นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า 19 – 20 พ.ค. นี้กรมฯได้เชิญทูตพาณิชย์ 64 แห่งทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนกว่า 30 องค์กร เช่น สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย สภาผู้ขนส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย สมาคมด้านการค้าสินค้าและบริการ เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์การส่งออกและหามาตรการเร่งรัดผลักดันการส่งออกช่วงครึ่งหลังของปี 57 และปี 58“จากการประเมินร่วมกับภาคเอกชนในช่วงที่ผ่านมาพบว่าปัจจัยทางการเมืองของไทย เป็นปัจจัยที่ต้องติดตามมากที่สุด แม้ว่าในสถานการณ์ปัจจุบันการผลิต และส่งมอบสินค้ายังสามารถดำเนินการได้ตลอดการชุมนุมทางการเมือง อย่างไรก็ตามหากปัญหาสิ้นสุดได้เร็ว เชื่อว่าทำให้การส่งออกของไทยขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 5% หรือปี 56 ที่มีมูลค่า 228,530 ล้านเหรียญสหรัฐทั้งนี้ ในการประชุมวันที่ 19 พ.ค. จะเปิดโอกาสให้ทูตพาณิชย์ทั้ง 9 ภูมิภาค เช่น ภูมิภาคอาเซียน, ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและโอเชียเนีย จีน ซึ่งรวมทั้งฮ่องกงและไต้หวัน, เอเชียใต้, เมริกาเหนือ, ลาตินอเมริกา, ยุโรป, เอเชียใต้ และตะวันออกกลาง เป็นต้น เพื่อประเมินสถานการณ์ คณะทำงานบุกเบิกตลากต่างประเทศในช่วงครึ่งปีหลังส่วนวันที่ 20 พ.ค. นี้จะมีการหารือร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อประเมินสถานการณ์การส่งออกและมาตรการเร่งรัดผลักดันการส่งออกช่วงครึ่งหลังของปี 57 และปี 58 พร้อมทั้งรับมอบนโยบายจากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์นางนันทวัลย์ กล่าวว่า ในส่วนเป้าหมายการส่งออกรายตลาดในปี 57 นั้น ในส่วนของตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ อาเซียน ( 9 ประเทศ)มีสัดส่วน 25% ของการส่งออกทั้งหมด ซึ่งไทยตั้งเป้าส่งออกอาเซียนไว้ที่ 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 8% , ตลาดจีน 28,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 3%, อินเดีย 5,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 3%, ตะวันออกกลาง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 5%ตลาดรัสเซียและซีไอเอส 15,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 8%, แอฟริกา (57 ประเทศ) 9,030 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 5%, ลาตินอเมริกา 8,634 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 5% ส่วนตลาดหลักอย่างสหรัฐฯ มูลค่า 23,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ ขยายตัว 3%, สหภาพยุโรป (27ประเทศ) มูลค่า 23,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 5%, ญี่ปุ่น มูลค่า 22,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว หรือ 2%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เร่งหามาตรการพยุงส่งออก
Blog
-

พาณิชย์เร่งหามาตรการพยุงส่งออก
Facebook Comments -

‘กทปส.’ ยืนยันแจกคูปองอย่างช้าไม่เกินส.ค.นี้
กรรมการและเลขานุการบอร์ดกองทุน กทปส. ยืนยันว่าจะมีการแจกคูปองให้ประชาชนนำไปแลกซื้อเซ็ตท็อปบ็อกซ์แน่นอน อย่างช้าไม่เกินเดือน ส.ค.นี้นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการกสทช.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) เปิดเผยว่า จากที่ประชาชนมีความกังวล และสับสนเกี่ยวกับเรื่องการแจกคูปองเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ขอยืนยันว่า จะมีการแจกคูปองให้กับประชาชนเพื่อนำไปแลกซื้อเซ็ตท็อปบ็อกซ์และอุปกรณ์ที่ช่วยในการรับชมโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลแน่นอน ทั้งนี้ คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ เตรียมเร่งพิจารณาอนุมัติกรอบวงเงินเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการจัดทำวางระบบ จัดทำฐานข้อมูล และบริการเพื่อการบริหารจัดการหน่วยตรวจสอบและขึ้นคูปองในวันที่ 20 พ.ค. 57 นี้ และจะพิจารณาเรื่องมูลค่าคูปองในวันที่ 27 พ.ค. 57“ขอยืนยันอีกครั้งว่าจะมีการแจกคูปองเพื่อนำไปแลกซื้อเซ็ตท็อปบ็อกซ์ให้กับประชาชน 22 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 1 ใบแน่นอน ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าเราดำเนินการด้วยความรอบคอบ และจะพยายามให้ทันตามกำหนดเดิมที่จะแจกคูปองในเดือน ก.ค. 57 หรือหากล่าช้าไปคงไม่เกินเดือน ส.ค. สำหรับประเด็นเรื่องการพิจารณามูลค่าคูปอง กรรมการบริหารกองทุนฯ 3 ท่าน คือ รศ.ดร.พนา ทองมีอาคม กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ นายชาญวิทย์ อมตะมาทุชาติ ผู้แทนสภาพัฒน์ และดร.พันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค จะเป็นผู้กำหนดราคากลางของเซ็ตท็อปบ็อกซ์ ซึ่งกำลังเร่งพิจารณากำหนดราคากลางของเซ็ตท็อปบ็อกซ์อยู่” นายฐากร กล่าว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘กทปส.’ ยืนยันแจกคูปองอย่างช้าไม่เกินส.ค.นี้Facebook Comments -

ไอบีเอ็มรุกอะนาลิติกส์-คลาวด์ หนุนองค์กรเข้าถึงลูกค้าดิจิตอล
ไอบีเอ็มเดินหน้าเทคโนโลยีอะนาลิติกส์ และไฮบริดคลาวด์ เผยผู้บริหารทั่วโลกยกเทคโนโลยีเป็นกลยุทธ์และให้ความสำคัญกับลูกค้าดิจิตอลมากขึ้น นางพรรณสิริ อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย เปิดเผยว่า จากผลสำรวจประจำปี 2556 โดยสถาบันการศึกษาคุณค่าทางธุรกิจของไอบีเอ็ม พบว่าผู้บริหารระดับสูงในองค์กรธุรกิจทั่วโลกรวมถึงในอาเซียน ต่างมองปัจจัยด้านตลาดและเทคโนโลยี เป็นปัจจัยภายนอกที่สำคัญที่สุดที่ส่งผลกระทบต่อองค์กรในอนาคต ซึ่งถือเป็นการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีอย่างทวีคูณจากเดิมที่มองเทคโนโลยีเป็นแค่ตัวช่วย แต่ปัจจุบันมองเป็นกลยุทธ์สำคัญของธุรกิจ นอกจากนี้พบว่าผู้บริหารในอาเซียนเริ่มเปิดรับให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างและวางกลยุทธ์พร้อมกับขับเคลื่อนนวัตกรรม รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าแบบรายบุคคล ให้ความสำคัญกับโซเชียลมีเดียและลูกค้าดิจิตอลมากขึ้นด้วย นางพรรณสิริ กล่าวว่า แนวโน้มดังกล่าวเป็นผลมาจากการเติบโตของตลาดอุปกรณ์เคลื่อนที่ ซึ่งผลสำรวจทำให้ไอบีเอ็มทราบถึงความต้องการของลูกค้าซึ่งเป็นองค์กรขนาดใหญ่ และมีความต้องการใช้เทคโนโลยีทั้งด้านอะนาลิติกส์ การวิเคราะห์ข้อมูล บิ๊กดาต้า โซเชียลแพลตฟอร์ม โมบาย คลาวด์คอมพิวติ้ง รวมถึงระบบหลังบ้านต่าง ๆ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของไอบีเอ็มในปีนี้ ที่เน้นการสร้างตลาดใหม่ด้วยความเชี่ยวชาญด้านข้อมูล และสนับสนุนลูกค้าในการใช้งานไฮบริดคลาวด์ สำหรับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในปัจจุบัน นางพรรณสิริ มองว่าภาพรวมในขณะนี้เริ่มเห็นแนวโน้มของการชะลอการตัดสินใจด้านการลงทุนไอที โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ แต่ยังคาดว่าครึ่งปีหลังจะยังสามารถเติบโตและผ่านไปได้ ขณะที่ไอบีเอ็ม เทคโนโลยีที่มุ่งทำตลาดทั้งอะนาลิติกส์ และคลาวด์ยังคงมีการเติบโตสูงเนื่องจากเป็นเทคโนโลยีที่องค์กรจำเป็นต้องลงทุนเพิ่มเพื่อใช้ในการแข่งขันในการเข้าถึงลูกค้า.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอบีเอ็มรุกอะนาลิติกส์-คลาวด์ หนุนองค์กรเข้าถึงลูกค้าดิจิตอลFacebook Comments