Blog

  • เฟซบุ๊กภิวัฒน์ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เฟซบุ๊กภิวัฒน์ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เชื่อว่าคุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของผมหลายคนน่าจะคิดเหมือนผมนะครับว่า โซเชียลมีเดียหรือเครือข่ายสังคมออนไลน์เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่เข้ามาพลิกโฉมหน้า เปลี่ยนแปลงโลกศตวรรษที่ 21 ของพวกเราโดยสิ้นเชิงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  มีปรากฏการณ์ใหม่ ๆ มากมายที่เกิดขึ้นมาเพราะมีโซเชียลมีเดียเป็นตัวขับดัน ไม่ว่าจะเป็นปรากฏการณ์ทางสังคม ทางการเมือง หรือแม้แต่ทางธุรกิจเองที่เดี๋ยวนี้อีคอมเมิร์ซกับเอ็มคอมเมิร์ซแข่งกันผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดไม่เว้นแต่ละวัน เฟซบุ๊กเป็นบริการเครือข่ายสังคม  ที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก มีจำนวนสมาชิกรวมทั่วโลกถึง 1.28 พันล้านคน พูดได้ว่าประมาณ 1 ใน 6 ของประชากรทั้งโลกเป็นสมาชิกของโซเชียลมีเดียตัวนี้เลยล่ะครับ ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขผู้ใช้ที่สูงขนาดนี้ย่อมส่งต่อ อานิสงส์ให้เจ้าของหรือผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กอย่างหนุ่มชาวอเมริกันชื่อ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ได้กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีที่อายุน้อยที่สุดคนหนึ่งในโลก โดยเขาสามารถมีเงินกว่า 33.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐได้ด้วยวัยเพียง 30 ปีเท่านั้นเอง ปรากฏการณ์เฟซบุ๊กหรือที่ผมขอเรียกว่า เฟซบุ๊กภิวัฒน์ (Facebookization) เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งนะครับที่ใช้เศรษฐกิจดิจิตอลสร้างสรรค์ผลิตเม็ดเงินหลักล้านล้านบาทให้แก่ผู้ก่อตั้งได้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 10 ปี ธุรกิจแทบจะทุกธุรกิจที่เมื่อก่อนแค่มีเว็บไซต์ก็พอแล้ว เดี๋ยวนี้ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองให้มีเฟซบุ๊กเพิ่มไปอีกอันด้วย ทั้งโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย องค์กรของรัฐ ยันไปถึงธุรกิจห้างสรรพสินค้า ร้านค้า สถานบันเทิง หรือแม้แต่นักการเมือง ดารา บล็อกเกอร์คนดังทั้งหลายต่างก็ต้องมีเฟซบุ๊กแฟนเพจของตัวเองทั้งสิ้น แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดานะครับว่าเมื่อมีคนชอบก็ต้องมีคนชัง มีคนนิยมก็ต้องมีคนต่อต้าน มีแชมป์ก็ต้องมีคนคิดโค่นแชมป์ อย่าง เฟซบุ๊กเอง ณ ตอนนี้ก็มีหลายคนหลายค่ายที่กำลังพยายามสร้างปรากฏการณ์ใหม่มาเพื่อล้มเฟซบุ๊กภิวัฒน์นี้ลงจากบัลลังก์ให้จงได้ ตัวอย่างหนึ่งคือโซเชียลมีเดียที่เพิ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2014 นี้ ที่ให้นิยาม ตัวเองว่าเป็นโซเชียล มีเดียสำหรับคนที่ไม่ชอบเฟซบุ๊ก (Anti-Facebook) โดยเฉพาะ ถ้าถามคุณผู้อ่านว่าไม่พอใจเฟซบุ๊กที่ตรงไหนบ้าง เชื่อว่าแต่ละคนก็คงมีความคิดเห็นต่างกันไปร้อยแปดพันเก้าใช่ไหมครับ สำหรับความไม่พอใจหลัก ๆ ของกลุ่มแอนตี้เฟซบุ๊กนี้ก็เช่น เรื่องพื้นที่โฆษณาบนเฟซบุ๊ก ที่เดี๋ยวนี้เยอะมากจนเกินไป และเรื่องนโยบายการเผยชื่อจริงของผู้ใช้งาน (Real-names Policy) ของเฟซบุ๊ก เป็นต้น ซึ่งกลุ่มคนที่ไม่พอใจเฟซบุ๊กเหล่านี้แทนที่จะอยู่เฉย ๆ ฝืนทนใช้เฟซบุ๊กต่อไป ก็ตัดสินใจรวมตัวกันภายใต้การนำของหนุ่มอเมริกันชื่อ พอล บัดนิตซ์ (Paul Budnitz) แล้วช่วยกันปั้นโซเชียลมีเดียตัวใหม่ขึ้นมาชื่อ เอลโล (Ello) ที่หักมุมจากความเป็นเฟซบุ๊กด้วยการเป็นเครือข่ายสังคมปลอดโฆษณา และเปิดกว้างให้ผู้ใช้สามารถตั้งชื่อได้อย่างเสรี ซึ่งสื่อต่างประเทศยักษ์ใหญ่อย่างซีเอ็นเอ็นรายงานว่า ในช่วงพีค ๆ มีคนเข้าไปลงทะเบียนขอใช้เอลโลมากถึง 40,000 คนต่อชั่วโมง ถือเป็นการเปิดตัวที่ไม่เลวเลยนะครับ ในศตวรรษที่ 21 ที่เศรษฐกิจดิจิตอลสร้างสรรค์เปิดโอกาสกว้างให้แก่ทุกคนอย่างตอนนี้ การแข่งขันไม่จำเป็นจะต้องเป็น Zero-Sum Game ที่ชัยชนะและผลประโยชน์ถูกแก่งแย่งแบ่งปันกันแต่เฉพาะในกลุ่มผู้แข่งขันโดยไม่ได้ส่งต่อมาถึงสังคมหรือต่อโลกเลยอีกแล้วครับ ยุคนี้สมัยนี้ที่โซเชียลมีเดียเชื่อมต่อทุกคนเข้าด้วยกัน การจะขึ้นแท่นเป็นผู้ชนะการแข่งขันที่ใสสะอาดและเต็มภาคภูมิได้ในสายตาของผู้คน จะไม่ใช่การใช้วิธีปัดแข้งปัดขา ชกใต้เข็มขัด หรือโยกขาเก้าอี้คนที่เราไม่ชอบอีกต่อไป หากแต่ต้องเป็นการตั้งหน้าตั้งตาสรรค์สร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้ได้ผลออกมาดียิ่งกว่าคนที่เราไม่ชอบต่างหาก ซึ่งผลการแข่งขันนี้ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะ แต่ทุกสายตาของโซเชียลมีเดียที่จับจ้องอยู่จะเป็นพยานครับว่าโลกของเราและสังคมของเราคือผู้ชนะ เพราะมีทั้งแชมป์เก่าและแชมป์ใหม่ช่วยกันงัดฝีไม้ลายมือคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ออกมาแข่งกัน ทำให้โลกของเราเคลื่อนต่อไปได้อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนอย่างนี้นี่เอง.  ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เฟซบุ๊กภิวัฒน์ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • ‘ไลน์ช็อป’ ร้านค้ารูปแบบใหม่

    ‘ไลน์ช็อป’ ร้านค้ารูปแบบใหม่

    ไลน์ ดึงคอลเลกชั่นไลน์เฟรนด์ ลิขสิทธิ์แท้จากเกาหลี กระตุ้นยอดขายบนแอพพลิเคชั่น “ไลน์ช็อป” ร้านค้ารูปแบบใหม่บนโลกออนไลน์  รายงานข่าวจากไลน์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังเปิดแอพพลิเคชั่น ไลน์ ช็อป ไปเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ขณะนี้ ไลน์ ประเทศไทยได้นำสินค้าไลน์ เฟรนด์ คาแรกเตอร์สุดน่ารัก ลิขสิทธิ์แท้ จากเกาหลี กลับมาให้ผู้สนใจได้เลือกช้อปกันอีกครั้ง บนแอพพลิเคชั่น ไลน์ช็อป อาทิ หมอนอิงหมีบราวน์ ตุ๊กตากระต่ายโคนี่ หรือ กระเป๋าผ้าลายมูน เพียงเข้าไปที่แอพพลิเคชั่น คลิกที่แบนเนอร์หรือสแกนบาร์โค้ด ที่บูธไลน์ช็อป ที่รถไฟใต้ดิน (MRT)สถานีสุขุมวิท โดยคลิกเลือกสินค้า โอนเงินและรอรับของที่บ้านได้เลย ทั้งนี้ไลน์ช็อป คือ แอพพลิเคชั่นจากไลน์ ที่รวบรวมร้านค้าออนไลน์มาไว้ในที่เดียว ผู้ใช้ล็อกอินได้โดยใช้ไลน์ไอดีหรือ อีเมล ได้ทันที ภายในแอพไลน์ช็อป ผู้ใช้สามารถเป็นทั้งนักช้อปและเจ้าของ ร้านภายในแอพเดียว ใช้บริการฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ และผู้ขายสินค้าสามารถ ขายสินค้าได้ไม่กำหนดจำนวนสูงสุด โดยผู้ซื้อ-ขายสินค้า รวมถึงตัวสินค้าต่าง ๆ จะต้องอยู่ในประเทศไทยเท่านั้น นักช้อปสามารถสั่งซื้อสินค้า และผู้ขายสามารถตรวจสอบประวัติธุรกรรมได้ง่าย ๆ ภายในแอพพลิเคชั่น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ไลน์ช็อป’ ร้านค้ารูปแบบใหม่

  • ล้อมคอมปล่อยโคมลอย

    ล้อมคอมปล่อยโคมลอย

    นายวรเดช หาญประเสริฐ ปฏิบัติหน้าที่รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมเตรียมร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทย ตรวจสอบ และจับกุมผู้กระทำความผิดปล่อยโคมลอย หรือจุดบั้งไฟ โดยไม่ได้รับอนุญาต เริ่มตั้งแต่วันที่ 30 พ.ย.นี้ เป็นต้นไป เพื่อเป็นการป้องกันอุบัติเหตุ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับอากาศยาน หลังจากได้ขอความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่ยังพบผู้กระทำความผิดอยู่เป็นจำนวนมาก“พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ได้มอบหมายให้ไปศึกษาหามาตรการป้องกัน ไม่ให้เกิดอุบัติทางการบินจากการปล่อย โคมลอย และการจุดบั้งไฟ ให้ได้ข้อสรุปภายในวันที่ 30 พ.ย.นี้ จากนั้นจะกำหนดกรอบและแนวปฏิบัติที่ชัดเจน โดยจะเน้นเรื่องการกำกับดูแลที่เข้มงวดมากขึ้น รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพราะข้อกำหนดและแนวปฏิบัติต่าง ๆ มีอยู่แล้ว แต่ปัญหาหลักเกิดจากการปล่อยปละละเลยของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และยังพบว่าเกิดธุรกิจการพนันจากการจุดบั้งไฟด้วย”ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม จะจัดตั้งเป็นคณะทำงานร่วมกัน และสั่งการไปในแต่ละพื้นที่ให้ดำเนินการอย่างจริงจัง กับผู้ที่กระทำผิดหรือฝ่าฝืน เพราะแม้การจุดบั้งไฟ จะเป็นประเพณีท้องถิ่น แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มักมีผู้มีอิทธิพลในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการเล่น พนัน ดังนั้นหากมีการเข้มงวดกวดขั้นจะลดอันตรายต่าง ๆได้น้อยลง รวมทั้งจะต้องกำหนดช่วงเวลา และพื้นที่ที่มีการจุดบั้งไฟ หรือปล่อยโคมลอย ให้ชัดเจนด้วย หลังจากมีการขยายพื้นที่ออกไปมาก จนกลายเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของร้านอาหารต่าง ๆ แล้ว ดังนั้นที่ไม่เกี่ยวข้องกับประเพณีท้องถิ่น อาจกำหนดเป็นข้อห้ามสำหรับข้อกำหนดขนาดมาตรฐานโคมลอย ต้องมีปริมาตรไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร มีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน 90 ซม.หรือสูงไม่เกิน 140 ซม.ทำจากวัสดุธรรมชาติ เช่น กระดาษ ส่วนโครงทำจากไม้ไผ่ เชื้อเพลิงทำจากกระดาษชุบเทียนขี้ผึ้ง พาราฟิน น้ำหนักไม่เกิน 55 กรัม โดยมีเวลาเผาไหมเชื้อเพลิงไม่เกิน 8 นาที และจะยึดติดกับตัวโคมที่ทำด้วยเชือกทนไฟหรือลวดอ่อนเบอร์ 24 จำนวน 2 เส้น ยาวเส้นละไม่เกิน 30 ซม.พล.อ.อ.ประจิน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า การจุดบั้งไฟบางรุ่นสูงถึงระดับ 30,000 ฟิต ซึ่งเป็นความสูงระดับเดียวเพดานการบินของเครื่องบิน ซึ่งอาจเกิดอุบัติเหตุได้ รวมทั้งยังพบว่ามีการปล่อยโคมลอย นอกเวลาหรือนอกเทศกาล จึงเห็นควรที่จะกำหนดมาตรการทางกฎหมาย ที่จะบังคับหรือควบคุม เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยให้ดำเนินการแบบเป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากการขอร้อง ทำความเข้าใจ และการใช้กฎหมายบังคับอย่างจริงจัง"ยอมรับว่าการปล่อยโคมลอยและบั้งไฟ ถือเป็นประเพณีของไทยที่ต้องมีการอนุรักษ์ไว้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อการบิน จึงให้ไปหาแนวทางที่จะป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายและและยังคงรักษาประเพณีเอาไว้ด้วย”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ล้อมคอมปล่อยโคมลอย