ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตารางการเดินทางระบบโดยสารสาธารณะประจำวันที่ 28 พ.ค. 57หลังมีการปรับเวลาเคอร์ฟิวเป็น 00.01-4.00 น มีดังนี้ รถไฟฟ้า ทั้ง3 ระบบ บีทีเอส, เอ็มอาร์ที, และแอร์พอร์ตลิ้งค์ เปิดให้บริการทุกเส้นทางตั้งแต่ 06.00-23.00 น. รถเมล์ขสมก.เริ่มเดินรถออกจากอู่เวลา 03.00 น. รถคันสุดท้ายเข้าอู่เวลา 24.00น.และงดรถกะสว่างที่วิ่งทั้งคืน รถ บขส. เปิดเดินรถทุกเส้นทางออกจากสถานีขนส่งไม่เกิน22.00 น.และรับคืนตั๋วเต็มจำนวน สำหรับผู้ที่จองตั๋วล่วงหน้าแต่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงนี้ รถไฟ เปิดเดินรถปกติขบวนสุดท้ายออกจากสถานีไม่เกิน 23.00 น. และรับคืนตั๋วเต็มจำนวน สำหรับผู้ที่จองล่วงหน้าแต่ไม่สะดวกเดินทางในช่วงนี้ เรือโดยสาร เรือด่วนเจ้าพระยา คลองแสนแสบ เปิดให้บริการปกติไม่เกิน 20.00 น.แต่ขยายเวลาให้บริการเรือข้ามฟากสาทร สี่พระยา เป็น 23.00-24.00 น. เครื่องบิน เปิดให้บริการตามปกติ24 ชม.สำหรับผู้เดินทางระหว่างเคอร์ฟิว ให้นำบัตรโดยสาร และหนังสือเดินทางแสดงระหว่างเดินทางด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถ-เรือขยายเวลาให้บริการ
Blog
-

รถ-เรือขยายเวลาให้บริการ
Facebook Comments -

เอกชนชง7ข้อฟื้นเศรษฐกิจ เร่งเชิญตปท.แจงดึงเชื่อมั่น
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมาบรรดาภาคเอกชนทั้ง 7 องค์กร ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย, สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศ ไทย (ส.อ.ท.), สมาคมธนาคารไทย, สภาธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย, ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย ได้หารือร่วมกันถึงแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งสามารถสรุปร่วมกันได้ 7 ข้อ โดยแต่ละองค์กรจะกลับไปจัดทำรายละเอียดให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนนำมาพิจารณาใหม่ในสัปดาห์หน้า ก่อนจะสรุปรายละเอียดทั้งหมดส่งให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติหรือ คสช. พิจารณาผลักดันต่อไป ทำการบ้านเพิ่ม นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การประชุมของภาคเอกชนทั้ง 7 องค์กรในครั้งนี้เป็นการหารือครั้งแรกของภาคเอกชน หลัง คสช. เข้ามาบริหารประเทศ โดยเป็นการระดมความเห็นเพื่อเหลือประเทศทั้งระยะสั้นและยาวซึ่งมาตรการต้องสามารถดำเนินได้จริงเกิดประสิทธิภาพและสร้างอนาคตประเทศไทยในระยะยาว 10-20 ปีข้างหน้าเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นสู่สังคมไทยให้เข้มแข็งและยั่งยืนรวมทั้งความเชื่อมั่นจากต่างชาติ นักลงทุน นักท่องเที่ยวต้องกลับคืนมา ทั้งนี้กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจ ได้แก่ การเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ, การปฏิรูปการลงทุนของภาครัฐและเอกชน, การยกระดับการศึกษาและนวัตกรรม, การแก้ปัญหาสังคมและความเหลื่อมล้ำ, การสร้างธรรมาภิบาลและแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่น, การพัฒนาระเบียบต่าง ๆ ของภาครัฐ และการพัฒนาโครงสร้างใหม่ในระบบเศรษฐกิจไทย “กรอบปฏิรูปเศรษฐกิจทั้ง 7 ข้อมีทั้งโครงการระยะสั้นและระยะยาวซึ่งได้ให้แต่ละองค์กรกลับไปศึกษาว่าจะสามารถทำอะไรได้บ้าง และจะทำให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างไร ซึ่งเมื่อหารือกันตกผลึกแล้วจะเสนอเรื่องให้ คสช. นำไปพิจารณา” เชิญเอกชน ตปท. ถก นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ความเชื่อมั่นต่อประเทศไทยหายไปพอสมควร ซึ่งในส่วนของความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ส.อ.ท.และหอการค้าไทย จะมีการเชิญหอการค้าและสภาธุรกิจต่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทยซึ่งมีไม่ต่ำกว่า 30 แห่ง มาสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงสื่อให้คู่ค้าในต่างประเทศมั่นใจว่าผู้ประกอบการในไทยยังสามารถผลิตและส่งสินค้าได้ตามปกติ เร่งดึงเชื่อมั่นลูกค้า นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการส่งออกไทยหลายรายเตรียมที่จะเจรจากับลูกค้าเพื่อสร้างความมั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองเพื่อขอร้องให้ลูกค้าต่างประเทศช่วยไปชี้แจงกับผู้บริหารระดับสูงของแต่ละประเทศเข้าใจถึงสถานการณ์ประเทศไทยในกรณีที่ คสช. ที่เข้ามาเพียงเพื่อรักษาความปลอดภัยแก่คนในประเทศ และไม่ต้องการเข้ามาอยู่ในอำนาจนาน ๆ สำหรับในส่วนของสถานการณ์ส่งออกนั้นได้รับการยืนยันจากลูกค้าต่างประเทศแล้วว่าจะไม่มีการยกเลิกคำสั่งซื้อ (ออร์เดอร์) ล่วงหน้าจากผู้ประกอบการไทยแน่นอน เนื่องจากมั่นใจว่าผู้ส่งออกสามารถที่จะผลิตสินค้าและส่งออกได้ทันเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าการส่งออกในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของไทยยังมีในภาวะปกติ ขอขยายเวลาเคอร์ฟิว นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) กล่าวว่า ทาง สทท. เข้าใจว่าการเข้ามาของ คสช. เพื่อต้องการรักษาความปลอดภัยของคนในชาติดังนั้นหากสถานการณ์ความปลอดภัยเข้าสู่ภาวะปกติแล้วอยากให้ คสช. มีการขยายระยะเวลาเคอร์ฟิวจาก 22.00-05.00 น. เป็น 24.00-05.00 น. ซึ่งจะช่วยภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว นอกจากนี้ คสช. ควรออกมาตรการส่งเสริมให้คนไทยออกมาท่องเที่ยวระหว่างภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศแล้ว ยังช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนไทยในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น การให้คนภาคใต้ไปเที่ยวภาคเหนือ ให้คนภาคอีสานไปเที่ยวภาคใต้ เป็นต้น เนื่องจากการที่ได้ไปท่องเที่ยวต่างถิ่นก็จะเข้าใจวิถีชีวิตมุมมองความคิดของคนต่างถิ่นมากขึ้น ขอการเมืองนิ่ง นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า หากการเมืองนิ่งจะทำให้นักลงทุนทั้งประเทศและต่างประเทศเกิดความเชื่อมั่นกล้าเข้ามาลงทุน รวมทั้งทำให้ประชาชนเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยปกติ เพราะปัจจุบันประชาชนมีกำลังซื้อแต่ไม่กล้าใช้จ่าย เนื่องจากไม่มั่นใจด้านการเมือง นอกจากนี้เห็นว่ารัฐบาลจะต้องเร่งเดินหน้าโครงการภาครัฐตามแผนที่วางไว้โดยเร็ว ซึ่งไม่จำเป็นต้องลงทุนโครงการทั้งหมด แต่ลงทุนโครงการที่มีความจำเป็นก่อน โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟรางคู่ หรือส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าที่มีอยู่ในแผนเดิมอยู่แล้วให้เห็นผลเป็นรูปธรรม “เมื่อความอึมครึมหรือมรสุมหมดลงการใช้จ่ายในประเทศจะเริ่มกลับคืนมา ซึ่งยอมรับว่าเราช้ากว่าคู่แข่ง 6 เดือน และการจะก้าวให้ทันจะต้องเร่งเดินหน้าโครงการต่าง ๆ ที่สำคัญตั้งแต่ครึ่งหลังของปีนี้ เพราะถ้าการเมืองจบนโยบายไปถูกทางประเทศชาติก็เดินหน้าได้ และเชื่อว่าจะสามารถสร้างความมั่นใจแก่นักลงทุน และผู้บริโภคได้” ต่างชาติเข้าใจไทย นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) กล่าวว่า ตลท. จะเร่งสร้างความเข้าใจแก่นักลงทุนต่างชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองไทย เพื่อให้นักลงทุนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง โดยที่ผ่านมาดัชนีก็ไม่ปรับลดลงมากและทิศทางการปรับลดก็มีลดน้อยกว่าบางประเทศในภูมิภาคนี้ เนื่องจากต่างชาติเริ่มเข้าใจสถานการณ์ของไทยมากขึ้น. มนัส แวววันจิตร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนชง7ข้อฟื้นเศรษฐกิจ เร่งเชิญตปท.แจงดึงเชื่อมั่นFacebook Comments -

ไอซีทียันไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊ก
วันนี้ (28 พ.ค.) เวลา 16.30 น. นายสุรชัย ศรีสารคราม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวยืนยันว่า กระทรวงไอซีทีไม่มีคำสั่งปิดเว็บไซต์เฟซบุ๊กอย่างแน่นอน และได้สอบถามปัญหากรณีที่ไม่สามารถใช้งาานได้เมื่อเวลา15.30น.ของวันที่ 28 พ.ค.57ที่ผ่านมาว่า ระบบเชื่อมต่อต่างประเทศ (อินเทอร์เน็ตเกตเวย์) มีปัญหา เนื่องจากมีจำนวนผู้ใช้จำนวนมาก ทำให้ระบบล่ม ซึ่งทางผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตเกตเวย์ กำลังแก้ไขปัญหา คาดว่าสามารถใช้งานได้ในเวลา 17.00 น.เป็นต้นไป พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ที่ปรึกษาปลัดไอซีที กล่าวว่า ไม่ได้รับคำสั่งจาก คสช.ให้ปิดเฟซบุ๊ก โดยมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีการใช้งานมากกว่าปกติ ทำให้เกตเวย์มีปัญหา ขณะนี้สามารถใช้งานได้ปกติแล้ว ด้านเอไอเอส แจ้งว่า เนื่องด้วยขณะนี้ระบบการให้บริการของบริษัทฯ มีปัญหาในการเชื่อมต่อกับserver ของFacebookทำให้ผู้ใช้งานไม่สามารถใช้งานได้ชั่วขณะหนึ่ง บริษัทกำลังเร่งดำเนินการแก้ไข บริษัทขออภัยมา ณ ที่นี้ และดีแทค ได้แจ้งว่า ได้ปฏิบัติตามการแจ้งจากกสทช. และกำลังทำให้บริการกลับมาสู่ปกติโดยเร็วที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีทียันไม่ได้สั่งปิดเฟซบุ๊กFacebook Comments