Blog

  • กสท.ยังไร้ข้อสรุปราคาคูปองทีวีดิจิตอลเตรียมถกต่อจันทร์นี้

    กสท.ยังไร้ข้อสรุปราคาคูปองทีวีดิจิตอลเตรียมถกต่อจันทร์นี้

    วันนี้ (18เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ด้านคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่าการประชุม กสท.ช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่สามารถสรุปมูลค่าราคาคูปองส่วนลดเพื่อนำไปใช้ซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีดิจิตอลว่าราคาจะอยู่ที่ต่ำกว่าหลักพันหรือมากกว่าหลักพัน รวมถึงเงื่อนไขการใช้คูปองในการนำไปซื้ออุปกรณ์อะไรได้บ้าง ซึ่งคาดว่าจะมีการสรุปอีกครั้งในวันจันทร์ 21 เม.ย. นี้ เพื่อนำเสนอให้คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม (กทปส.) อนุมัติ เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม กสทช. ในวันที่ 23 เม.ย. นี้ ในขณะเดียวกันรายละเอียดอื่นๆอาทิ การแจกจ่ายให้ประชากร 22 ล้านครัวเรือน ตามทะเบียนราษฎร์ผ่านไปรษณีย์ มีข้อสรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนอกจากนี้คูปองส่วนลดที่ประชาชนนำไปซื้อกล่องเซตทอป บ็อกซ์ หรือ ทีวีดิจิตอลที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลในตัวเครื่อง ต้องจัดเรียงช่องทีวีดิจิตอลหมายเลขช่อง 1- 36 และคูปองก็ไม่สามารถที่จะแลกคืนย้อนหลังได้ ทั้งนี้อยากให้ประชาชนจำนวน 22 ล้านครัวเรือน รอการใช้สิทธิ์คูปองของตัวเอง ซึ่งหากในช่วงนี้ประชาชนที่รับชมทีวีภาคพื้นดินผ่านหนวดกุ้งก้างปลาและยังอยู่ในพื้นที่ที่โครงข่ายยังไม่ครอบคลุมก็ขอให้ชะลอการซื้ออุปกรณ์ดังกล่าว“ราคาคูปอง และเงื่อนไขการนำไปใช้ซื้ออุปกรณ์นั้นต้องหารือเพื่อหาข้อสรุปอีกครั้งในวันจันทร์นี้เพื่อให้ทันเสนอต่อ กทปส. และบอร์ด กสทช.ให้ทันในวันที่ 23 เม.ย. นี้ และเพื่อเปิดเผยแก่สาธารณะชนทราบ ซึ่งหากไม่ทันก็จะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปแต่ทั้งนี้ยังอยากให้กระบวนการแจกจ่ายคูปองได้ประมาณช่วงเดือนมิ.ย. นี้ ” น.ส.สุภิญญา กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.ยังไร้ข้อสรุปราคาคูปองทีวีดิจิตอลเตรียมถกต่อจันทร์นี้

  • กทค.เคาะราคาเริ่มต้นประมูล 4 จี ใบละ 11,600 ล้านบาท

    กทค.เคาะราคาเริ่มต้นประมูล 4 จี ใบละ 11,600 ล้านบาท

    วันนี้ (18 เม.ย.) ที่สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกสทช.และประธานกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า บอร์ด กทค.ได้พิจารณาราคาเริ่มต้นการประมูลใบอนุญาต 4 จี ย่านความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ รวม 2 ใบอนุญาต ที่ใบละ 11,600 ล้านบาท จำนวน 12.5 เมกะเฮิร์ตซ ทั้งนี้ หากรวม 2 ใบอนุญาตจะมีราคาเริ่มต้นที่ 23,200 ล้านบาท ในจำนวนทั้งหมด 25 เมกะเฮิร์ตซ โดยการเคาะราคา 1 ครั้ง ราคาจะเพิ่มขึ้น 5% คือครั้งละ 580 ล้านบาทสำหรับ ขั้นตอนต่อจากนี้กทค.จะนำมติ เข้าที่ประชุมบอร์ด กสทช.ในวันที่ 23 เม.ย.57 โดยหากบอร์ด กสทช.เห็นชอบในหลักการแล้ว หลังจากนั้นจะเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะอีก 45 วัน ก่อนนำเข้าบอร์ด กทค.เพื่อพิจารณาข้อคิดเห็นต่างๆโดยคาดการณ์ว่าในเดือน มิ.ย.57 จะประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเดือน ก.ค.57 จะเปิดให้ผู้ประกอบการยื่นขอความจำนงเข้าร่วมประมูล พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติผู้ร่วมประมูลในเดือนส.ค.57 ก่อนจะเปิดประมูลใบอนุญาตได้ในช่วงสัปดาห์ที่ 2-3 ของเดือน ส.ค.57 ต่อไป“การสรุปราคาตั้งต้นได้เชิญไอทียู มาร่วมเป็นที่ปรึกษา ทั้งการออกแบบใบประมูลและราคาตั้งต้น โดยวันนี้มีการถกเถียงกันมากเพราะเรื่องราคาถือว่าสำคัญ ต้องกำหนดให้เหมาะสมที่สุดประเทศจะต้องได้ราคาที่เหมาะสม ที่ไม่สูงเกินไป เพื่อไม่ให้เป็นการกีดกันรายเล็กเพราะหากสูงเกินไปจะทำให้รายเล็กไม่สามารถเข้ามาแข่งขันได้แต่หากน้อยเกินไปจะเกิดข้อครหาว่าไปเอื้อประโยชน์ จึงต้องใช้หลักการระดับสากลเปรียบเทียบราคาทั้งย่านความถี่เดียวกันและย่านอื่นๆ ร่วมพิจารณาด้วย”พ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กทค.เคาะราคาเริ่มต้นประมูล 4 จี ใบละ 11,600 ล้านบาท

  • รถบรรทุกไทยไม่พร้อมแข่งขันหลังเปิดเออีซี

    รถบรรทุกไทยไม่พร้อมแข่งขันหลังเปิดเออีซี

    นายวัฒนา พัทรชนม์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยในงานสัมมนาเรื่องการพัฒนาแนวร่วมขนส่งอาเซียน อนาคตเส้นทางขนส่งไทยว่า ขณะนี้มีผู้ประกอบการขนส่งสินค้าหรือรถบรรทุกของไทยมากถึง 11,200 ราย ที่ยังไม่มีความพร้อมแข่งขันต่อการเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 หรือคิดเป็น 80% ของจำนวนรถที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกทั้งหมด 14,000 ราย เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและเอสเอ็มอี ที่มีข้อจำกัดด้านเงินทุนและต้นทุนการขนส่ง ส่วนผู้ประกอบการที่มีความพร้อมในการแข่งขันมีเพียง 20%  หรือประมาณ 2,800 รายเท่านั้น ซึ่งเป็นผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีเงินทุน และจำนวนรถมาก ซึ่งปัจจุบันหลายบริษัทได้เข้าไปให้บริการขนส่งสินค้าในตลาดอาเซียนแล้วด้วย ดังนั้น กรมฯ กำลังเร่งพัฒนาศักยภาพสร้างการแข่งขันให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกไทย โดยได้จัดทำความร่วมมือพัฒนาระบบขนส่งร่วมกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเตรียมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งร่วมกับประเทศมาเลซีย และพม่า รวมทั้งเตรียมหารือกับกระทรวงคมนาคมของประเทศกัมพูชา เพื่อขยายโควต้าปริมาณรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนระหว่างกันให้มากขึ้น  โดยคาดว่าภายในปีนี้จะสามารถขยายโควต้าการขนส่งเพิ่มขึ้นจากวันละ 40 เที่ยว เป็นวันละ 500 เที่ยว นายวัฒนา กล่าวว่า จากการประเมินสภาพตลาดการประกอบการขนส่งสินค้าในตลาดอาเซียน เบื้องต้นพบว่าประเทศลาวเป็นตลาดที่มีโอกาสดีมากสุดสำหรับผู้ประกอบการขนส่งไทย เนื่องจากปัจจุบันมีการเปิดเสรีการขนส่งสินค้าโดยไม่มีการจำกัดปริมาณเที่ยววิ่งผ่านแดนระหว่างกัน ทำให้ผู้สามารถเข้าไปประกอบการได้ง่าย อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกมากขึ้น ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาวได้ และยังสามารถขนส่งสินค้าไปยังตอนใต้ของประเทศจีนได้ด้วย 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถบรรทุกไทยไม่พร้อมแข่งขันหลังเปิดเออีซี