นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ยอดการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ ประเทศบราซิลร ะหว่างวันที่ 12 มิ.ย.-13 ก.ค.57 มีแนวโน้มที่จะมีมูลค่าลดลงจากเดิมที่ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้เกือบ 70,000 ล้านบาทเหลือเพียง 45,000 – 50,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากนโยบายการปราบปรามบ่อนการพนันของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เข้มงวดทำให้เม็ดเงินในการพนันบอลลดลงจากเดิมที่คาดไว้ 40,000 – 45,000 ล้านบาทเหลือเพียง 20,000 – 25,000 ล้านบาทหรือหายไป 20,000 ล้านบาท “การปราบปรามการพนันบอลอย่างเข้มงวดเป็นเรื่องที่ดีมากในแง่ของสังคม ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ก็พึ่งพอใจและส่งเสริมให้ปราบปรามอย่างมาก แต่หากมองเฉพาะในแง่ของอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเดียวเม็ดเงินที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจมีทั้งในระบบ นอกระบบ และ ผิดกฎหมาย ซึ่งในส่วนของเม็ดเงินที่หายจากการพนันฟุตบอล 20,000 ล้านบาท ก็จะทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากเทศกาลการแข่งขันฟุตบอลโลกลดลงจากเดิมที่คาดว่าเม็ดเงิน 70,000 ล้านบาทจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัว 0.3-0.5% หากเหลือเม็ดเงิน 40,000-45,000 ล้านบาทจีดีพีจะลดลงเหลือ 0.2-0.3%” นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สาเหตุที่เงินจากการพนันที่หายไป 20,000 -25,000 ล้านบาทจนส่งผลกระทบจากจีดีพีหายไป 0.1-0.2% เนื่องจากเม็ดเงินดังกล่าวสามารถหมุนในระดับได้อย่างน้อย 3 รอบ หรือไม่ต่ำกว่า 60,000 – 75,000 ล้านบาท นอกจากนี้เม็ดเงินจากการพนันลดลงแล้วยังพบว่าประชาชนต่างจังหวัดชะลอการใช้จ่าย เช่น ซื้อชุดฟุตบอลหรือของที่ระลึกในการเชียร์ทีมที่ชอบ รวมถึงการไปเชียร์บอลตามร้านอาหาร เนื่องจากเศรษฐกิจในต่างจังหวัดยังไม่ฟื้นตัวมากนักโดยเฉพาะราคาพืชผลทางการเกษตรอย่างข้าวและยางพาราอยู่ภาวะที่ตกต่ำ รวมถึงช่วงเวลาการแข่งขันตรงกับช่วงดึกทำให้ประชาชนส่วนใหญ่กลับมาดูการถ่ายทอดฟุตบอลที่บ้านเพราะมีการถ่ายทอดสดผ่านฟรีทีวี “เม็ดเงินการบริโภคสินค้าที่ประเมินไว้ 20,000 -25,000 ล้านบาทแม้จะมีการซบเซาลงบ้างแต่คงไม่เยอะ โดยเฉพาะร้านอาหารที่ไม่คักคักมากนัก รวมถึงชุดฟุตบอล ที่ส่วนหนึ่งทีมดังๆ ซึ่งมีแฟนบอลในไทยจำนวนมากตกรอบเร็วกว่ากำหนด เช่น ทีมอังกฤษ, อิตาลี, สเปน เป็นต้น” นายธนวรรธน์ กล่าวว่า สาเหตุที่ในระยะหลังประชาชนมีการเล่นพนันบอลกันมากก่อนที่จะมีคสช.เข้ามาปราบปราม เนื่องจากในช่วงที่เศรษฐกิจไม่ดีคนที่เล่นพนันบอลต้องการเงินรางวัลเกินครึ่ง ส่วนที่เหลือก็จะเป็นการเล่นตามกระแส รวมถึงเพื่อความสนุกสนาน เป็นต้น “สิ่งที่ทางมหาวิทยาลัยหอการค้าย้ำคือ ไม่สนับสนุนการพนันในช่วงเทศกาลฟุตบอลโลกแม้ว่าจะทำให้จีดีพีลดลงจากเดิม เพราะเรื่องดังกล่าวจะเกิดปัญหาสังคมตามมาภายหลังโดยเฉพาะในกลุ่มที่แพ้พนันบอลในวงเงินมากๆ ดังนั้นจึงอยากให้ผู้ปกครองดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิดในการรับชมฟุตบอลโลก, ให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนในการเรื่องของโทษและสิ่งที่จะได้รับเมื่อติดพนันบอล, ส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนเล่นกีฬา, ควรถ่ายทอดซ้ำในคู่ที่เป็นที่นิยม และให้ตำรวจตรวจตราเพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันอาชญากรรมและการทะเลาะวิวาท เป็นต้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดพนันบอลโลกหาย 2 หมื่นล้าน
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ยอดพนันบอลโลกหาย 2 หมื่นล้าน
-

เปิดเว็บไซต์ขายมันสำปะหลัง
รายงานข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า กรมฯ ได้จัดทำระบบตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังเพื่อเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลังของไทยกับผู้ซื้อ ผู้ใช้ ทั้งในและต่างประเทศ ผ่านเว็บไซต์ https://tapioca.dft.go.th โดยสมาชิกสามารถสร้างร้านค้าออนไลน์บนระบบฯ ได้ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย และกรมฯ จะเป็นสื่อกลางในการประชาสัมพันธ์ข้อมูลร้านค้าออนไลน์ของสมาชิก ไปยังกลุ่มผู้ซื้อ ผู้ใช้ ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังทั้งในและต่างประเทศ ผ่านช่องทางต่างๆ เช่น งานอินเตอร์เนชั่นนอล เทรด แฟร์ เป็นต้น ทั้งนี้ เดือน ก.ค. 57 กรมฯ จะจัดคณะเดินทางไปฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ การสร้างร้านค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังออนไลน์ บนระบบดังกล่าว ให้กับผู้ประกอบการมันสำปะหลัง เพื่อให้สามารถสร้างร้านค้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะจัดฝึกอบรมในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ชลบุรี กำแพงเพชร และกาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกมันสำปะหลังส่วนใหญ่ของประเทศ “ตลาดกลางอิเล็กทรอนิกส์ดังกล่าว เป็นเครื่องมือทางการตลาด ที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการมันสำปะหลังของไทย สามารถเข้าถึงผู้ซื้อทั้งในและต่างประเทศ ได้โดยตรง ถือเป็นช่องทางการขยายตลาดมันสำปะหลังอีกทางหนึ่ง” ขณะเดียวกัน กรมฯ จะเข้าไปช่วยพัฒนายกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย เพื่อให้ตรงตามความต้องการของตลาด โดยผลักดันให้ผู้ประกอบการลานมัน ผลิตมันเส้นสะอาด ซึ่งสามารถจำหน่ายได้ในราคาสูงกว่ามันเส้นทั่วไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดเว็บไซต์ขายมันสำปะหลัง -

สคบ.คุมเข้มโฆษณากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล – ไขปัญหาผู้บริโภค
เมื่อไทยก้าวเข้าสู่ยุคทีวิดิจิตอลแน่นอนว่าย่อมต้องมีการเปลี่ยนแปลงในแวดวงทีวีไทยอันจะนำมาสู่การพัฒนาให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และบริการที่หลากหลาย จากช่องรายการที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับคุณภาพที่ปรับปรุงดีกว่าเก่า จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการนำประเทศเข้าสู่ยุคทีวีดิจิตอลดั่งเช่นประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก การเตรียมพร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับยุคที่มีระบบทีวีทันสมัยเฉกเช่นปัจจุบันนอกจากจะต้องเรียนรู้วิธีการปรับเปลี่ยนทีวี จากระบบอนาล็อก ซึ่งเป็นระบบที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและยาวนาน สู่ระบบทีวีที่มีความทันสมัยอย่าง “ทีวีดิจิตอล” แล้ว ผู้ชมก็ต้องเริ่มมองหาอุปกรณ์รับสัญญาณมาติดตั้งเพิ่มเติม ซึ่งอุปกรณ์ที่ว่านี้ ก็คืออุปกรณ์กล่องรับสัญญาณโทรทัศน์ในระบบดิจิตอล (SetTop Box) เพื่อนำมาติดตั้งเพิ่มเติมเข้ากับเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบอนาล็อก โดยให้ผู้บริโภคสังเกตสัญลักษณ์หรือเครื่องหมายรับรองมาตรฐาน ทางเทคนิค ต้องมีสัญลักษณ์ ’น้องดูดีดิจิตอลทีวี“ และ ’Hologarm กสทช. Class A Broadcast“ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนด เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกซื้อกล่องรับสัญญาณดังกล่าว แต่ปัจจุบันก็ยังพบร้านค้าหรือห้างร้านบางแห่ง โฆษณาจำหน่ายเครื่องรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินระบบดิจิตอล โดยเฉพาะกรณีของเครื่องรับโทรทัศน์ในระบบอนาล็อก โดยปกปิดข้อมูลบางส่วนส่งผลให้ประชาชนเข้าใจผิด ว่าเครื่องรับโทรทัศน์ดังกล่าวสามารถรับชมบริการในระบบดิจิตอลได้ โดยไม่มีการชี้แจงรายละเอียดเงื่อนไข หรือแสดงแล้ว แต่ตัวอักษรยังมีขนาดเล็ก และไม่ชัดเจน เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องครบถ้วน อันเป็นการกระทำที่อาจขัดต่อกฎหมายเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เข้ามาดูแลและควบคุมดำเนินการการโฆษณาตามกฎหมายซึ่งผู้ประกอบการจะต้องไม่ใช้ข้อความที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค หรือใช้ข้อความที่อาจก่อให้เกิดผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนรวม ดังนั้น เพื่อให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงขอให้ผู้ประกอบการกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลแสดงข้อมูลรายละเอียด และระบุเงื่อนไขการใช้งานอย่างชัดเจน เพื่อเป็นข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ผู้บริโภคได้พิจารณาก่อนเลือกซื้อ หากยังพบผู้ประกอบการรายใดมีเจตนาก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในแหล่งกำเนิดสภาพ คุณภาพ ปริมาณหรือสาระสำคัญประการอื่นอันเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะเป็นของตนเอง หรือผู้อื่นโฆษณาหรือใช้ฉลากที่มีข้อความอันเป็นเท็จหรือข้อความที่รู้หรือควรรู้อยู่แล้ว ว่าอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดเช่นว่านั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนหรือปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากการมีกฎหมายออกมาให้ความคุ้มครองผู้บริโภค ในกรณีที่ถูกเอารัดเอาเปรียบแล้วสิ่งที่ผู้บริโภคอย่างเรา ควรตระหนักอย่างยิ่ง ก่อนการตัดสินใจเลือกซื้อ คือการศึกษาหาข้อมูลจากผู้รู้ หรือจากแหล่งที่มาที่เชื่อถือได้และอ่านเงื่อนไขของรายละเอียดการใช้งานอย่างรอบคอบเพื่อให้มั่นใจได้ว่า “จะได้กล่องรับสัญญาณดิจิตอลทีวีมาใช้อย่างไร้ปัญหา”.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.คุมเข้มโฆษณากล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล – ไขปัญหาผู้บริโภค