Blog

  • หนี้ครัวเรือนแรงงานไทยพุ่ง

    หนี้ครัวเรือนแรงงานไทยพุ่ง

    นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ภาระหนี้สินของครัวเรือนแรงงานไทยในปี 57 เฉลี่ยที่ 106,216. บาทต่อครัวเรือน เพิ่มจากปีก่อน 7.9% เป็นหนี้ในระบบ  43.9% และ นอกระบบ 56.1%   ส่วนใหญ่เป็นหนี้ในการใช้จ่ายทั่วไปมากที่สุดในสัดส่วน 46.6%  รองลงมาเป็นหนี้ในการซื้อบ้าน, ซื้อทรัพย์ (รถยนต์), การลงทุน, ค่ารักษาพยาบาล และ อื่นๆ เนื่องจากประสบปัญหาค่าครองชีพที่สูงจนมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายและการหาอาชีพเสริมเพื่อหารายได้พิเศษในช่วงนี้ก็ทำได้ลำบาก เป็นต้น ทั้งนี้ยังพบว่าสถานการณ์ความสามารถในการชำระหนี้ในปี 57 พบว่าแรงงานที่เป็นหนี้ 80.1% ประสบปัญหาในการจ่ายหนี้เนื่องจากไม่สามารถหาเงินมาหมุนได้ทันเวลา ส่งผลให้หลายๆรายใช้วิธีชำระหนี้แบบเดือนเว้นเดือน หรือการกู้หนี้นอกระบบมาโป๊ะหนี้เก่า เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)  ส่วนกรณีที่หนี้นอกระบบมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นมาจากลูกหนี้รายเดิมที่มีบัตรเครดิตแล้ววงเงินการกู้เต็มวงเงินแล้วจึงไม่สามารถกู้เพิ่มได้ ขณะที่รายใหม่บางส่วนก็ถูกสถาบันการเงินงวดในการอนุมัติสินเชื่อเพราะกลัวว่าจะเป็นปัญหาเอ็นพีแอลตามาภายหลัง  “เป็นการสำรวจผู้มีรายได้ไม่เกิน 15,000 บาทต่อเดือนต่อครัวเรือน ซึ่งหนี้ 106,216.67 บาทนั้นเป็นจำนวนที่สูงสุดตั้งแต่มีการทำผลสำรวจเรื่องนี้ในปี 52  ส่วนการชำระหนี้จะเป็นแบ่งการผ่อนเงินกู้ในระบบเฉลี่ยรายละ 5,456.9 บาทต่อเดือน และ เงินกู้นอกระบบจะผ่อน 7,412.7 บาทต่อเดือน เนื่องจากเงินกู้นอกระบบมีอัตราดอกเบี้ยที่แพงกว่าในระบบ และที่สำคัญแรงงานจะเลือกจ่ายหนี้นอกระบบก่อนเพราะจะมีเรื่องของอิทธิพลการข่มขู่มาเกี่ยวข้องด้วย” นายวชิร กล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นแรงงานมองว่าความเหมาะสมของค่าจ้างขั้นต่ำในปัจจุบันควรอยู่ในระดับ 388.25 บาทต่อวันภายในปีนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจและการเมืองในปัจจุบัน เนื่องจากจะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ลดลง รวมถึงการช่วยให้เหลือเงินออมมากขึ้น, ช่วยให้ความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น, ช่วยให้การใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้นและช่วยให้เกิดการท่องเที่ยวมากขึ้น นอกจากนี้แรงงานยังมองว่าในอีก 3 ปีข้างหน้าค่าจ้างขั้นต่ำควรอยู่ที่ 498.06 บาทต่อวัน และ ในอีก 5 ปีข้างหน้าค่าจ้างขั้นต่ำควรอยู่ที่ 579.74 บาทต่อวัน อย่างไรก็ตามในส่วนของการปรับขึ้นค่าจ้างนั้นแรงงานส่วนใหญ่มองว่าควรปรับขึ้นตามภาวะค่าครองชีพ นายวชิร กล่าวว่า ในส่วนของการสำรวจการใช้จ่ายของแรงงานในวันแรงงานไทยปี 57 ประเมินว่า แรงงานจะมีค่าใช้จ่ายรวมถึง 1,965.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.3% แต่เป็นอัตราการขยายตัวที่ต่ำในรอบ 4 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว โดยสิ่งที่แรงงานต้องการให้รัฐบาลช่วยเหลือมากที่สุดคือ การดูแลค่าครองชีพและค่าแรงให้เหมาะสม, ดูแลเรื่องสวัสดิการที่เหมาะสม, แก้ปัญหาทางการเมืองให้เร็วที่สุด, กระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว และ การเพิ่มทักษะฝีมือให้แรงงานมีคุณภาพมากขึ้น  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนี้ครัวเรือนแรงงานไทยพุ่ง

  • หั่นราคาแพกเกจดึงนักท่องเที่ยว

    หั่นราคาแพกเกจดึงนักท่องเที่ยว

    นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพรนายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว(โลว์ซีซั่น) ของปีนี้ภาคเอกชนท่องเที่ยวเตรียมหันมาใช้กลยุทธ์เรื่องการลดราคาสินค้าท่องเที่ยวลงซึ่งคาดว่าจะไม่ต่ำกว่า 10-20%  เพื่อใช้เป็นเครื่องมือกระตุ้นลูกค้าและนำรายได้มาเสริมสภาพคล่องในธุรกิจของตนเองหลังจากการเมืองที่ยืดเยื้อทำให้นักท่องเที่ยวลดลงโดยเฉพาะจาก จีน ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ จากปกติที่จะเข้ามาเที่ยวตลอดปี จนผู้ประกอบการขาดรายได้มาเสริมสภาพคล่องอย่างหนัก จึงต้องหันมาลดราคาแทน   “ต้องยอมรับว่าในปีนี้หากการเมืองยังยืดเยื้อต่อไปอยู่ และมีเหตุการณ์ความรุนแรงเป็นระยะ ไปจนถึง เดือนมิ.ย.สถานการณ์การท่องเที่ยวก็ต้องย่ำแย่ ซึ่งจากการได้พูดคุยกับผู้ประกอบการโดยเฉพาะตลาดหลักอย่างจีน ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าครั้งนี้นานมากที่สุดแล้วทำตลาดไม่ได้เลย ซึ่งเมื่อเหตุการณ์สงบหรือเข้าช่วงนักท่องเที่ยวน้อย การลดราคาจะต้องเกิดขึ้นและไปเป็นสงครามราคาแน่นอนโดยจำนวนนักท่องเที่ยว”   สำหรับภาพรวมด้านการท่องเที่ยวในขณะนี้ได้ประเมินว่า ในไตรมาส1-3 มองว่าจะติดลบ ประมาณ 4.5% และคาดว่าเป้าหมายรวมปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจเหลือเพียง 26ล้านคนจากการตั้งเป้าไว้ที่ 28.01 ล้านซึ่งหากเป็นจำนวนตามที่คาดถือเป็นครั้งแรกในรอบ 3ปีที่เป้าหมายนักท่องเที่ยวไม่โตแต่อยู่ในระดับเดิม   ด้านนายวิรัช จัตุรภุชพิทักษ์กรรมการผู้จัดการบริษัทมาร์วิน ทัวร์ส กล่าวว่า หากสถานการณ์การเมืองยังยืดเยื้อไปถึงเดือน ส.ค. บริษัททัวร์ที่ทำตลาดขาเข้า (อินบาวด์) จะยิ่งเลิกกิจการมากขึ้นโดยตั้งแต่เดือน พ.ย. มีบริษัท 12 แห่งต้องปิดตัวไปแล้วแม้ส่วนใหญ่จะเป็นขนาดกลางลงไป แต่ก็เป็นบริษัทเก่าแก่ที่เปิดมามากกว่า 10 ปีและส่วนใหญ่ทำตลาดยุโรปเป็นหลัก ซึ่งที่ผ่านมาประเภทกรุ๊ปทัวร์ได้รับผลกระทบสูงสังเกตได้จากรายได้จากตลาดยุโรปของบริษัทเอง ที่ลดไปกว่า 60% ตั้งแต่พ.ย.56-เม.ย.57   “บริษัททัวร์ที่อยู่ในวงการมานานเกือบจะถอดใจปิดตัวไปหลายรายจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพราะปกติบริษัทที่มีทุนขนาดกลางๆ จะอยู่ได้ในภาวะไม่มีกำไรแค่ราว 6 เดือนถึง 1 ปีดังนั้นบริษัทใดที่พึ่งพาตลาดเดียวเป็นหลักไม่กระจายความเสี่ยงไปทำตลาดเอเชียหรือทำทัวร์เอาท์บาวด์ควบคู่ไปด้วยจึงอยู่ได้ยาก”   ด้านบริษัทที่ทำตลาดเอเชียตอนนี้ก็ยังถือว่าประคองสถานการณ์ไปได้ เพราะเอเชียยกเลิกทัวร์เร็วแต่ก็กลับมาได้เร็วแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะลดกว่าเดิม แต่ยังถือว่ามีการเดินทางเข้ามา เช่นตลาดสิงคโปร์ที่มีไทยเป็นจุดหมายสุดสัปดาห์ เมื่อก่อนอาจมีไฟลท์เข้าทุกวันศุกร์มากกว่า 10 เที่ยวแต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 3 เที่ยวขณะที่ตลาดเอาท์บาวด์นั้น แม้คนไทยจะยังเดินทางไปต่างประเทศ แต่สังเกตยอดเดือนเม.ย.ลดลงเพราะคนไม่มั่นใจกับสภาพเศรษฐกิจ และกำลังซื้อลดลง   นอกจากนี้ยังเป็นห่วงว่าประทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า กัมพูชา และเวียดนามที่เคยพึ่งพิงตลาดต่างชาติผ่านเข้ามาทางไทยเป็นหลักจะค่อยๆปรับตัวรับนักท่องเที่ยวเองได้โดยตรงมากขึ้น เพราะ 2 ปัจจัยหลัก คือสายการบินต่างประเทศเข้ามาเปิดเที่ยวบินตรงเข้าเมืองต่างๆในกลุ่มอาเซียนมากขึ้นและผู้ประกอบการเพื่อนบ้านก็ตื่นตัวในการออกไปทำตลาดต่างประเทศเองและเข้าร่วมรายการเทรดโชว์ใหญ่สม่ำเสมอทั้งงานไอทีบี เยอรมนี และเวิลด์ ทราเวลมาร์เก็ต เ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หั่นราคาแพกเกจดึงนักท่องเที่ยว

  • เปิดไทยรัฐทีวีหนุนเอาเงินประมูลโปรโมททีวีดิจิตอล

    เปิดไทยรัฐทีวีหนุนเอาเงินประมูลโปรโมททีวีดิจิตอล

    วันนี้ (24 เม.ย.) ที่เซ็นเตอร์พ้อยท์ สตูดิโอ สุขุมวิท 105 บางนาบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัดซึ่งเป็นผู้ที่ชนะการประมูลทีวีดิจิตอลเพื่อให้บริการธุรกิจระดับชาติช่องคุณภาพคมชัดสูง (HD) ได้เปิดตัว “ สถานีโทรทัศน์ไทยรัฐทีวี ช่อง 32HD” ภายใต้สโลแกน “คิดต่าง อย่างเข้าใจ ” โดยจะเริ่มออกอากาศทางการระบบคุณภาพคมชัดสูงเป็นวันแรก นายวัชร วัชรพลประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทริปเปิล วีบรอดคาสท์ จำกัดผู้บริหารสถานี และน.ส.จิตสุภาวัชรพล เจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และการตลาดเปิดเผยร่วมกันว่า สัดส่วนรายการแบ่งเป็น รายการข่าวสารและสาระ จะเป็นผู้ที่ผลิตข่าวเองทั้งหมด เนื่องจากมีบุคลากรข่าวและคอนเทนต์ และแบ่งเวลาให้ผู้อื่นเช่าตามข้อกำหนดของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ปัจจุบันได้แบ่งเวลาให้ผู้อื่นเช่าใช้แล้วจำนวน10%และจะให้เช่าสูงสุดไม่เกิน 40% “อยากให้มีการส่งเสริมการรับชมทีวีดิจิตอลให้ประชาชนได้เข้าใจอย่างทั่วถึงและนำเงินที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิตอลไปทำการโปรโมทกระตุ้นให้เกิดการรับชมในวงกว้าง รวมถึงการกระชับระยะเวลาการเปลี่ยนผ่านจาก3 ปี ให้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น มองว่าในช่วงระยะ3 ปีแรก อุตสาหกรรมทีวีดิจิตอลอาจจะมีเลือดสาดได้แต่ก็อยากให้ทุกช่องอยู่รอด ไม่อยากให้ล้มหายไปเนื่องจากที่ผ่านมาเราจับมือกันร่วมประมูลมาพร้อมๆกัน ” นายวัชรกล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดไทยรัฐทีวีหนุนเอาเงินประมูลโปรโมททีวีดิจิตอล