นายประวิทย์ ชัยสิริสัมพันธ์ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัท ลีโอเทคฯ เปิดเผยว่า 14 ปีที่ผ่านมาลีโอเทคโนโลยี อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของธุรกิจ ภาพเสียงและข้อมูลมากมาย ทั้งกล่องรับสัญญาณดาวเทียม ดิจิตอลทีวีสายเคเบิ้ลทุกชนิด จานดาวเทียม บรอดคาสติ้ง ไอพีทีวีฯลฯ ลีโอเทคได้เห็นช่องทางใหม่สอดคล้องกับพฤติกรรมบริโภคสื่อต่างๆ ผ่านอินเตอร์เน็ต ผู้คนใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับสมาร์ทโฟน ต้องการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารตามแบบที่ตัวเองต้องการมากกว่าที่จะโดนบังคับให้ชม ลีโอเทค สมาร์ทบ็อกซ์ คือกล่องที่จะมาเปลี่ยนให้ทีวีธรรมดาที่บ้านให้กลายเป็นสมาร์ททีวี แต่สามารถใช้งานได้ครอบคลุมและรองรับฟังก์ชั่นได้หลากหลายกว่า สมาร์ทบ็อกซ์ใช้ระบบแอนดรอยด์ สามารถดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น เพิ่มเติมได้กว่า600,000 แอพเป็นรายแรก ในประเทศไทย มีทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น Stickจะเหมาะสำหรับการพกพา เพราะมีขนาดเล็กเหมือน Thumb drive ราคา1,990 บาท, รุ่น Strong สีดำด้านคมเข้ม พร้อมรีโมทอัจฉริยะ ความจุภายใน 4 GB ราคา3,990 บาท, รุ่น Slim จะมีสีขาวดูทันสมัย เรียบหรู พร้อมรีโมทอัจฉริยะ ความจุภายใน 8 GB ราคา3,990 บาท และรุ่น Storage เหมาะสำหรับคน ชอบเก็บไฟล์มัลติมีเดียหนัง หรือข้อมูล ขนาดใหญ่ เพราะสามารถเชื่อมต่อฮาร์ดดิสต์ SATA ได้ทั้งขนาด2.5 และ 3.5 นิ้ว ราคา 4,490 บาท แต่ละรุ่นใช้ CPU Dual Core CRM Coretex A9,1.5 GHZ, GPU Dual Core ARM Mali-400(3D Engine), Ram 1GB DDR3, พร้อมทั้งรองรับพอร์ตHDMI, รวมถึงพอร์ต AV, มีช่องเสียบUSB, รองรับบลูทูธ ฯลฯ พร้อมทั้ง สามารถซื้อ Accessoriesเสริมมาใช้ร่วมกันได้มากมาย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ลีโอเทค” บุกตลาดดิจิตอลผ่านสมาร์ทบ็อกซ์แอนดรอยด์
Blog
-

“ลีโอเทค” บุกตลาดดิจิตอลผ่านสมาร์ทบ็อกซ์แอนดรอยด์
Facebook Comments -

หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 30 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นจึงทะยานขึ้นสูงสุดที่1,419.38 จุด ในภาคเช้า โดยตลอดทั้งวันดัชนีเคลื่อนไหวอย่างคึกคักในแดนบวก เป็นไปตามทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค ซึ่งกลุ่มพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่หนุนให้ดัชนีปรับตัวขึ้นสูง แต่นักลงทุนยังระมัดระวังการลงทุนเนื่องจากใกล้จะถึงช่วงวันหยุดยาว ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,419.38 จุด และ ลดลงต่ำสุด 1,412.64 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,414.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.61 จุด หรือ 0.18% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 30,798.71 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ปตท. ปิดที่ 313.00 บาท เพิ่มขึ้น 10.00 บาท 2.อิชิตัน ปิดที่ 18.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3.ไอวีแอล ปิดที่ 23.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท 4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 191.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.50บาท 5.ปูนซิเมนต์ไทย ปิดที่ 434.00 บาท ลดลง 8.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดบวก 2.61 จุดFacebook Comments -

ปูนซิเมนต์ไทยเบนเข็มบุกปิโตรเคมี
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ขณะนี้แนวโน้มอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ในประเทศลดลงอย่างมาก คาดว่าจะเติบโต 0-3%เท่านั้น จากเดิมที่คาดว่าจะโตได้ถึง 4% หลังจากที่เกิดสูญญากาศทางการเมือง ที่กดดันทำให้ภาคการลงทุนต้องชะลอตัวออกไป โดยเฉพาะการลงทุนจากภาครัฐ ดังนั้น จึงจะหันไปรุกธุรกิจปิโตรเคมีแทน เนื่องจากมีความต้องการปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว ประกอบกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นด้วย ทำให้บริษัทมีส่วนต่างราคา (สเปรด) สูงตามไปด้วย และมีผลทำให้ครึ่งปีหลังนี้ จะปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้จากยอดขายปีนี้ใหม่อีกครั้ง จากปัจจุบันที่คาดว่าจะมี476,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% นอกจากนี้ได้ปรับกลยุทธ์การลงทุนใหม่ เพื่อเน้นรายได้จากการส่งออกให้มากขึ้น หลังการลงทุนในประเทศชะลอตัวลง ซึ่งได้ตั้งเป้าหมายรายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้นจาก 25-26%ในปี 56 เป็น 27-28%ในปีนี้ หรือส่งออกปูนซิเมนต์เกือบ 5ล้านตัน โดยเน้นตลาดในแถบภูมิภาคอาเซียน ที่ยังมีความต้องการสูง เพื่อพัฒนาประเทศ อีกทั้งมีแผนที่จะซื้อกิจการต่างประเทศเพิ่ม ในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ขณะนี้กำลังเจรจาอยู่กว่า 5 แห่ง คาดว่าภายในครึ่งปีแรกนี้จะได้ข้อสรุปอย่างน้อย1 แห่ง โดยใช้เงินในงบลงทุนรวมปีนี้ที่วางไว้ 50,000-60,000ล้านบาท นายกานต์ กล่าวว่า คณะกรรมการบริษัทได้เห็นชอบกับโครงการลงทุนใหม่ มูลค่า 11,825 ล้านบาท ในธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและธุรกิจกระดาษ ซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัท ในการเป็นผู้นำการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในภูมิภาคอาเซียน เช่น ตั้งโรงงานผลิตปูนซีเมนต์ในประเทศลาว มูลค่า 10,000ล้านบาท ปรับปรุงเครื่องจักรเพื่อผลิตกระดาษในไทย มูลค่า1,825 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรกที่ผ่านมานั้น มีกำไรสุทธิ8,380.58 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น 6.98 บาท ลดลง 5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 8,796 ล้านบาท กำไรต่อหุ้น7.33 บาท และมีรายได้จากการขาย 121,765 ล้านบาท เพิ่มขึ้น11% ตามการเติบโตของทุกธุรกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปูนซิเมนต์ไทยเบนเข็มบุกปิโตรเคมีFacebook Comments