นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมมือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจวัตถุอันตราย กำหนดบทบัญญัติ 10 ประการ สร้างมาตรฐานด้านรถบรรทุก เพื่อให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกทั้งระบบกว่า 9.7 แสนคัน นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อลดอุบัติเหตุ หลังจากที่ผ่านมาอุบัติเหตุจากรถบรรทุกได้สร้างความสูญเสียมากกว่ารถประเภทอื่น “สถิติการเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกประเภทต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมามีถึง 126 ราย มีอุบัติเหตุจากรถบรรทุกถึง 73 ราย อุบัติเหตุจากรถพ่วง 35 ราย และอุบัติเหตุจากรถวัตถุอันตราย 18 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคนขับหรือพนักงานขับรถบรรทุก ขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และมักหลับในขณะขับรถตามลำดับ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก” สำหรับบทบัญญัติ 10 ประการ ได้แก่ จัดทำประวัติและตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงประเภท ห้ามเสพสุราขณะขับขี่ ขับขี่สี่ชั่วโมงติดต่อกันต้องหยุดพัก น้ำหนักไม่เกินที่กำหนด รถบรรทุกวัตถุอันตรายต้องติดตั้งจีพีเอส ต้องใส่ใจผู้ใช้รถใช้ถนนรอบข้าง ใช้รถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ละเลยให้สัญญาณต้องจอดนิ่ง ห้ามขับซิ่งเพราะจะเกิดอันตราย และไม่ลืมทวิสต์ล็อก ในรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า ปัจจุบันการขนส่งด้วยรถบรรทุกถือว่ามีความสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการขนส่งวัตถุอันตราย จำเป็นต้องมีความรู้และเข้าใจในกฎระเบียบต่าง ๆ ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดร่วมกัน ซึ่ง โครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านความปลอดภัยในการขนส่งด้วยรถบรรทุกครั้งนี้ คาดหวังให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และปฏิบัติร่วมกันตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งด้วยรถบรรทุกให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการ ส่วนการแก้ปัญหาการให้บริการรถเมล์สาย 8 ได้รวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดของผู้ประกอบการรถเมล์สาย 8 ทุกราย เพื่อเสนอให้คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง พิจารณาทบทวนการออกใบอนุญาต การเปลี่ยนรถ และการเพิ่มหรือลดจำนวนรถแล้ว รวมทั้งข้อมูลของรถเมล์สายอื่นๆ ที่เข้าข่ายการกระทำผิดด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเข้มสิงห์รถบรรทุก
Blog
-

คุมเข้มสิงห์รถบรรทุก
Facebook Comments -

จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน
นางมาลีโชคล้ำเลิศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์กล่าวภายหลังการเปิดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 2 จังหวัดหนองคายว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับจังหวัดหนองคาย จัดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 3- 8เม.ย. 57 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดหนองคาย ลานน้ำพุพญานาคเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการค้าชายแดนการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ในการขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการตลาดภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทุกระดับสำหรับกิจกรรมที่สำคัญเช่น การแสดงและการจำหน่ายสินค้าจากของไทยและประเทศเพื่อนบ้านว่า 400คูหา เป็นสินค้าโอทอป ซีเล็คสินค้าเอสเอ็มอีจากประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาวเวียดนาม เป็นต้นขณะเดียวกันก็มีการสัมมนาเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้แก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยากรจากผู้มีประสบการณ์จากหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการประชุมเชื่อมโยงความสำพันธ์เพื่อลดปัญหาอุปสรรคของการค้า ระหว่าง 20 จังหวัดภาคตะวันออกตะวันออกเฉียงเหนือกับประเทศลาว เวียดนาม รวมถึงการจัดการเจรจาคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิ้น 20 คู่ มูลค่า 20 กว่า ล้านบาทโดยสินค้าหลักๆที่มีการเจรจาธุรกิจคือ สินค้าวัสดุก่อสร้างสินค้าเกษตรและเครื่องจักรทางการเกษตร สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจบริการท่องเที่ยว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้านFacebook Comments -

งัดกลยุทธ์ขายข้าวไข่เจียวทั่วถนนข้าวสาร
นายสง่า เรืองวัฒนกุล นายกสมาคมผู้ประกอบการถนนข้าวสาร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ผู้ประกอบการจึงได้หารือและงัดกลยุทธ์การตลาด ด้วยการชูจุดเด่น การทำข้าวไข่เจียวขายให้นักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ตลอดเส้นทางของถนนข้าวสาร เพื่อกระตุ้นความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวที่กำลังประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายด้านการบริโภคที่ลดลง โดยเฉพาะในตลาดคนไทยและกลุ่มแบ็กแพ็กที่เน้นการท่องเที่ยวแบบประหยัดเงิน โดยคาดว่าจะมีเงินสะพัดในช่วงสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 12-15 เม.ย.ประมาณ 24,000 ล้านบาทและมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา 104,000 คน“เมนูข้าวไข่เจียวนั้น เป็นเมนูที่ขายอยู่แล้วบนถนนข้าวสาร และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติก็ดูจะชื่นชอบเป็นพิเศษ เนื่องจากมีข้าวกล่องเดียวพร้อมน้ำ 1 ขวดก็รับประทานได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งก็เข้ากับการท่องเที่ยวในข้าวสารที่จะต้องเดินเล่นดูบรรยากาศต่างๆ และบวกกับปัจจัยที่เศรษฐกิจทั้งของคนไทยและต่างชาติยังไม่ดีขึ้นมากนักจึงคาดว่า การชูจุดขายนี้จะช่วยกระตุ้นเรื่องการใช้จ่ายแบบประหยัดในนักท่องเที่ยวได้”อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าภาพรวมการท่องเที่ยวสงกรานต์บนถนนข้าวสารจะเติบโตลดลง 20% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากไทยประสบปัญหาเรื่องการเมือง ซึ่งทำให้ตลาดในกลุ่มแบ็กแพ็ก ที่มาจากจีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ซึ่งมีกว่า 80% หายไปในช่วงที่เกิดวิกฤต แต่ในทางกลับกันกลุ่มนี้เมื่อยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯไปแล้วก็จะเดินทางกลับมาได้เร็ว ส่วนกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่มีสัดส่วนประมาณ 70% ก็ต้องการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวลงเพราะเศรษฐกิจในประเทศไม่เติบโต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : งัดกลยุทธ์ขายข้าวไข่เจียวทั่วถนนข้าวสารFacebook Comments