ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (22 เม.ย.) ดัชนีทะยานขึ้นทันทีที่เปิดตลาด ก่อนจะดิ่งในแดนลบช่วงท้ายตลาด ตามแรงเทขายทำกำไร เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่ๆเข้ามาสนับสนุน ขณะที่ประเด็นการเมืองในประเทศยังกดดันอยู่ โดยคาดว่านักลงทุนบางส่วนยังรอติดตามกำหนดการต่างๆเกี่ยวกับการเลือกตั้งว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด และมีแนวโน้มว่าจะสำเร็จหรือไม่ รวมทั้งในวันที่ 23 เม.ย. ยังรอพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญว่าจะอนุญาตให้นายกฯเลื่อนการชี้แจงกรณีโยกย้ายเลขา สมช.หรือไม่ ซึ่งเป็นประเด็นหนึ่งที่คาดกันว่าอาจทำให้เกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองได้ ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้า 1,411.74 จุด ลดลง 1.33 จุด หรือ 0.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,878.94 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดลบ 1.33 จุด
Blog
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 22 เมษายน 2557 ปิดลบ 1.33 จุด
Facebook Comments -

ราคาทอง22เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,100บาท
วันที่ 22 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:26 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยคงที่จากเดิม ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,100 บาท รับซื้อ 19,313.84 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,700 บาท รับซื้อ 19,600 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,100 บาท รับซื้อ 19,313.84 บาท ทองแท่งขาย 19,700 บาท รับซื้อ 19,600 บาท เวลา 09:26 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง22เม.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,100บาทFacebook Comments -

สรรพากรหน้ามืดรีดภาษี
นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ กรมสรรพากรเตรียมเข้มงวดและตรวจสอบการภาษีให้มากขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจที่ได้รับอานิสงค์จากการชุมนุมที่มีทั้งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการอุปโภค บริโภค ธุรกิจด้านอาหาร ที่ต้องตรวจสอบว่าธุรกิจดังกล่าวเสียภาษีที่สอดคล้องกับแนวโน้มธุรกิจหรือไม่ เพราเมื่อเปรียบเทียบแล้วธุรกิจดังกล่าวยอดขายไม่ลดลง อย่างธุรกิจอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบจากชุมนุมและปัญหาเศรษฐกิจ ดังนั้นการเสียภาษีไม่ควรปรับลดลงจากช่วงที่ผ่านๆมา โดยสินค้าที่ขายดีในช่วงชุมนุมที่เห็นได้ชัดคือ น้ำดื่ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ต้องไปดูว่าบริษัทที่อยู่ในกลุ่มนี้จ่ายภาษีลดลงสวนทางกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ทั้งนี้ ในฐานะผู้เก็บภาษีต้องตรวจสอบอยู่แล้ว ทั้งภาษีของกลุ่มธุรกิจ และบุคคลธรรมดาที่บริจาคเงินให้กับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยการตรวจสอบจะต้องดูหลายด้าน ทั้งกระแสบัญชี(สเตทเม้นท์) ข้อมูลงบดุลของบริษัท และต้องดูเส้นทางของรายได้และเส้นทางการเงิน ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ซึ่งขั้นตอนการตรวจสอบต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะถ้าไม่รอบคอบจะเป็นการไปกล่าวหา โดยบางรายใช้เวลาเป็นปีจึงจะทราบว่ามีการเสียภาษีอย่างถูกต้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม กรมสรรพากรมีกลุ่มบุคคลและกลุ่มบริษัท ที่กรมสรรพากรกำลังตรวจสอและจับตาดูเป็นพิเศษนั้นมีอยู่ระดับ 100 ราย ซึ่งการตรวจสอบช่วงนี้เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นจึงยังบอกไม่ได้ว่าบริษัทที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบนั้นหลีกเลี่ยงภาษีหรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรหน้ามืดรีดภาษีFacebook Comments