นายริชาร์ด จูเชรี กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทยผลิตภัณฑ์ยิบซั่ม จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ระบบงานฝ้าเพดานและงานผนังยิปซัม ตรายิปรอค เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ 2 ชนิด คือ แผ่นยิปซัมชนิดทนชื้น ทนรา ยิปรอค เอ็มทูเทค และปูนยิปโค้ท โททอล โดยมีแผนจัดจำหน่ายผ่านร้านค้ากว่า 400 รายทั่วประเทศ และตั้งเป้าหมายยอดขายเติบโตขึ้นอีก 5% ของรายได้บริษัท ทั้ง นี้ภาพรวมตลาดยิปซัมปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 5-6% หรือมีการใช้ยิปซัม 110-120 ล้านตารางเมตร หลังจากครึ่งปีแรกชะลอตัวไป จากผลกระทบทางการเมือง แต่เชื่อว่าจากนี้ไป โดยเฉพาะไตรมาส 4 เเศรษฐกิจจะฟื้นตัวขึ้น จากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมา ซึ่งส่งผลดีต่อภาคธุรกิจอสังหาริมทรัยพ์ให้เติบโตตามไปด้วย ซึ่งบริษัทคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด 35% ของตลาดรวม และมีกำลังการผลิตปีละ 70 ล้านตารางเมตร พร้อมทั้งคาดว่า ปีหน้า ภาพรวมตลาดวัสดุก่อสร้างจะมีแนวโน้มเติบโตเพิ่มขึ้นเป็น 7-8% ได้แน่นอน สำหรับ แผนการดำเนินงานในปี 58 บริษัทเตรียมขยายศูนย์ยิปรอค โซน และ ยิปรอค เซ็นเตอร์ เพิ่มอีก 1-2 สาขา จากปัจจุบันที่มี 4 สาขา โดยใช้งบลงทุนสาขาละ 2-3 ล้านบาท ส่วนยิปรอคโซน มีสาขากระจายอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองใหญ่ที่มีการเติบโตทางธุรกิจ และมีแผนเพิ่มให้ 22 สาขาให้ได้ภายในปีหน้า ขณะเดียวกันจะปรับราคาเพิ่มขึ้นอีก 3-5% ด้วย นาย ริชาร์ด กล่าวว่า นอกจากนี้ บริษัทมีแผนขยายฐานการผลิตในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้อินโดนีเซีย นำเข้ายิปซั่มจากไทย นอกจากนี้ยังมีแผนรุกขยายไปยังประเทศมาเลเซีย เมียนมาร์ เวียดนาม ด้วย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่า ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางการผลิตในภูมิอาเซียนอยู่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยิปซัมยิปรอดบุกตลาดโค้งสุดท้าย
Blog
-

ยิปซัมยิปรอดบุกตลาดโค้งสุดท้าย
Facebook Comments -

ทุ่ม3พันล้านผุดเอสซีจีโฮมโซลูชั่น
นายนิธิ ภัทรโชค ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่-ตลาดในประเทศ บริษัท เอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด เปิดเผยว่า เอสซีจี ได้เปิดศูนย์บริการและจำหน่ายสินค้าวัสดุก่อสร้างครบวงจรแบรนด์ใหม่ คือ เอสซีจี โฮมโซลูชั่น โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท หลังจากสำรวจพบว่า ลูกค้าที่มีประสบการณ์สร้างบ้านเอง และกลุ่มที่กำลังจะสร้างบ้านใหม่ ส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการพิจารณาตัดสินใจเลือกวัสดุก่อสร้างให้ถูกต้อง เหมาะสมกับความต้องการ การใช้งาน จึงกังวลว่าการสร้างบ้านเป็นเรื่องยุ่งยาก และแนวโน้มลูกค้าปัจจุบันต้องการความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ดังนั้นจึงเอสซีจีจึงได้ปรับช่องทางการจำหน่ายใหม่ เพื่อให้ศูนย์บริการดังกล่าว เป็นเสมือนเพื่อนผู้เชี่ยวชาญทุกเรื่องการสร้างบ้าน “ศูนย์บริหารดังกล่าว ถือเป็นการปรับเปลี่ยนการทำตลาดและช่องทางการจำหน่าย เพราะจะทำให้ลูกค้าที่ต้องการสร้างบ้าน หมดกังวลในทุกขั้นตอน จากการดูแลทุกความต้องการของลูกค้าตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งให้คำปรึกษา แนะนำการเลือกวัสดุ ระบบสินค้า ครอบคลุม 9 สินค้าหลัก ได้แก่ โครงสร้าง หลังคา ผนัง ห้องน้ำ ห้องครัว ฝ้าเพดาน วัสดุปูพื้น ผนัง ภูมิทัศน์ภายนอก และประตูหน้าต่าง ออกแบบพร้อมแสดงภาพแบบ 3 มิติให้ด้วย” ปัจจุบันเอสซีจี โฮมโซลูชั่น มีสาขาทั้งสิ้น 24 สาขา สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มียอดขายแล้วกว่า 7,000 ล้านบาท และปีนี้ตั้งเป้าหมายจะเปิดสาขาให้ครบ 33 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งตั้งเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 1-2% ของรายได้เครือซิเมนต์ไทยทั้งหมด เติบโตจากปีก่อน 19% และคาดว่าปี 58 จะมีสาขาเพิ่มเป็น 55 แห่ง ปี 60 จะครบ 80 แห่ง ซึ่งจะทำให้บริษัทมียอดขายถึง 40,000 ล้านบาท สำหรับร้านเอสซีจี โฮมโซลูชั่น นั้น จะประกอบทั้งร้านค้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างของเอสซีจีอยู่ก่อนแล้ว และการเปิดร้านใหม่ด้วย โดยหากตัวแทนรายใด ต้องการเปลี่ยนเป็นเอสซีจี โฮมโซลูชั่น บริษัทจะตกแต่งบูธให้ แต่ตัวแทนฯ ต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างของร้านใหม่ ซึ่งมั่นใจว่าจะทำให้มียอดขายเพิ่มขึ้น 19-20 % หากพื้นที่ใดยังไม่มีตัวแทนเอสซีจี บริษัทก็จะไปเปิดสาขาใหม่ คาดว่าจะสร้างรายได้ 49% โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนสาขาละ 100 ล้านบาท “ร้านตัวแทนจำหน่ายของบริษัทส่วนมากจะอยู่ในภาคอิสาน ทั้งจ. โคราช บุรีรัมย์ สุรินทร์ อุดรธานี ร้อยเอ็ด ขอนแก่น อุบลราชธานี สกลนคร ซึ่งปีนี้จะปรับเปลี่ยนทั้งสิ้น 10 สาขา และปีหน้าอีก 8 สาขา”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุ่ม3พันล้านผุดเอสซีจีโฮมโซลูชั่นFacebook Comments -

โกลเด้นแลนด์ทุ่ม 3.5พันล้านบาท ซื้อกิจการเคแลนด์
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการ บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติให้บริษัทซื้อหุ้นของบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือเคแลนด์ 1,780 ล้านหุ้น มูลค่า 3,560 ล้านบาท หรือหุ้นละ 2 บาท โดยมีมติซื้อหุ้นจาก บริษัทเอสเอ็มเจซี 6.99 ล้านหุ้น คิดเป็น 39.33% ในราคาหุ้นละ 2 บาท และจะเสนอซื้อหุ้นเคแลนด์ จากผู้ถือหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดในลำดับต่อไป หากสำเร็จจะทำให้บริษัทกลายเป็นผู้ถือหุ้นเคแลนด์ 100% แต่อย่างไรด็ดี คณะกรรมการบริษัทฯ มีเงื่อนไขว่าการเข้าทำรายการครั้งนี้ จะต้องถือหุ้นในเคแลนด์ ไม่น้อยกว่า 51% ของหุ้นทั้งหมด “การซื้อหุ้นครั้งนี้ จะเป็นผลดีกับบริษัท เพราะจะส่งผลให้สามารถขยายตลาดที่อยู่อาศัย จากตลาดระดับกลาง ให้ครอบคลุมไปถึงตลาดระดับบนได้ทันที ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมาย และกลยุทธ์ของบริษัทในการก้าวขึ้นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทยต่อไป” นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทฯ ยังมีมติให้จัดตั้งกองทุนอสังหาริมทรัพย์อาร์อีไอที (ทรัสต์) อาคารสำนักงานเกรดเอขึ้น โดยจะนำ อาคารสาทรสแควร์ ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานเกรดเอ ศักยภาพสูงตั้งอยู่ใจกลางเขตธุรกิจของกรุงเทพฯ เข้าจัดตั้งกองทุนดังกล่าว พร้อมกับ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) ที่จะนำอาคารปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ เข้าร่วมจัดตั้งในกองทุนนี้ด้วย โดยมูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท และคณะกรรมการมีมติให้เข้าจองซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน ไม่เกิน 30% ของของหน่วยทรัสต์ ที่ออกเสนอขายแก่ผู้ลงทุน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุน ทั้งนี้ การเข้าทำรายการทั้ง 2 รายการดังกล่าว จะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นก่อน ซึ่งคณะกรรมการบริษัทมีมติให้เรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/57 ในวันที่ 9 ธ.ค.นี้ เพื่อขอมติในการทำรายการดังกล่าว และจะแจ้งรายละเอียดแก่ผู้ถือหุ้นเพื่อทราบต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โกลเด้นแลนด์ทุ่ม 3.5พันล้านบาท ซื้อกิจการเคแลนด์Facebook Comments