักร 13 เส้นทาง รวม 2,000 เที่ยว,สถานีขนส่งสายใต้ 5 เส้นทาง รวม 1,000 เที่ยว ,สถานีขนส่งเอกมัย 8 เส้นทาง รวม1,700 เที่ยว,สถานีขนส่งหัวลำโพง 9 เส้นทาง รวม1,700 เที่ยว ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) เตรียมเพิ่มตู้โดยสารทุกขบวนๆ ละ 1 -2 ตู้ ทั้งขาไปและขากลับ คาดว่าสามารถรองรับผู้โดยสารได้เพิ่มอีกประมาณ 5,000 คนต่อวัน ขณะที่บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เตรียมจัดเที่ยวบินภายในประเทศในเส้นทางหลักให้เพียงพอกับความต้องการของผู้โดยสาร นอกจากนี้ กรมทางหลวงชนบท จัดชุดเคลื่อนที่เร็วให้บริการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยบูรณาการร่วมกับศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนของจังหวัด นางสร้อยทิพย์กล่าวต่อถึงมาตรการด้านความปลอดภัยว่า กรมฯเตรียมตรวจความพร้อมของพนักงานขับรถด้านความพร้อมทางร่างกายตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ตามมาตรการ แอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ขณะที่บขส.จะจัดเจ้าหน้าที่ตรวจความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานขับรถและตรวจการใช้สารเสพติดร่วมกับกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.5) ตั้งจุดตรวจวัดแอลกอฮอล์พนักงานขับรถโดยสาร และจัดตารางการปฏิบัติงานของพนักงานประจำรถให้เหมาะสม โดยหมุนเวียนเพื่อให้พนักงานพักผ่อนอย่างเพียงพอ นอกจากนี้กระทรวงคมนาคมยังมอบของขวัญวันแม่ โดยให้บริการรับส่งประชาชนฟรี โดย ขสมก.มีการจัดรถชัตเติลบัสรถเฉพาะกิจ และรถเมล์ฟรี ในวันที่ 8 ส.ค.57 เวลา 16.00 – 22.00 น.ใน 2 เส้นทาง คือ เส้นทางที่ 1รถเมล์สาย 3 จากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส จตุจักร – หมอชิต 2 จำนวน 24 เที่ยว และเส้นทางที่ 2 รถเมล์สาย 54 จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – หมอชิต 2 จำนวน 15 เที่ยว นอกจากนี้ ช่วง 03.00 – 07.00 น. ของวันที่ 12 ส.ค.57 จัดรถวิ่งบริการฟรี จากสถานีรถไฟฟ้าจตุจักร – หมอชิต 2 จำนวน 28 เที่ยว และเส้นทางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ – หมอชิต 2 จำนวน 12 เที่ยว สำหรับรถไฟฟ้าเอ็มอาร์ที ให้คุณแม่โดยสารรถไฟฟ้าฟรีตลอดสาย ในวันที่ 12 ส.ค.57 รวมทั้งการรถไฟแห่งประเทศไทย ยังได้จัดเดินรถจักรไอน้ำพิเศษเส้นทางกรุงเทพฯ –นครปฐม วันที่ 12 ส.ค.ในราคาพิเศษอีกด้วยสำรองที่นั่งได้ที่โทรศัพท์ 1690  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมเพิ่มรถรับวันแม่

  • ปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ต้องจนจริง

    ปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ต้องจนจริง

    นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า แนวทางการปล่อยสินเชื่อให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ไม่มีหลักประกัน (นาโนไฟแนนซ์) รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ที่กระทรวงการคลังเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณา ถือเป็นการปล่อยสินเชื่อแนวทางใหม่ นอกเหนือไปจากแนวทางเดิมที่รัฐเคยได้ทำ เช่น จัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย หรือไมโครไฟแนนซ์ เพราะเป็นการปล่อยสินเชื่อให้กับคนจนที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งเชื่อว่าเป็นประโยชน์ แต่ก็ต้องมีการติดตามตรวจสอบด้วยว่า หากปล่อยเงินไปแล้วมีผลสำเร็จหรือผลเสียอย่างไร และต้องมีระบบประเมินผล ว่าสอดคล้องกับงบประมาณที่รัฐจัดลงไปอุ้มคนกลุ่มนี้ด้วยหรือไม่ “ถามว่าดีไหม ในหลักการเชื่อว่าดี เพราะเป้นการแยกย่อยลงไปถึงกลุ่มคนที่มีรายได้น้อย หรือเป็นคนที่จนจริงๆ ที่ไม่มีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินทุน นอกเหนือจากนโยบายเดิมที่รัฐทำอยู่ และเชื่อว่า การผลักดนสินเชื่อรูปแบบนี้ออกไป ก็สอดคล้องกับนโยบายของคสช.ที่ต้องการช่วยกลุ่มคนจน และช่วยลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ แต่จะได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นอย่างไร ถึงตอนนั้นคงต้องมาติดตามกันอีกที” ด้านนางวรวรรณ ชาญด้วยวิทย์ ที่ปรึกษาด้านหลักประกันทางสังคม สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า การแก้ปัญหาดังกล่าว คงต้องมีระบบตรวจสอบด้วยว่า กลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยที่จะเข้ามากู้เงินนั้น นำเงินไปใช้ประโยชน์จริงหรือไม่ หากนำเงินไปใช้ไม่เหมาะสม คงไม่สามารถตอบโจทย์การช่วยเหลือกลุ่มคนจนจริงได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการคัดกรองผู้ที่เข้าข่ายปล่อยกู้ได้คงต้องเข้มงวด และคงมีรายละเอียดที่ต้องมาพิจารณากันอีกมาก  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปล่อยกู้นาโนไฟแนนซ์ต้องจนจริง