ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (15 ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลักดันดัชนีระยะสั้น ก่อนจะทยอยปรับตัวลดลงในช่วงท้ายตลาด เนื่องจากไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน ประกอบกับหุ้นในกลุ่มพลังงานได้รับแรงกดดันจากการปรับลดราคาน้ำมันช่วงวานนี้ อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังไม่มีความเชื่อมั่นว่าบรรยากาศการลงทุนจะปรับตัวได้อย่างมีเสถียรภาพในช่วงนี้ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีทะยานขึ้นสูงสุด 1,556.47 จุด และลดลงต่ำสุด 1,547.13 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,547.41 จุด เพิ่มขึ้น 0.63 จุด หรือ 0.04 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 39,327.24 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทีพีไอโพลีน ปิดที่ 19.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.10 บาท2.ทรู ปิดที่ 11.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท3.ปตท.สผ. ปิดที่ 147.00 บาท ลดลง 3.00 บาท4.ปตท. ปิดที่ 351.00 บาท ลดลง 5.00 บาท5.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 224.00 บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 0.63 จุด
Blog
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 15 ตุลาคม 2557 ปิดบวก 0.63 จุด
Facebook Comments -

หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดี
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าเมื่อวันที่15ต.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับนางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทยเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ โดยเห็นว่า ปัจจุบันภาวะเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ได้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทุกประเทศ ซึ่งเศรษฐกิจไทยเอง ก็ได้รับผลกระทบ แต่เชื่อว่า จะกระทบเพียงระยะเวลาสั้นๆ เพราะไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งส่วนด้านความร่วมมือสิงคโปร์ก็พร้อมร่วมมือกับไทยทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการค้าการลงทุนพร้อมทั้งยังเข้าใจสถานการณ์การเมืองไทย และเห็นว่าไทยเป็นมิตรประเทศที่ดีกับสิงคโปร์มายาวนาน และหากไทยมีข้อขัดข้อง สิงคโปร์พร้อมให้การสนับสนุน“ทูตสิงคโปร์มาถามตรงๆว่า ในด้านเศรษฐกิจรัฐบาลนี้จะทำอะไรบ้าง จึงได้เล่าให้ฟังว่า เรื่องใหญ่ที่จะทำมีเรื่องปรับโครงสร้างภาษี ปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้เหมาะสม เพราะประเทศไทยมีการใช้น้ำมันสูงมากถึง19%ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ขณะที่ประเทศอื่นใช้ไม่ถึง10%และถ้าเป็นไปแบบนี้ต้นทุนจะแพ้เขา จึงต้องปรับโครงสร้างการประหยัดน้ำมันให้มากกว่านี้ และยังคุยถึงเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟรางคู่ ซึ่งทางสิงคโปร์ทราบอยู่แล้ว”ทั้งนี้ยังได้ชี้แจงว่า รัฐบาลได้ให้ความสนใจต่อการดูแลผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งถือเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย แต่ปัจจุบันกำลังประสบปัญหาราคาตกต่ำ เช่น ข้าวและยางพารา โดยปัญหาเรื่องข้าวที่มีราคาตกต่ำนั้น เป็นผลจากปริมาณและความต้องการไม่สอดคล้องกัน จึงจำเป็นต้องหามาตรการที่จะดึงปริมาณข้าวฤดูกาลใหม่ออกจากตลาด ไม่ให้เกษตรกรนำข้าวเปลือกมาขายพร้อมกัน รวมถึงต้องหาตลาดต่างประเทศมารองรับผลผลิตข้าวเปลือกด้วยส่วนเรื่องยางพารา ปัจจุบันต้องเผชิญปัญหาราคายางลดต่ำลง ล่าสุดได้เสนอมาตรการแก้ปัญหายางพาราทั้งระบบ เช่น การสนับสนุนเงินทุนเพื่อปรับเปลี่ยนการปลูกยาง การจัดสรรการปลูกพืชชนิดอื่นให้เหมาะสม หรือโซนนิ่ง ซึ่งอยู่ในขั้นตอนศึกษาวิเคราะห์ว่า ควรใช้นโยบายใดเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับเกษตรกรรายย่อย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หม่อมอุ๋ยยันเศรษฐกิจไทยดีFacebook Comments -

ททท.ร่นเวลาจัดงานเทศกาลไทยเที่ยวไทยเร็วขึ้น
นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมเลื่อนการจัดงานเทศกาลไทยเที่ยวไทยหรือ ไทยแลนด์ ทัวร์ริสซึ่ม เฟสติวัล (ทีทีเอฟ) ซึ่งเป็นงานใหญ่ประจำปีของ ททท. ให้เร็วขึ้นจากเดิมจะจัดในเดือนมิ.ย.มาเป็นช่วงเดือนม.ค.บริเวณสวนลุมพินี เพื่อให้สอดคล้องกับการเปิดปีการท่องเที่ยววิถีไทย ที่จะมีพิธีเปิดในวันที่ 14 ม.ค.ปีหน้า ขณะเดียวกันยังเป็นการจัดช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ซึ่งจะช่วยสร้างการจูงใจและเกิดการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้นด้วย“รูปแบบการจัดงานทีทีเอฟที่จะจัดในปีหน้า จะมีความยิ่งใหญ่มากขึ้น และเป็นปีแรก ที่จะมีการจัดขบวนแห่แสดงศิลปวัฒนธรรมไทย เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับนักท่องเที่ยวและสื่อมวลชนทั่วโลกซึ่งจะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นไทยมาเป็นงานใหญ่เพื่อให้ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติได้เข้าถึงง่าย” ขณะเดียวกัน ททท.ยังเตรียมนำงานด้านการซื้อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวจากเดิมที่อยู่ในงานทีทีเอฟ ให้ย้ายมาจัดที่งานงานวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาซึ่งจะจัดในเดือนต่อๆ ไปแทน เพราะเป็นงานที่มีการซื้อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน คือมีวัตถุประสงค์ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ ในการกระตุ้นการเศรษฐกิจท่องเที่ยวภายในประเทศโดยภายในงานได้มีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วประเทศ อาทิ ผู้ประกอบการโรงแรม รถยนต์เช่า เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.ร่นเวลาจัดงานเทศกาลไทยเที่ยวไทยเร็วขึ้นFacebook Comments