นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลงเฉลี่ย 0.13-0.65% ภายหลังที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 2% โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 3 เดือนอยู่ที่ 1.40-1.60% เงินฝากประจำ 6 เดือน 1.55-1.80% เงินฝากประจำ 12 เดือน 2.00-2.10% เงินฝากประจำ 24 เดือนเท่ากับ 2.15-2.50% ส่วนเงินฝากออมทรัพย์อยู่ที่ 0.5% ออมทรัพย์ทวีโชค 0.5% แต่ลูกค้าจะได้รับดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากต้องจัดสรรส่วนที่เหลือกันไว้เป็นค่าเงินรางวัล ส่วนออมทรัพย์พิเศษเท่ากับ 1.25% “ส่วนอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารยังไม่ปรับลด เนื่องจากธนาคารได้พิจารณาดูในเรื่องของต้นทุนต่างๆ เมื่อเทียบกับตลาดเดียวกันแล้ว โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของ ธ.ก.ส.ยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าธนาคารพาณิชย์อื่นๆอยู่ ทำให้ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ต้องดูไปอีกสักพักก่อน” นายครรชิต สิงห์สุวรรณ์ รักษาการ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) กล่าวว่า ธอท.ได้ปรับลดอัตราผลตอบแทนเงินฝากลง 0.45%-0.5% แต่เป็นการปรับลดในอัตราที่สูงกว่าธนาคารอื่นๆ เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่ กนง.ได้ประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 2.25% ธนาคารยังไม่ได้ทำการปรับลด ทำให้ครั้งนี้จึงพิจารณาปรับลดในอัตราที่มากพอสมควร ทั้งนี้ สำหรับผลอัตราตอบแทนเงินฝากที่เปลี่ยนแปลง แบ่งเป็น เงินฝากประจำ 3 เดือน จากเดิม 3.00% เหลือ 2.50% เงินฝากประจำ 6 เดือน จากเดิม 3.30% เหลือ 2.75% เงินฝากประจำ 12 เดือน จากเดิม 3.60% เหลือ 3.15% ส่วนผลตอบแทนด้านสินเชื่อหรือเงินกู้นั้น ยังไม่ปรับลด เพราะต้องพิจารณาความเคลื่อนไหวจากธนาคารอื่นก่อนว่าจะมีทิศทางใด แต่เชื่อว่าคงใช้ระยะเวลาไม่นานก็คงมีการเปลี่ยนแปลง เพราะการที่ลดเงินฝากขาเดียวจะทำให้กำไรมากขึ้นและเป็นการเอาเปรียบลูกค้าจนเกินไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์รัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง
Blog
-

แบงก์รัฐปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากลง
Facebook Comments -

ซัมซุง อวดกาแล็คซี่ เอส5 ล้างน้ำโชว์บนเวที
วันนี้ (4 เมษายน 2557 ) ณ โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัทไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ให้ส้มภาษณ์ภายหลังเปิดตัวสมาร์ทโฟนนวัตกรรมใหม่ ซัมซุง กาแล็คซี่ เอส 5 ในประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ว่า ตั้งแต่เปิดตัวสมาร์ทโฟนตระกูลกาแล็คซี่ มียอดขายทั่วโลกประมาณ 200 ล้านเครื่อง และมั่นใจว่า กาแล็คซี่ เอส 5 ซึ่งเป็นสมาร์ทโฟนนวัตกรรมใหม่ จะมียอดขายดีกว่ารุ่นอื่นๆ เพราะการออกแบบเน้นให้เป็นสมาร์ทโฟนที่อำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันมากขึ้น จุดเด่นของกาแล็คซี่ เอส 5 นอกจากฝาหลัง ออกแบบเป็นลายปรุ แต่เวลาจับให้ความรู้สึกยืดหยุ่น ไม่ลื่นหลุดมือ มีไพรเวท โหมด และฟังค์ชั่นสแกนลายนิ้วมือเจ้าของเครื่อง เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัว และโหมดอัลตร้า พาวเวอร์ เซฟวิ่ง หากเหลือแบตเตอรี่เพียง 10 % ระบบจะเปลี่ยนจอสีเป็นขาวดำ และให้แอพสำคัญที่จำเป็นต่อการใช้งานทำงานได้ 5 แอพ ช่วยให้สามารถเปิดสายสแตนบายได้นานถึง 24 ชั่วโมง กล้อง 16 เมกะพิกเซล ระบบออโต้โฟกัสเร็วที่สุด 0.3 วินาที และแอพพลิเคชั่น เอส เฮลธ์ จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัวขณะออกกำลังกาย พร้อมเซ็นเซอร์นับก้าวและเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ซัมซุงจะวางจำหน่าย กาแล็คซี่ เอส 5 ในวันที่ 11 เมษายน 2557 มี 4สี คือ ดำ ขาว ฟ้าและสีทอง ในช่วงแรกจะนำสีขาวและสีดำ มาวางจำหน่ายก่อน ราคา 23,800 บาท ส่วนเกียร์ ฟิต ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบสวมใส่อัจฉริยะ สำหรับใช้ดูแลรักษาสุขภาพและออกกำลังกาย จอซูเปอร์ อะโมเลด โค้งเข้ากับข้อมือ สามารถแจ้งให้ทราบเมื่อมีสายเข้า อีเมล หรือข้อความสั้น เชื่อมต่อกับกาแล็คซี่ เอส 5 และสมาร์ทโฟนกาแล็คซี่รุ่นอื่นได้อีก 20 รุ่น ราคา 5,900 บาท ด้านนายฐิติพงศ์ เขียวไพศาล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการอาวุโส สายงานการตลาดและะการขาย บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือเอไอเอส กล่าวว่า เป็นครรั้งแรกที่เอไอเอสจัดแพคเกจ เอไอเอส ซัมซุง แพคเกจ โดยผู้ที่เลือกใช้แพคเกจนี้ จะได้ใช้เนน็ตฟรีทั้งปี โทรฟรีในเครือข่าย 12 และลดค่าบริการรายเดือน 50 % นาน 12 เดือน เพื่อยืนยันการเป็นพาร์ทเนอร์ระหว่างงเอไอเอสและซัมซุงมายาวนาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างแถลงข่าวบนเวที ผู้บริหารซัมซุง ได้นำกาแล็คซี่ เอส 5 ไปล้างน้ำ ผ่านม่านน้ำตก เพื่อยืนยันกันน้ำและกันฝุ่นได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุง อวดกาแล็คซี่ เอส5 ล้างน้ำโชว์บนเวทีFacebook Comments -

บัญชีกลางเผยมีงบลงทุนค้างท่อ 7.3 พันล้านบาท
นายมนัส แจ่มเวหา อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า ขณะนี้มีโครงการลงทุนที่อยู่ระหว่างการเบิกจ่ายงบประมาณ 55,000 ล้านบาท โดยที่ผ่านมาได้ส่งหนังสือเวียนไปยังกระทรวงและส่วนราชการต่าง ๆ เพื่อซักซ้อมและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเบิกจ่ายงบลงทุน ปี 57 เนื่องจากก่อนหน้านี้รัฐมนตรีของกระทรวงต่าง ๆ ไม่กล้าลงนามอนุมัติการเบิกจ่าย เพราะกังวลว่าจะผิดกฎหมายรัฐบาลธรรมนูญ หลังจากรัฐบาลประกาศยุบสภา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนโครงการลงทุนที่มีขนาดเกินกว่า 1,000 ล้านบาท ยังไม่สามารถดำเนินการก่อหนี้ผูกพัน และเบิกจ่ายงบลงทุนได้ 7,330 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ทำให้ไม่มีอำนาจในการอนุมัติโครงการที่ยังค้างอยู่ดังกล่าวได้“ก่อนหน้าที่กรมบัญชีกลางจะออกหนังสือเวียนเพื่อซักซ้อมทำความเข้าใจกับส่วนราชการทั้งหมดนั้น มีงบลงทุนที่ค้างท่อรอการลงนามจ่ายอยู่ทั้งหมด 130,000 ล้านบาท แต่เมื่อได้ส่งหนังสือเวียนออกไปก็ทำให้สถานการณ์ต่าง ๆ ดีขึ้น จนวงเงินลดลงมาอยู่ที่ 55,000 ล้านบาท โดยยอมรับว่ามีโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่เกิน 1,000 ล้านบาท อยู่จำนวนมากที่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะตามหลักการต้องนำเรื่องเข้าที่ประชุมครม. เพื่อขอความเห็นชอบก่อน แต่เมื่ออยู่ในรัฐบาลรักษาการก็คงดำเนินการไม่ได้”ทั้งนี้ ยอมรับว่าการจัดทำงบประมาณปี 58 อาจมีความล่าช้า เนื่องจากยังไม่มีรัฐบาลใหม่ที่เข้ามาดำเนินการ แต่เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการงบในภาพรวม โดยเฉพาะในส่วนของการเบิกจ่ายงบรายจ่ายประจำ เนื่องจากสามารถใช้งบประมาณปีเก่าไปพลางก่อนได้ แต่จะมีปัญหาในส่วนของงบลงทุน ที่ไม่สามารถเบิกจ่ายในโครงการใหม่ ๆ ได้ ส่วนงบลงทุนในโครงการที่มีการก่อหนี้ผูกพันไว้แล้ว ยังเดินหน้าได้ตามปกติ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บัญชีกลางเผยมีงบลงทุนค้างท่อ 7.3 พันล้านบาทFacebook Comments