Blog

  • จับตายอดทิ้งจองคอนโดฯ

    จับตายอดทิ้งจองคอนโดฯ

     นายกฤษณ์เสสะเวช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)เปิดเผยว่าบสก.เป็นห่วงภาคอสังหาริมทรัพย์ที่มีแนวโน้มแย่ลงตามภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอลงและขณะนี้กำลังจับตาดูยอดการจองซื้อที่อยู่อาศัย และยอดการโอนซึ่งหากมีแนวโน้มยกเลิกการจอง เลื่อนการโอน หรือไม่โอนมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆถือว่าเป็นปัญหา และเป็นสัญญาณอันตรายต่อภาคอสังหาฯ อย่างมากทั้งนี้เนื่องจากภาวะสูญญากาศทางการเมืองที่ทำให้รัฐบาลไม่มีอำนาจเต็มที่ในการบริหาร จึงไม่สามารถผ่านงบประมาณประจำปีการลงทุนต่าง ๆ ออกสู่ภาคประชาชนได้ หากยังต้องนิ่ง ๆ แบบนี้ไปอีก 4-5 เดือน ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจที่สะสมไว้นั้นก็จะลดน้อยลงไปเรื่อย ๆจนทำให้สภาพคล่องในระบบหายไป  แม้ว่าที่ผ่านมาผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ต่างปรับตัวกันไปบ้างแล้ว เช่นปรับรูปแบบการก่อสร้าง เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ในราคาที่ถูกลงชะลอการเปิดตัวโครงการใหม่ ๆ ออกไป หรือจัดแคมเปญเพื่อกระตุ้นการขายต่าง ๆแต่ในด้านกำลังซื้อนั้น ขณะนี้ผู้บริโภคต่างรอ และจับตาดูสถานการณ์ (เว็ต แอนด์ซี) อยู่ เพราะไม่มั่นใจว่า เมื่อซื้อที่อยู่อาศัยแล้วจะมีความสามารถในการผ่อนชำระในระยะยาวหรือไม่ จึงชะลอการซื้อออกไปเช่นกันส่วนสถาบันการเงินก็เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้นและสินเชื่อที่ปล่อยไปแล้ว หากเห็นว่ามีสัญญาณจะเป็นหนี้สงสัยจะสูญ (เอ็นพีแอล)ก็จะประนอมหนี้ทันทีก่อนที่จะเป็นหนี้เสียพร้อมทั้งเร่งตัดเอ็นพีแอลขายก่อนที่จะบันทึกการรับรู้ในบัญชีด้วย  ทั้งนี้ในส่วนของบสก.นั้น ยังคงซื้อเอ็นพีแอลจากที่ต่าง ๆเข้ามาบริหารอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้ซื้อไปแล้ว 36,000 ล้านบาทจากปัจจุบันที่มีเอ็นพีแอล 390,000 ล้านบาทและมีสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) 36,500 ล้านบาทซึ่งบสก.ไม่ได้ปรับเปลี่ยนนโยบายการทำงานมากนัก เพียงแต่เน้นการเพิ่มประสิทธิภาพและให้การดำเนินงานทุกอย่างเป็นไปอย่างรวดเร็วโดยมีเป้าหมายที่จะขายเอ็นพีเอให้ได้ 17,000 ล้านบาทซึ่งไตรมาสแรกที่ผ่านมาทำได้ 4,400 ล้านบาท ล่าสุดนี้บสก.ได้จัดมหกรรมคอนโด บสก 2557 โดยนำคอนโดกว่า 1,660 ยูนิต รวมมูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาทมาลดราคาขายราคาเริ่มต้นยูนิตละ 100,000 บาท หรือผ่อนเพียงเดือนละ 1,000บาทซึ่งถือว่าถูกกว่าการเช่า คาดว่าจะสามารถขายได้ 200 ยูนิต รวม 100 ล้านบาทเนื่องจากยังมีผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัยที่แท้จริงอยู่ และคอนโดฯ ราคาไม่แพงอีกทั้งเข้าอยู่ได้ทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตายอดทิ้งจองคอนโดฯ

  • พิษการเมืองฉุดยอดใช้ทางด่วนหด4%

    พิษการเมืองฉุดยอดใช้ทางด่วนหด4%

    นางพเยาว์มริตตนะพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือบีอีซีแอลเปิดเผยว่า ความวุ่นวายทางการเมืองได้ส่งผลให้การใช้บริการทางพิเศษ(ทางด่วน)ตั้งแต่เดือนม.ค.-มี.ค.ติดลบถึง4%และเดือนเม.ย.ติดลบ 3% ซึ่งจำนวนผู้ใช้ทางที่ลดลงส่วนใหญ่เป็นทางด่วนที่ให้บริการในเมืองเพราะทางด่วนที่ออกสู่ต่างจังหวัดยังมีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก    “ปีที่แล้วปริมาณการจราจรในช่วง 10 เดือนแรกมีการเติบโตดีประมาณ2.4% แต่พอมีความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นก็เริ่มติดลบทันทีแต่รายได้ยังเติบโตสูงเนื่องจากได้ปรับเพิ่มค่าผ่านทางตามสัญญาทุก 5 ปี ทำให้มีรายได้จากค่าผ่านทางปี 56 ประมาณ 8,000ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงานประมาณ 2,000ล้านบาท”   นางพเยาว์กล่าวว่าหากสถานการณ์เป็นเหมือนเดือนเม.ย. คาดว่าตลอดทั้งปีนี้ จะมีการเติบโตของรายได้ 4% มาจากค่าผ่านทางและการลงทุน ส่วนกำไรจะเติบโตกว่าปีที่แล้วประมาณ 15%ซึ่งถือเป็นปีที่ดีของการดำเนินงานเนื่องจากจะมีรายได้มาจากหลายส่วนที่บริษัทได้ลงทุนไปแต่หากเกิดความวุ่นวายมากกว่านี้ก็ต้องประเมินกันอีกครั้ง         นอกจากนี้บีอีซีแอลเตรียมเปิดให้บริการทางเชื่อมต่อทางพิเศษศรีรัช(อโศก-ศรีนครินทร์) ระยะทางประมาณ500เมตร กับถนนจตุรทิศ เพื่อรองรับการเดินทางจากบริเวณดินแดง มักกะสันผ่านถนนจตุรทิศไปจนถึงทางพิเศษระหว่างเมือง(มอเตอร์เวย์)ที่มุ่งหน้าไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมถึงช่วยระบายการจราจรบนถนนพระราม 9 ให้สะดวกมากขึ้นโดยจะเริ่มเปิดให้บริการในวันที่ 2 พ.ค.นี้คาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้บริษัทเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7.5 ล้านบาทต่อเดือน   “ทางเชื่อมนี้จะมีด่านเก็บค่าผ่านทาง1 ด่าน มีช่องเก็บค่าผ่านทาง 4 ช่องแบ่งเป็นช่องจ่ายเงินสด 2 ช่องและช่องจ่ายผ่านระบบอัตโนมัติอีซี่ พาส 2 ช่อง ค่าบริการ 25บาท ซึ่งภายหลังเปิดให้บริการแล้วคาดว่าจะมีผู้ใช้บริการประมาณ 1.2หมื่นคันต่อวัน เมื่อรวมกับปริมาณการจราจรของด่านอโศก 3 เดิมที่ให้บริการอยู่ในปัจจุบัน จะมีรถใช้บริการ 5.9 หมื่นคันต่อวัน เฉลี่ย 7.1 หมื่นคันต่อวัน”                                

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พิษการเมืองฉุดยอดใช้ทางด่วนหด4%

  • ม๊อบไร่อ้อยฮือเข้ากรุงขอขึ้นราคาอ้อย

    ม๊อบไร่อ้อยฮือเข้ากรุงขอขึ้นราคาอ้อย

    นายธีระชัย แสนแก้ว ประธานชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน เปิดเผยว่า องค์กรชาวไร่อ้อย 4 องค์กร ได้แก่ สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ชมรมสถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย มีมติร่วมกันนำชาวไร่อ้อยทั่วประเทศประมาณ 60,000 คน มาชุมนุมที่กระทรวงอุตสาหกรรม ในวันที่ 27 เม.ย. นี้  เพื่อกดดันให้กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งประชุมคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย(กอน.)  เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาราคาอ้อยต่ำกว่าต้นทุนการผลิต โดยได้เสนอให้เพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 56/57  ให้สูงกว่า 900 บาทต่อตัน เนื่องจากที่ผ่านมากำหนดราคาไว้ 900 บาทต่อตัน ไม่คุ้มต้นทุนการผลิต              “ ที่ผ่านมาคณะกรรมการ กอน. ซึ่งมีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธาน พยายามหลบเลี่ยงการประชุมตลอด ทั้งที่มีการตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาแนวทางการเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นซึ่งอยู่ที่เพียง 900 บาทต่อตันซึ่งชาวไร่อ้อยเห็นว่าไม่คุ้มทุน ซึ่งเราก็ต้องการให้เสนอครม.อนุมัติเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) เพื่อนำมาเป็นส่วนเพิ่มราคาอ้อยให้ได้อย่างน้อย1,100-1,200บาทต่อตันหรืออย่างไรก็ว่ามา  โดยได้ศึกษามาแล้วว่า ไม่ต้องเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พิจารณาแต่อย่างใด ไม่เหมือนกรณีข้าว เพราะเงินที่ช่วยอ้อย เป็นเงินกู้ของธ.ก.ส. ไมได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน ”             สำหรับการเคลื่อนไหว ได้นัดชุมนุม และรถบรรทุกไว้แล้วในวันที่  27 เม.ย. โดยชาวไร่ ภาคอีสานได้นัดพบกันอ.วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยจะรวมกับสายสระบุรี ลพบุรี เพชรบูรณ์ สายเหนือ นัดที่อ.บางปะอิน รวมอุทัยธานี ภาคกลางเจอกันที่อ.บางบัวทอง ภาคตะวันออก นัดชุมนุมที่บริเวณมอเตอร์เวย์ หรืออ.วังน้อย               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากกระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับเรื่องจากชาวไรอ้อย จึงได้ประสานงานคณะกรรมการเพื่อประชุมกอน. ในวันที่ 25 เม.ย. เพื่อให้ชาวไร่  ยุติการเคลื่อนไหว แต่ล่าสุดได้แจ้งขอเลื่อนการประชุมกอน.ออกไปวันที่ 28 เม.ย. เนื่องจากคณะกรรมการ ฯ ยังไม่พร้อมประชุม  ชาวไร่อ้อย จึงมีมติล่าสุด ไม่ยุติการเคลื่อนไหว เนื่องจากเห็นว่า ฝ่ายราชการไม่จริงใจในการแก้ปัญหา เลื่อนการประชุมหลายครั้ง              นายสิริวุทธิ์  เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์และสันทนาการ3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย  กล่าวว่า   ล่าสุดการหีบอ้อย 56/57 หลังเปิดหีบมาได้ 149 วัน   มีอ้อยเข้าหีบ 103.20 ล้านตันอ้อย  ค่าความหวานในอ้อย (ซี.ซี.เอส) มีค่าเฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 12.55ซี.ซี.เอส ซึ่งสูงที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายของไทย จากเดิมที่ค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 10 – 11 ซี.ซี.เอสเท่านั้น ส่งผลให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยทั่วประเทศ จะมีรายได้จากการเพาะปลูกเพิ่มขึ้นอีก 54 บาทต่อทุก 1 ซี.ซี.เอสต่อตันอ้อยที่ปรับขึ้น จากค่าอ้อยขั้นต้น 900 บาทต่อตัน ที่กำหนดค่าความหวานเฉลี่ยอยู่ที่ 10 ซี.ซี.เอส

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ม๊อบไร่อ้อยฮือเข้ากรุงขอขึ้นราคาอ้อย