วันนี้(1 ต.ค.) ที่โรงแรมพูแมน ซอยรางน้ำ กลุ่มทรู โดยโครงการทรู อินคิวบ์ ร่วมกับสำนักงานส่วเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ หรือ ซิป้า ศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการประเทศญี่ปุ่น J-Seed Ventures Inc สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ ทรู มันนี่ จำกัด และ Amazon Wed Servicer จัดการแถลงข่าว การแข่งขัน True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014 โดย นายปุณณมาศ วิจิตรกุลวงศา ผู้อำนวยการบริหาร ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า ในฐานผู้จัดโครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการไทยด้านเทคโนโลยีของกลุ่มทรู เห็นถึงการขยายตัวของสมาร์ทโฟนในไทย จนทำให้ธุรกิจโมบาบ แอพพลิเคชั่นเติบโตขึ้นมาก และศักยภาพของคนไทยที่มีความโดดเด่นด้านไอเดียจึงร่วมกับพันธมิตร จัดโครกงสรนี้ขึ้น เพื่อหา 3 ทีมสุดท้ายเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันชิงแชมป์ในระดับภูมิภาคที่ประเทศสิงคโปร์ โดย 3 ทีมสุดท้ายในระดับภูมิภาคจะได้นำผลงานไปแข่งขันชิงแชมป์โลกในงาน จีเอสเอ็มเอ โมบาย เวิลด์ คองเกรส 2015 ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ในเดือน มี.ค. 58 นี้ ” การแข่งขันในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้คนที่สนใจเข้าร่วมโครงการ ร่วมทีมกันมา 2-6 ทีม โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกจากงานประจำมาทำอย่างเต็มตัว พัฒนาผลงานเป็นโมบาย แอพพลิเคชั่นประเภทใดก็ได้เข้าประกวด โดยจะเป็นระบบปฎิบัติการใดก็ได้เช่นกัน ทั้ง ไอโอเอส แอนดรอยด์ วินโดวส์ โฟน ซึ่งผลงานที่มีศักยภาพทางกลุ่มทรูก็พร้อมเข้าไปสนับสนุนเงินทุนเพื่อให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้” ด้านนายสาโรจน์ อธิวิทวัส ผู้จัดการทั่วไป ทรู อินคิวบ์ กล่าวว่า โครงการนี้เปิดกว้างให้นิสิต นักศึกษาและประชาชนทั่วไป อายุ 18-35 ปี ที่มีความคิดสร้างสรรค์เข้าร่วม โดย 10 ทีม สุดท้าย ที่ผ่านเข้ารอบ จะมีการจัดเวิลด์ชอป ให้ความรู้ในการพัฒนาผลงานให้สำเร็จ และความรู้ด้านธุรกิจ ซึ่ง 3 ทีมสุดท้ายที่เป็นตัวแทนประเทศไทยจะได้เข้าร่วมแข่งขันกับอีก 24 ทีม จาก 8 ประเทศ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกต่อไป เพื่อหา 3 ทีมสุดท้ายไปแข่งขันที่บาเซโลน่า ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการได้ถึง 26 ตุลาคมนี้ ที่ www.mobile-asia.com/thailand.html
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ทรู อินคิวบ์” หานักพัฒนาโมบาย แอพ แข่งขันระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์
Blog
-

“ทรู อินคิวบ์” หานักพัฒนาโมบาย แอพ แข่งขันระดับภูมิภาคที่สิงคโปร์
Facebook Comments -

ฐิติกรลุยสินเชื่อรถจักรยานยนต์
นายประพล พรประภา กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือทีเค เปิดเผยว่า สินเชื่อรถจักรยานยนต์ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น หลังจากที่ต้นปีชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ ซึ่งหวังว่าการขายพืชผลทางการเกษตรของเกษตรกร ทำให้จับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น และส่งผลให้ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้นโดยยอมรับว่าการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์ของบริษัทปีนี้ติดลบ 10% เพราะตลาดรถจักรยานยนต์ในช่วง8 เดือนที่ผ่านมาเติบโตลดลง 18% ขณะที่รถยนต์ลดลง 38%“ ปีนี้ไม่ได้เน้นเติบโตมากนัก เพราะตลาดไม่เอื้ออำนวย แต่เน้นด้านบริการและคุณภาพกับลูกค้ามากกว่า โดยปีนี้มูลค่าตลาดรถจักรยานยนต์ปีละ 2 ล้านคัน แบ่งเป็นเช่าซื้อ 1.6 ล้านคัน คิดเป็นมูลค่า 60,000-80,000ล้านบาท และปีหน้ามองว่าตลาดเช่าซื้อจักรยานยนต์อยู่ที่ 1.7 ล้านคั นแม้ว่ารัฐบาลจะอัดฉีดเงินผ่านโครงการลงทุนต่าง ๆ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานของประเทศแต่โครงการเป็นการทยอยลงทุนมากกว่า ขณะที่การส่งออกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ส่วนการท่องเที่ยวหวังว่าจะดีขึ้นในปีหน้า”สำหรับการปล่อยสินเชื่อใหม่ในแต่ละปีตั้งไว้ที่ 4,000-5,000 ล้านบาท และพอร์ตคงค้างสุทธิอยู่ที่ 8,600 ล้านบาท โดยพอร์ตรถยนต์ 1,000 กว่าล้านบาท ที่เหลือเป็นรถจักรยานยนต์ ส่วนแผนการขยายการลงทุนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้นขณะนี้ได้ทดลองเข้าไปทำตลาดเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ที่ประเทศกัมพูชา หลังจากได้รับใบอนุญาตเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาซึ่งยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดปล่อยสินเชื่อเท่าไหร่ เพราะกำลังดูพฤติกรรมของลูกค้าและทดลองการทำตลาดก่อน แต่เชื่อว่าตลาดเติบโตดีเห็นได้จากความต้องการสินเชื่ออุปโภค-บริโภคเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ ขยายตัวต่อเนื่องทั้งนี้หากประสบความสำเร็จจะขยายตลาดมากขึ้น ขณะเดียวกันมีแผนที่ขยายการให้บริการไปยังประเทศอื่นเช่น ลาว พม่า และเวียดนามด้วยเช่นกันโดยอยู่ระหว่างการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจ ส่วนทิศทางการแข่งขันเชื่อว่าแข่งขันกับคู่แข่งได้เพราะนอกเหนือจากประสบการณ์ที่มีมานานแล้วเรื่องเงินทุนบุคลากร และระบบคอมพิวเตอร์มีความพร้อมเต็มที่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ฐิติกรลุยสินเชื่อรถจักรยานยนต์Facebook Comments -

เชื่อปรับราคาพลังานดันเงินเฟ้อไม่มาก
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้ออกมาตรการควบคุมราคาอาหาร และตรึงราคาพลังงาน รวมถึงการตรึงค่าโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดิน (เอ็มอาร์ที) ช่วงครึ่งหลังของปี 57 และหากปรับอัตราค่าโดยสารแท็กซี่เพิ่มขึ้น 8-11% ตามระยะทางอาจเป็นแรงกดดัน ด้านต้นทุนให้เงินเฟ้อทั่วไปของปี 57 ปรับเพิ่มสูงขึ้นเพียง 0.04-0.06% ขณะที่ ปี 58 การปรับขึ้นค่าโดยสารเอ็มอาร์ที จะทำให้เงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นแค่ 0.0003% เท่านั้น โดย สศค. จะปรับประมาณการลงอีกครั้ง ในเดือน ต.ค.นี้ ซึ่งอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในช่วง 8 เดือนแรกของปี 57 อยู่ที่ร้อยละ 2.2 สะท้อนให้เห็นว่าเสถียรภาพของประเทศยังอยู่ในเกณฑ์ดีอย่างไรก็ตาม แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยยังคงชะลอลงช่วงที่ผ่านมา แต่ความเชื่อมั่นภาคเอกชน ทั้งผู้บริโภคและธุรกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้นสะท้อนทิศทางการฟื้นตัวของการ บริโภคและการลงทุนภาคเอกชนในระยะต่อไป ซึ่งแผนการเร่งรัดเบิกจ่ายเงินงบประมาณภาครัฐ สำหรับปีงบประมาณ 57 และ 58 นั้น ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจไทยในปีนี้ โดย สศค. จะประกาศประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 57 และปี 58 ใหม่ในเดือน ต.ค. 57สำหรับปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ควรจับตามองในระยะต่อไป ได้แก่ การฟื้นตัวของคู่ค้าไทย ซึ่งแม้ว่าจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นแต่ยังคงมีความไม่แน่นอนสูง นอกจากนี้ ความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายถือเป็นอีกความท้าทายสำคัญ เนื่องจากธนาคารกลางประเทศที่พัฒนาแล้วต่างๆ มีการดำเนินนโยบายการเงินที่ไม่สอดคล้องกันเช่น การดำเนินนโยบายการเงินแบบตึงตัวมากขึ้นของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายของธนาคารกลางยุโรป และญี่ปุ่น เป็นต้นที่สำคัญ ขณะนี้ มาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาล ที่สนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจไทย ทั้งการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณปี 57-58 การ เร่งพิจารณาโครงการลงทุนที่มีประสิทธิภาพและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะ กรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) การส่งเสริมการร่วมทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน แผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและคมนาคม จะส่งผลสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสนับสนุนการ เติบโตของเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้น ถือเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อตลาดหุ้นไทยและสนับ สนุนการเติบโตของตลาดหลักทรัพย์ไทยในระยะต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เชื่อปรับราคาพลังานดันเงินเฟ้อไม่มากFacebook Comments