Blog

  • เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

    เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคดิจิตอล อย่างเต็มตัวแล้ว ระบบการทำงานต่าง ๆ ล้วนปรับเข้าไปอยู่บนคลาวด์ ทำให้เกิดธุรกิจยุคคลาวด์ ทั่วโลกต่างเข้าสู่ธุรกิจที่มีการดึงข้อมูลจากระบบคลาวด์ เอกสารปัจจุบันได้มีการจัดเก็บโดยใช้ระบบคลาวด์มากขึ้น ยกตัวอย่าง คลาวด์ เช่น Google Drive, Box, Amazon Drive, Skydrive เเละ Dropbox การเซ็นเอกสาร ถือเป็นหนึ่งในชีวิตประจำวันของนักธุรกิจ หรือ แม้แต่บุคคลธรรมดา เพื่อความง่ายต่อการใช้งานและการค้นหาไฟล์ที่ง่ายขึ้น คงจะดีไม่ใช่น้อยหากจะมีแอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้เซ็นเอกสาร พร้อมจัดเก็บเอกสารที่เซ็นเเล้ว อยู่บนคลาวด์เพื่อการใช้งานต่อไป อาทิ บัตรประชาชน พร้อมลายเซ็น หรือ เซ็นมอบอำนาจ อ.อรภัค สุวรรณภักดี นักวิชาการอิสระ นักธุรกิจ นักเขียน เล่าว่า เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและลดขั้นตอนการทำงานในการเซ็นเอกสารต่าง ๆ ปัจจุบันนักธุรกิจที่ทันสมัยหันมาเซ็นเอกสารผ่านเว็บไซต์ หรือ ผ่านแอพพลิเคชั่น Sign easy โดยสามารถลิงค์กับเอกสารในเเอพ กับ ระบบคลาวด์ เเละสามารถเรียกใช้ได้ทุกเวลาตามที่ต้องการ “วิธีการใช้งานง่าย ๆ โดยผู้ใช้สามารถเซ็นลายชื่อเพียงหนเดียว แล้วกดอินเสิร์ชไปยังเอกสารนั้น ๆ ที่เราต้องการจะเอาลายเซ็นวางในตำแหน่งที่ต้องการทันที เปรียบได้กับเลขาส่วนตัวยุคดิจิตอล” นอกจากนี้ แอพพลิเคชั่น ลายเซ็นดิจิตอล ดังกล่าว ยังสามารถใช้ได้กับแอพพลิเคชั่นสแกนเนอร์ได้ด้วย โดยผู้ใช้สเเกนบัตรประชาชนพร้อมใส่ลายเซ็น ก็สามารถส่งเอกสารสัญญาต่าง ๆ อาทิ เอกสารการกู้เงิน ผ่านแอพพลิเคชั่นเเชท อย่างวีแชท (WeChat) หรือ อีเมล ได้ทันที นอกจากนี้ ยังสามารถส่งเอกสารที่เซ็นดังกล่าวไว้ในระบบคลาวด์ เพื่อการใช้งานต่อไป อ.อรภัค เล่าว่า นักพัฒนาแอพพลิเคชั่นปัจจุบันสามารถพัฒนาแอพลายเซ็นดิจิตอลใหม่ ๆ ทันสมัยตอบรับกับคนยุคดิจิตอล แต่ปัญหาคือ คนใช้ไม่เป็น นอกจากนี้ ข้อเสียของแอพดังกล่าวคือ อาจเกิดการขโมยลายเซ็นที่อยู่ในเครื่องได้ ดังนั้น ควรตั้งพาสเวิร์ดเพื่อป้องกันตัวเองโดยพาสเวิร์ด ต้องมีความซับซ้อนเพียงพอ สำหรับข้อเสียที่ทำให้ผู้ใช้เกิดการลังเล คือ การส่งเอกสารสำคัญอยู่บนคลาวด์ คนไทยจึงไม่นิยมใช้และยังคงไว้ใจที่จะส่งพนักงานรับส่งเอกสารเดินเอกสารสำคัญให้ ไทยจึงไม่มีปัญหานี้ แต่ในอเมริกาใช้งานแล้ว พบข้อจำกัดของการส่งเอกสารที่ไม่สมบูรณ์ คือ กรณีที่ไวไฟหรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่เสถียร ดังนั้นไม่ควรเซ็นชื่อเเละส่งกระดาษเกิน 5 หน้า อย่างไรก็ตาม การเซ็นเอกสารต่าง ๆ บนคลาวด์ผู้ใช้งานต้องมีความรอบคอบ ควรเปลี่ยนรหัสผ่านทุก ๆ 3 เดือน และไม่ควรใช้รหัสเดียวกับอีเมลหรือการเข้าเฟซบุ๊ก เป็นต้น นักบริหารปัจจุบัน ควรรู้เรื่องเทคโนโลยี อย่าไว้ใจผู้ช่วยหรือเลขาส่วนตัวมากนัก. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เลขาไฮเทคตอบโจทย์นักธุรกิจยุคดิจิตอล

  • เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    คุณผู้อ่านที่ติดตามคอลัมน์วันพุธของผมพอจะจำได้ไหมครับกับเทคโนโลยีการพิมพ์แบบ 3 มิติ หรือ 3D Printing ที่ผมได้เคยแนะนำเอาไว้ ซึ่งตอนนี้บทบาทของเทคโนโลยีนี้ก็เพิ่มมากขึ้นในวงการอุตสาหกรรมหลาย ๆ แขนงไม่ว่าจะเป็นการผลิตสื่อแอนิเมชั่น การออกแบบผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ หรือแม้แต่การออกแบบเสื้อผ้าก็ด้วย วันนี้ผมจะมาอัพเดทย่างก้าวที่สำคัญของเทคโนโลยีนี้ที่ปรากฏในแบรนด์ชุดชั้นในสตรีระดับโลกที่รวมเอาเหล่านางฟ้าที่สาว ๆ ทั้งโลกพากันอิจฉาไว้บนรันเวย์ ใช่ครับผมกำลังจะพูดถึงแบรนด์ชุดชั้นในวิคตอเรีย ซีเคร็ท (Victoriažs Secret) นั่นเอง ในแฟชั่นโชว์ประจำปีของวิคตอเรีย ซีเคร็ท เมื่อเดือนธันวาคม ค.ศ. 2013 ที่ผ่านมาที่เหล่านางฟ้าของวิคตอเรีย ซีเคร็ท มาสยายปีกประชันโฉมในชุดชั้นในกันบนเวที มีชุดชั้นในหนึ่งที่เป็นไฮไลต์ของงานชื่อ Snow Queen หรือผมขอแปลเป็นภาษาไทยว่า ราชินีหิมะŽ โดยชุดชั้นในนี้นอกจากจะถูกประดับด้วยคริสตัลเลอค่าจากสวารอฟสกี้ (Swarovski) นับล้านเม็ดแล้วนะครับ ตัวชุดชั้นในส่วนที่เป็นเหมือนเกล็ดหิมะใหญ่น้อยต่อกันเป็นโครงนั้นก็ถูกพิมพ์ออกมาจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ ไม่ใช่การใช้มือประกอบหรือขึ้นรูปอย่างที่เคย ๆ ทำกันมา คุณผู้อ่านบางท่านอาจยังสงสัยนะครับว่าเครื่องพิมพ์เนี่ยนะ จะสามารถพิมพ์ชุดชั้นในหรือสิ่งของออกมาเป็นชิ้น ๆ ได้จริงหรือ? ใช่ครับเครื่องพิมพ์นี่แหละครับ โดยเครื่องพิมพ์ 3 มิติเหล่านี้มีหลักการทำงานที่จะยิงแสงเลเซอร์เข้าไปที่ของเหลวชนิดหนึ่งทำให้เกิดการแข็งตัวเป็นชั้น ๆ โดยยุคแรก ๆ ก็นิยมใช้พอลิเมอร์เหลวเป็นวัสดุแล้วเรียกเทคนิคนี้ว่า Stereolithography (SLA) แต่ต่อมาก็พัฒนาวัสดุมาใช้เป็นพลาสติกแทน โดยการทำให้พลาสติกหลอมเหลวและฉีดลงไปให้เป็นชั้น ๆ เป็นเลเยอร์ (Layer) โดยเรียกเทคนิคนี้ว่า Additive เครื่องพิมพ์ 3 มิติสมัยใหม่นี้จริง ๆ ถือว่าใช้ง่ายขึ้นกว่าเดิมมากนะครับ ในต่างประเทศมีการใช้เครื่องพิมพ์นี้ในวงการแฟชั่นอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว แต่สำหรับกรณีชุดชั้นใน Snow Queen นี้ถือว่าเป็นกรณีที่ซับซ้อนไม่เบาเลยทีเดียว เพราะตัวชุดชั้นในไม่ได้เป็นลักษณะของวัตถุหนา ๆ แข็ง ๆ ขึ้นรูปง่าย ๆ แต่เป็นเกล็ดเป็นโครงบาง ๆ มีส่วนเว้าส่วนโค้ง มีลวดลายใหญ่เล็กมากมาย แถมที่สำคัญคือมันต้องสามารถสวมใส่ได้จริงเสียด้วย โดยกว่าจะขึ้นรูปออกมาได้เป็นชุดชั้นในที่นางแบบใช้ใส่บนรันเวย์นี้ก็ผ่านการปรับจูนตั้งค่าเครื่องพิมพ์กันหลายรอบเลยครับ พิมพ์มาโครงบางไปก็ไม่อยู่เป็นทรง พิมพ์มาโครงหนาไปก็แลดูไม่สวยงาม อันนี้ไม่นับงานส่วนที่ว่าตัวนางแบบเองก็ต้องถูกสแกนด้วยเครื่องสแกน 3 มิติเพื่อจะได้สัดส่วนเป็นแบบจำลอง 3 มิติเอาไปพิมพ์ชุดชั้นในที่ขนาดพอดีตัวอีกนะครับ สำหรับคุณผู้อ่านที่สนใจเครื่องพิมพ์เหล่านี้อยู่ โดยเฉพาะถ้าคุณผู้อ่านพอจะมีความคุ้นเคยกับการสร้างแบบจำลอง 3 มิติด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์อยู่แล้ว การใช้เครื่อง พิมพ์ 3 มิติสมัยนี้ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถเลยครับ แถมราคาเครื่องก็ถูกลงมากมีตั้งแต่หลักหมื่นบาทจนไปถึงหลักหลายแสนบาทขึ้นกับขนาดและความสามารถ ส่วนวัสดุที่จะใช้ขึ้นรูปก็มีได้หลากหลายเลือกซื้อหาได้อย่างสะดวกสบายเลยครับ เช่น พลาสติก เรซิน เซรามิก ฯลฯ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นใช่ว่าจะใช้วัสดุอะไรก็ได้นะครับ จำกัดว่าต้องเป็นวัสดุที่เครื่องพิมพ์รองรับเท่านั้น นวัตกรรมการพิมพ์ 3 มิติ แม้จะดูเผิน ๆ เหมือนเป็นเรื่องใหม่ แต่จริง ๆ มีประวัติการพัฒนายาวนานกว่า 30 ปีแล้วครับ ผมเองได้เห็นเครื่องพิมพ์ 3 มิติครั้งแรกสมัยเมื่อเกือบ 10 ปีก่อนตอนเรียนปริญญาเอกอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งตอนนั้นเครื่องพิมพ์ชนิดนี้มีราคาสูงมากเลยครับ แต่มาในระยะหลัง ๆ เมื่อราคาเครื่องถูกลง คนทั่วไปสามารถซื้อหามาเล่นได้ ก็มีการนำเครื่องพิมพ์นี้เข้ามาใช้ในระดับครัวเรือนมากขึ้น และผมเชื่อนะครับว่าต่อไปราคาของเครื่องพิมพ์นี้ก็จะยิ่งถูกลงเรื่อย ๆ ตามสไตล์ของอุปกรณ์เทคโนโลยี ถึงตอนนั้นพวกเราคงจะได้เห็นการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายมากขึ้นแน่นอน ทั้งในองค์กรธุรกิจ ในสถาบันการศึกษา หรือแม้แต่ในครัวเรือนของคุณผู้อ่านเองก็ตาม เห็นไหมครับว่าความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการแข่งขันใช่จะมีแต่เรื่องปวดหัวให้เราต้องคอยเรียนรู้อัพเดทตามอย่างเดียว เรื่องสวย ๆ งาม ๆ เซ็กซี่ ๆ ก็มี แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเทคโนโลยีเหล่านี้มันเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคตัวเล็ก ๆ สามารถที่จะคิดและทำอะไร ๆ ด้วยตัวเองได้อย่างอิสระมากขึ้นครับ. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครื่องพิมพ์ชุดชั้นในเกล็ดหิมะ 3 มิติ – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • วินโดว์ส โฟน 8.1 บนโนเกีย ลูเมีย 630 – ฉลาดใช้

    วินโดว์ส โฟน 8.1 บนโนเกีย ลูเมีย 630 – ฉลาดใช้

    น่าจะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรก  ที่เปิดตัวในนามไมโครซอฟท์ โมบาย หลังจากตกลงซื้อขายกิจการโมบายและเซอร์วิสของโนเกีย และควบรวมธุรกิจอย่างเป็นทางการ เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ตามข้อตกลง ไมโครซอฟท์ จะใช้ชื่อโนเกีย อีกประมาณ 10 ปี แต่ที่ซื้อขาดเลย คือ ชื่อโนเกีย ลูเมีย และโนเกีย อาช่า ดังนั้นต่อไปนี้ เราจะได้เห็นโนเกีย ลูเมีย โนเกีย อาช่า โดยบริษัทไมโครซอฟท์ สำหรับผู้ใช้งานทั่วไป จะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เพราะสิทธิต่าง ๆ ทั้งการรับประกัน และบริการต่าง ๆ เหมือนเดิมทุกอย่าง  เดินเข้าโนเกีย แคร์ โนเกีย ช็อป ได้ตามปกติ สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุด ที่กำลังเริ่มวางจำหน่ายในบ้านเราจากไมโครซอฟท์ คือ โนเกีย ลูเมีย 630 สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการวินโดว์ส โฟน  8.1 จอ 4.5 นิ้ว ตกแต่งหน้าจอได้เอง และมีไลฟ์ไทล์ ได้ถึง 3 แถวจากปกติทำได้แค่ 2 แถว ทำให้เราสามารถเอาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานประจำมาไว้หน้าจอแรกได้มากขึ้น ง่ายขึ้น โนเกีย ลูเมีย 630 มีให้เลือกทั้งรุ่นที่รองรับ 1 ซิม และ 2 ซิม เฉพาะรุ่น 2 ซิม ที่รองรับเครือข่าย 900/2100 จะมีขายที่เอไอเอส  ราคาประมาณ 5,100-5,300 บาท เป็นราคาที่ยั่วยวนใจและกระเป๋าตังค์มาก รุ่นนี้ ใช้หน่วยประมวลผล 1.2 กิกะเฮิรตซ์ ระบบปฏิบัติการวินโดว์ส โฟน 8.1 ทำให้โนเกีย ลูเมีย 630 มีประสิทธิภาพมากขึ้น และมีลูกเล่นใหม่ ๆ เช่น  ย้ายเกมที่อยู่ในตัวเครื่อง มาไว้บนไมโครเอสดีการ์ดได้  แก้ปัญหาให้คอเกมที่ดาวน์โหลดเกมแรง ๆ แล้วหน่วยความจำตัวเครื่องเต็ม เราก็จัดการย้ายมาไว้บนการ์ดซะ แม้ตัวเครื่องจะมีหน่วยความจำ 8 กิกะไบต์ แต่ใส่การ์ดไมโครเอสดีได้สูงสุดถึง  64 กิกะไบต์ และมีพื้นที่บนสกายไดร์ฟอีก 7 กิกะไบต์ ถ้าต้องการปรับแต่งการแจ้งเตือน ต่าง ๆ ให้ลากนิ้วดึงหน้าจอจากด้านบนหน้าจอลงมา จากนั้นก็เลือกเอาเลยว่าจะตั้งค่าเตือนอะไรบ้าง  เช่น ความสว่างหน้าจอ โหมดเครื่องบิน ไว-ไฟ ฯลฯ โดยไม่ต้องเข้าไปที่การตั้งค่า หรือ setting เหมือนที่ผ่านมา กล้องถ่ายรูป 5 เมกะพิกเซล  มีฟังก์ชั่นใช้งานได้เหมือนรุ่นท็อป ซึ่งเรื่องกล้องถือเป็นจุดแข็งของโนเกีย มานานแล้ว คีย์บอร์ด ออกแบบให้ง่ายขึ้น ลากนิ้วไปตามคีย์บอร์ดแทนการกด ทำให้พิมพ์มือเดียวได้ ฟังก์ชั่นโปรเจคท์ มาย สกรีน อันนี้ใช้กับสมาร์ททีวี ต่อมือถือของเราเข้ากับจอทีวี ผ่านไว-ไฟ ไดเรคท์ อุปกรณ์ทั้งสองอย่างจะคุยกันเอง ทั้งภาพและเสียงก็จะไปขึ้นบนทีวีทันที อีกฟังก์ชั่นที่น่าสนใจ แต่ยังไม่รองรับภาษาไทย เรียกว่า คอร์ทิน่า คล้ายกับสิริ  สนทนาโต้ตอบกับสมาร์ทโฟน ค้นหาร้านอาหาร  เครื่องดื่ม ฯลฯ ผ่านการค้นคว้าของบิงหรือ Bing ที่ยั่วยวนใจมาก แต่ต้องควักกระเป๋าซื้อเพิ่ม  คือ ชุดอุปกรณ์ที่จะวางขายพร้อมกับ โนเกีย ลูเมีย 630 คือ  ชุดฝาหลัง แบบกลอส หรือมันวาว สีสดใส  หากไม่ชอบใจฝาหลังที่มาพร้อมตัวเครื่อง ลำโพงบลูทูธ รุ่น เอ็มดี 12  สำหรับฟังเพลง และพูดคุย ยังไม่หมด โนเกีย เตรียมปล่อย Nokia Treasure Tag รุ่นแรก มีขนาดพอ ๆ กับพวงกุญแจ เป็นอุปกรณ์ช่วยค้นหาสิ่งของต่าง ๆ  เชื่อมต่อผ่านเอ็นเอฟซี  ถ้าไม่มีเอ็นเอฟซีก็ใช้งานผ่านบลูทูธ ทำให้ใช้งานกับโนเกีย ลูเมีย ได้ทุกรุ่น ก่อนใช้ต้องดาวน์โหลดมาไว้บน สมาร์ทโฟน  ใช้แท็กข้าวของได้ 4 ชิ้นต่อแท็ก 1 อัน ทำงานร่วมกับเฮียร์แมพ เหมาะมากสำหรับคนขี้ลืม เช่น พวงกุญแจ ลืมที่จอดรถ ฯลฯ แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 6 เดือน ที่สำคัญใช้ได้กับไอโอเอสและแอนดรอยด์ 4.2 ขึ้นไป ราคาขาย 990 บาทเท่านั้น ยืนยันว่า วินโดว์ส  โฟน 8.1 ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และดีขึ้น อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ทดลองใช้ด้วยตัวเอง. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วินโดว์ส โฟน 8.1 บนโนเกีย ลูเมีย 630 – ฉลาดใช้