Blog

  • กสิกรไทยฯชี้นักลงทุนแห่ระดมทุนรับเออีซี

    กสิกรไทยฯชี้นักลงทุนแห่ระดมทุนรับเออีซี

    นายแมนพงศ์เสนาณรงค์ กรรมการผู้จัดการบริษัท หลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ในปลายปีนี้มีดีลลูกค้าที่จะเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชนครั้งแรกหรือไอพีโอ2 ดีล คิดเป็นมูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการอุปโภค-บริโภค และอสังหาริมทรัพย์ โดยมองว่าการทำไอพีโอยังมีอย่างต่อเนื่องหลังจากที่ภาวะเศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัว และการเมืองมีเสถียรภาพทำให้นักลงทุนมีความเชื่อมั่นที่จะขยายการลงทุน ประกอบกับในปี 58เปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซีทำให้มีบริษัทเริ่มมีการระดมทุนกันเป็นจำนวนมากนอกจากนี้จะมีกองรีทส์หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์อีก1 กอง ส่วนปีหน้ามีดีลอีก 2-3 ดีลเกี่ยวข้องกับอสังหาริมทรัพย์ อุปโภค-บริโภค และพลังงานทางเลือกนายธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าภาวะหนี้ครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นมีผลต่อกำลังซื้อในประเทศปรับตัวลดลงซึ่งในช่วงต้นปีมีการตั้งสำรองไว้ที่ 0.85% ของสินเชื่อทั้งหมดเป็นผลมาจากการเมืองและเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวลง จากปีก่อนที่ตั้งไว้ที่ 0.8% ส่วนสินเชื่อในปีนี้คาดว่ายังเป็นไปตามแผนที่วางไว้เติบโต6-7% โดยเงินขอสินเชื่อมีทั้งสินเชื่อระยะยาวและสินเชื่อหมุนเวียนซึ่งสินเชื่อที่เติบโตดีเช่น ก่อสร้าง โรงไฟฟ้า สาธารณูปโภค และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสินเชื่อรายย่อย แต่เอสเอ็มอีทรงตัวในช่วงปลายปีสำหรับทิศทางในปีหน้าสินเชื่อจะเติบโตมากน้อยแค่ไหนต้องรอนโยบายการลงทุนของภาครัฐก่อนว่ามีมากน้อยแค่ไหนและการจัดสรรวงเงินกู้ที่ใช้ในการลงทุนจะเป็นอย่างไร แต่เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนภาคเอกชน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสิกรไทยฯชี้นักลงทุนแห่ระดมทุนรับเออีซี

  • กระแสเงินสดรัฐบาลลดลง

    กระแสเงินสดรัฐบาลลดลง

    นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ฐานะการคลังของรัฐบาลตามระบบกระแสเงินสดช่วง 11 เดือนของปีงบประมาณ 57 รัฐบาลมีรายได้นำส่งคลังทั้งสิ้น1.81ล้านล้านบาทต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 100,694 ล้านบาท หรือ 5.2% เนื่องจากภาษีสรรพสามิตรถยนต์ที่จัดเก็บได้ต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยเฉพาะความต้องการรถยนต์ในประเทศที่ชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจและการส่งมอบรถยนต์ภายใต้โครงการรถยนต์คันแรกเกือบครบทั้งโครงการแล้วรวมถึงในปีที่ผ่านมามีการนำส่งรายได้จากการประมูลให้ใช้คลื่นความถี่ 3จี ย่าน 2.1 กิกกะเฮิร์ทซ"แม้การจัดเก็บรายได้จะชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาแต่ระดับเงินคงคลังที่มีอยู่ในปัจจุบันจะสามารถรองรับมาตรการเร่งรัดการใช้จ่ายในปีงบประมาณ57และ58ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง"ขณะที่การเบิกจ่ายเงินงบประมาณมีจำนวนทั้งสิ้น 2.23ล้านล้านบาทสูงกว่าช่วงเดียวกันปีที่แล้ว 62,979 ล้านบาท หรือ 2.9% ทำให้ดุลเงินงบประมาณขาดดุล 411,656 ล้านบาทเมื่อรวมกับดุลเงินนอกงบประมาณที่ขาดดุล 67,432 ล้านบาท ส่งผลให้รัฐบาลขาดดุลเงินสดรวม 479,088 ล้านบาทซึ่งรัฐบาลได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุล 231,940 ล้านบาท ทำให้ดุลเงินสดหลังกู้ขาดดุลทั้งสิ้น 247,148 ล้านบาทและเงินคงคลัง ณ สิ้นเดือนส.ค.57 มีจำนวนทั้งสิ้น 357,904 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กระแสเงินสดรัฐบาลลดลง

  • ชง 5 ยุทธศาสตร์การค้า

    ชง 5 ยุทธศาสตร์การค้า

    นายทิฆัมพร นารทวรทัต รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้าและการลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน และการค้าชายแดน เพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) 5 ด้าน พร้อมทั้งหามาตรการอำนวยความสะดวก ด้านการค้า ให้ผู้ประกอบการไทย ที่ค้าขายตามแนวชายแดน กับประเทศเพื่อนให้มีมูลค่าเกิน 1 ล้านล้านบาท และเกินดุลการค้าไม่ต่ำกว่า 200,000 ล้านบาทต่อปี“ปี 57 กรมฯได้ตั้งเป้าหมายการค้าชายแดนรวมมีมูลค่า 1.05 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.60%เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมาเลเซีย คาดว่าจะมีมูลค่า 568,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% เมียนมาร์ 222,000 ล้านบาท เพิ่ม 23%ลาว 161,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22%และกัมพูชา 99,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20%ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายแน่นอน เพราะครึ่งปีแรกที่ผ่านมา มีมูลค่ารวม 484,419.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6%จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมาเลเซียมีมูลค่าเป็นอันดับหนึ่ง255,581.76 ล้านบาท รองลงมาคือ เมียนมาร์ 98,696.83 ล้านบาท ลาว 74,715.48 ล้านบาท และกัมพูชา55,425.62 ล้านบาท”สำหรับยุทธศาสตร์ 5 ด้านประกอบด้วย การพัฒนาด่านการค้าชายแดน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้าของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยสนับสนุนเร่งรัดการเปิดด่าน เพื่อส่งเสริมการค้าชายแดน, ส่งเสริมการค้า และการลงทุนของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสร้างและขยายตลาดการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน และการค้าชายแดน รวมถึงแสวงหาตลาดใหม่ให้แก่นักธุรกิจ หรือพ่อค้าชายแดนนอกจากนี้ยังพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการ ด้านการค้า การลงทุนตาม บริเวณแนวชายแดน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดำเนินการค้าสู่สากลมากยิ่งขึ้น รวมถึงการพัฒนาโลจิสติกส์ อำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อส่งเสริมให้พัฒนาระบบโลจิสติกส์ทางการค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสุดท้ายคือพัฒนาด้านกฎระเบียบ เพื่อแก้ปัญหาและอุปสรรคทางการค้า โดยเฉพาะกฎหมาย หรือกฎระเบียบข้อบังคับต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อการค้าตามบริเวณแนวชายแดน และการค้ากับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในการนำเข้า-ส่งออกสินค้า และเอื้อต่อการลงทุนระหว่างกัน“กรมฯได้นำร่างยุทธศาสตร์การส่งเสริมการค้า การลงทุนกับประเทศเพื่อนบ้าน และการค้าชายแดน เพื่อรองรับการจัดตั้งเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ เสนอ คสช. เพื่อเห็นชอบแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้าน”นายทิฆัมพร กล่าวว่า กรมฯยังได้มอบอำนาจให้ผู้ว่าราชการจังหวัด76จังหวัด ออกหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้า ฟอร์ม, ฟอร์ม เอ และ ฟอร์มซี เพื่อส่งเสริมให้ผู้ส่งออกในต่างจังหวัดใช้สิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าจากอาเซียน ได้โดยสะดวก และการจัดตั้งสำนักงานการค้าต่างประเทศในภูมิภาค 10 สำนักงาน เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าระหว่างประเทศและการค้าชายแดนแก่ผู้ ประกอบการในภูมิภาค ได้แก่ เชียงใหม่, หาดใหญ่, ชลบุรี, สระแก้ว, หนองคาย, เชียงราย, ศรีสะเกษ, มุกดาหาร, ตาก และกาญจนบุรี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง 5 ยุทธศาสตร์การค้า