Blog

  • ตลาดหุ้นปิดตลาดภาคเช้าบวก 6.78 จุด

    ตลาดหุ้นปิดตลาดภาคเช้าบวก 6.78 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (15 ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกคึกคักตลอดช่วงเช้า โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรเพิ่มมากขึ้นหลังจากปรับฐานลดลงต่อเนื่องถึงกว่า 2สัปดาห์ ซึ่งโดยรวมตลาดยังมีความแข็งแกร่งด้านการเติบโตของบริษัทจดทะเบียนที่เริ่มประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 แต่ปัจจัยแวดล้อมภายนอก อาทิ ความกังวลด้านการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และการใช้นโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจหลักยังมีแรงกดดันบรรยากาศการลงทุนอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่1,553.56จุด เพิ่มขึ้น 6.78จุด หรือ0.44%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย18,797.16ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดหุ้นปิดตลาดภาคเช้าบวก 6.78 จุด

  • ขสมก.ปรับแบบเหลือรถชานต่ำ

    ขสมก.ปรับแบบเหลือรถชานต่ำ

    นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ได้ปรับปรุงเงื่อนไขการประกวดราคา (ทีโออาร์) โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,600 ล้านบาทใหม่ โดยกำหนดให้จัดซื้อเป็นรถชานต่ำทั้งหมด เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ สามารถใช้บริการได้ หลังคณะกรรมการ ขสมก.ได้รับฟังรับฟังความคิดเห็นสาธารณะครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา แล้วเห็นว่าควรจะจัดซื้อรถที่สามารถให้บริการกับประชาชนทุกกลุ่มทั้งนี้ได้รายงานให้นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมรับทราบแล้ว เพื่อขอให้ประสานความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย สั่งการไปยังกรุงเทพมหานคร(กทม.) และจังหวัดปริมณฑลอีก 5 จังหวัด ในเขตพื้นที่ให้บริการของ ขสมก.เพื่อเร่งปรับปรุงสภาพถนน และสะพานให้มีมาตรฐาน เหมาะแก่รถเมล์ชานต่ำวิ่งได้ หลังจากนี้ ต้องทำเรื่องเสนอให้บอร์ด ขสมก.พิจารณาด้วย คาดว่าคงผ่านความเห็นชอบสำหรับการจัดซื้อล็อตแรก 489 คัน จะเป็นรถปรับอากาศทั้งหมด คณะกรรมการทีโออาร์ ได้สรุปร่างทีโออาร์เสร็จแล้ว และเตรียมประกาศลงเว็บไซต์ 2 ครั้ง ครั้งแรกระหว่างวันที่ 15-20 ต.ค.นี้ หากไม่มีข้อโต้แย้ง จะลงเว็บไซต์ เพื่อสรุปร่างทีโออาร์อีกครั้ง เป็นครั้งที่ 2 ช่วงวันที่ 23-28 ต.ค.นี้ คาดว่าจะประกาศขายซองประกวดราคารอบแรกได้ ระหว่างวันที่ 5-11 พ.ย. และคัดเลือกเอกชนผู้จัดหารถในเดือนธ.ค. นี้ โดยเอกชนผู้ชนะจะต้องนำรถมาทดสอบ 5-10 คัน จากนั้นจะทยอยส่งมอบรถรอบแรกครบทั้งหมดในเดือนมี.ค. 58ส่วนการจัดซื้อรอบสองอีก,694 คันนั้น จะดำเนินการหลังจากรอบแรกแล้วเสร็จ โดยจะต้องพิจารณาในส่วนของราคากลางเพิ่มเติมด้วย แต่เบื้องต้นคาดว่าราคากลางจะยังเท่าเดิม คือ รถปรับอากาศคันละ 4.5 ล้านบาท รถธรรมดาคันละ 3.8 ล้านบาท และเพื่อให้เกิดความชัดเจน ได้สอบถามราคาไปยังผู้ประกอบการ 20 บริษัทแล้ว โดยกำหนดให้แต่ละบริษัท แจกแจงรายละเอียด เกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุนการผลิต และกำหนดราคาขายด้วย จากนั้นจึงจะทราบชัดเจนว่า ราคาของรถเมล์ธรรมดาจะปรับเพิ่มขึ้นหรือไม่นายนเรศ กล่าวว่า นอกจากการจัดซื้อรถเมล์แล้ว ขสมก.ยังจะต้องจัดหาระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ทิกเก็ท) ซึ่งเป็นระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ และติดตั้งจีพีเอสบนตัวรถ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) เพื่อกำหนดและตรวจสอบสเปกของระบบตั๋วร่วม ให้สอดคล้องกับระบบอีทิกเก็ท เบื้องต้นจะใช้วิธีการเช่าระบบจากภาคเอกชน คาดว่าจะติดตั้งระบบได้หลังเดือนต.ค.58

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขสมก.ปรับแบบเหลือรถชานต่ำ

  • หนาวเหนือ-ใต้ระวัง – รู้หลบ

    หนาวเหนือ-ใต้ระวัง – รู้หลบ

    ในฤดูหนาว ประเทศไทยจะได้รับอิทธิพลจากความกดอากาศสูงที่แผ่ลงมา ลมประจำฤดูกาล เปลี่ยนจากลมตะวันตกเฉียงใต้ เป็นลมตะวันออกเฉียงเหนือ ดันให้ร่องมรสุมที่เคยปกคลุมตอนบนของประเทศให้เลื่อนลงภาคใต้ ทำให้ทะเลฝั่งตะวันออกมีคลื่นลมแรง ฝนชุกหนาแน่นทางภาคใต้ฝั่งตะวันออก อาจทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลันได้ อากาศหนาวเย็นมากเท่าไหร่ คนภาคใต้ก็เสี่ยงมากเท่านั้น ตลอดช่วงสัปดาห์ ระหว่างวันที่   13-17 ต.ค. ความกดอากาศสูงกำลังค่อน ข้างแรงจากประเทศจีน จะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนอย่างต่อเนื่อง  ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า  ร่องมรสุมที่ถูกดันลงไปพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง และอ่าวไทย จะมีกำลังแรงขึ้น จึงทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้นและตกหนักบางแห่ง กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพี่น้องภาคใต้ วันที่ 13-17 ต.ค. ให้ระวังฝนตกหนักและปริมาณฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย  เพราะถ้ามีน้ำมาก แหล่งน้ำท่าที่มีอาจรองรับไม่ไหว หลากท่วมทำความเสียหายได้ ส่วนทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็ให้ระวังหลบหลีกอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง พร้อมกับดูแลรักษาสุขภาพ เนื่องจากอากาศที่เปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม แม้จะเห็นฟ้าฉ่ำฝนแทบทุกวัน บางแห่งเกิดน้ำท่วมฉับพลัน แต่โดยรวม ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนเพื่อกักเก็บมีน้อยนิด กรมชลประทาน สรุปฟันธงมาแล้วว่า ใกล้สิ้นฤดูฝนแล้ว แต่น้ำในเขื่อนต่าง ๆ ยังมีน้อย  จึงวางแผนจัดสรรน้ำในพื้นที่ท้ายเขื่อน ตามปริมาณน้ำต้นทุนที่มี ให้ใช้อย่างเพียงพอ เน้นเพื่อการอุปโภค-บริโภค การรักษาระบบนิเวศ เป็นหลัก  ภาคการเกษตรจะส่งน้ำได้บางพื้นที่ ที่มีปริมาณน้ำเพียงพอเท่านั้น  จึงขอให้ประชาชนพื้นที่ท้ายเขื่อนแต่ละแห่ง ติดตามสถานการณ์ และการแจ้งแผนการจัดสรรน้ำจากเจ้าหน้าที่ประจำโครงการฯอย่างใกล้ชิด ทุกฝ่ายควรยอมรับว่า แล้งนี้ มีแต่ความอัตคัด ต้องประหยัดและวางแผนการใช้น้ำร่วมกันให้ดี  ไม่ควรมีกรณีพิพาทบาดหมางแย่งน้ำกัน กรมชลประทานและหน่วยงานท้องถิ่น ควรประสานเสียง สื่อสารกับชาวบ้านเกษตรกรให้ทั่วถึงแท้จริง  เพื่อเข้าใจในทางเดียวกัน แล้งนี้ ของจริง!!. หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนาวเหนือ-ใต้ระวัง – รู้หลบ