วันนี้ (1ต.ค.) ที่สโมสรกองทัพบกถ.วิภาวดี นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) เปิดเผยว่ากสทช.ได้ประชุมชี้แจงทำความเข้าใจผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอลจำนวน 42 บริษัท โดยมีตัวแทนธนาคารกรุงไทยและคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้งบประมาณภาครัฐ(คตร.)ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ร่วมรับฟังถึงขั้นตอนต่าง ๆ ทั้งการรับแลกคูปองเงินสดส่วนลด690 บาท ขั้นตอนการลงทะเบียน สติกเกอร์โครงการฯ การใช้สิทธิคูปองการบริการหลังการขาย การเรียกเก็บเงินของผู้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อป้องกันการทุจริต ทั้งนี้ กสทช.จะเริ่มดำเนินการแจกคูปองฯในวันที่ 10ต.ค. 57 ผ่านทางไปรษณีย์จำนวน 4.6 ล้านใบ ไปยัง 21จังหวัดที่โครงข่ายทีวีดิจิตอลครอบคลุมมากกว่า 80%และคาดว่าจะถึงประชาชนประมาณวันที่ 14-15 ต.ค. 57 ในขณะที่วันที่ 16 ต.ค.กสทช.จะทำความเข้าใจในพื้นที่ได้รับแจกคูปอง แต่โครงข่ายยังไม่ครอบคลุมและในวันที่ 20 ต.ค. 57ประชาชนสามารถนำไปแลกได้ในจุดบริการรับแลกคูปองที่กำหนดไว้มากกว่า 4 จุดต่อจังหวัด ซึ่งคูปองจะมีอายุ 6 เดือน หมดอายุในวันที่31 พ.ค. 58 นายฐากร กล่าวว่า ยืนยันว่ากสทช.จะดำเนินการอย่างเข้มงวดป้องกันการทุจริตทุกรูปแบบ มีระบบการตรวจสอบและไม่สามารถรวบรวมคูปองจำนวนมากเพื่อไปรับกล่องดิจิตอลได้ ส่วนการมอบสิทธิ์ในการนำไปแลกแทนนั้นสามารถกระทำได้ แต่อยู่ภายใต้เงื่อนไขว่า 1 คน สามารถรับมอบฉันทะในการนำไปแลกกล่องดิจิตอลได้เพียง3 กล่องเท่านั้น นอกจากนี้ยังห้ามไม่ให้มีการขายสิทธิ์และห้ามนำคูปองไปแลกเป็นเงินสดโดยขอความร่วมมือหากประชาชนพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายการทุจริตในโครงการนี้สามารถแจ้งมายังกสทช .ให้ดำเนินการตรวจสอบได้ สำหรับรายชื่อผู้ประกอบการทั้ง 42บริษัทที่ผ่านคุณสมบัติเข้าร่วมโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลแล้วได้แก่ 1.บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ จำกัด (มหาชน) 2.บริษัท พรีซีซั่น (2000) จำกัด 3.บริษัท สเต็ป ฟอร์เวิร์ด กรุ๊ป จำกัด 4.บริษัท วี พี เอส ไทย จำกัด 5.บริษัท คลีโอ เนเชอรัล กรุ๊ป จำกัด 6.บริษัท สามารถ วิศวกรรม จำกัด7.ห้างหุ้นส่วนจำกัด เอสซี ดิจิตอล 8.บริษัท ไฮไฟ โอเรียนท์ ไทย จำกัด (มหาชน) 9.บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) 10.บริษัท ไฮเออร์ อิเลคทริค(ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) 11.บริษัท ไอพีเอ็ม เซลล์ แอนด์ เซอร์วิส จำกัด 12.บริษัท เอ็นซีพี เทคโนโลยี จำกัด 13.บริษัท One Box Home จำกัด 14.บริษัท ลีโอ เทคโนโลยี แอนด์ มาร์เก็ตติ้งจำกัด 15.บริษัท ฟอร์ท คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) 16.บริษัท แซท เทรดดิ้ง จำกัด17.บริษัท ไทย แซทเทิลไลท์ เคเบิ้ล จำกัด 18.บริษัท ยิ่งเจริญคอมมิวนิเคชั่น จำกัด 19.บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) 20.บริษัท แฟลิมี่ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 21.บริษัท โซเคน อิเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด 22.บริษัท นิคอนไทย เซลล์แอนด์เซอร์วิสจำกัด 23.บริษัท ครีเอเทค มาร์เก็ตติ้งแอนด์ เทรดดิ้ง จำกัด 24.บริษัท ไทยแชทเอ็กซ์เพิร์ท เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด 25.บริษัท แฟมิลี่ (ไทยแลนด์) จำกัด 26.บริษัท แอ็คคิวเร็ท บิสิเนส คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด 27.บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย)จำกัด 28.บริษัท เอแอลเคอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 29.บริษัทโซน่าร์ อินดัสเตรียล จำกัด 30.บริษัทสกายเวิร์ท (ไทยแลนด์) จำกัด 31.บริษัทท็อปฟิลด์ (ไทยแลนด์) จำกัด 32.บริษัทซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) 33.บริษัท โฟร์ ซิสเตมส์ จำกัด 34.บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 35.บริษัท ซันไรซ์ อินเตอร์เทรด จำกัด36.บริษัท สกายบ็อกซ์ จำกัด 37.บริษัทโอปาล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด 38.บริษัทยูซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 39.ห้างหุ้นส่วนจำกัด คอมโปร โปรเกรส 40.บริษัท เอ็ม ลิ้งค์ เอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) 41.บริษัท ทีซีแอล อิเล็กทรอนิกส์ (ไทยแลนด์)จำกัด และ 42.บริษัท เอส. ซี.โปรเฟสชั่นแนล เทรดดิ้ง จำกัด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คูปองดิจิทัลแจกแน่ 10 ต.ค.เรียก 42 บริษัทแจงขั้นตอน
Blog
-

คูปองดิจิทัลแจกแน่ 10 ต.ค.เรียก 42 บริษัทแจงขั้นตอน
Facebook Comments -

บาทแข็งกดทองแท่งหลุด18,000 บาท
นายพิชญา พิสุทธิกุล อุปนายกสมาคมค้าทองคำ เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำในช่วงปลายปีจนถึงต้นปีหน้ายังผันผวน ตามภาวะเศรษฐกิจในต่างประเทศ แม้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา จะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นแต่ยังไม่เต็มที่ ขณะที่ยุโรปและจีนยังมีปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัว โดยมองว่าทองคำยังเป็นสิ่งที่นักลงทุนยังให้ความสนใจลงทุน เพราะขาดทุนน้อยกว่าการลงทุนในตราสารอนุพันธ์ประเภทอื่น ซึ่งแนวโน้มทองคำแท่งในประเทศมีความเป็นไปได้ที่จะแตะบาทละ 18,000 บาท ถ้าเงินบาทแข็งค่า 30 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จากปัจจุบันที่ทองคำแท่งราคาซื้อบาทละ 18,600 บาท และขายออกบาทละ 18,700 บาท ขณะที่เงินบาทอยู่ะดับ 32.40 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ต้องดูว่าธนาคารในแต่ละประเทศ เช่น รัสเซีย จีน อินเดียได้ทยอยซื้อทองคำเพื่อเป็นทุนสำรองเพิ่มขึ้นหรือไม่ เพราะมีผลต่อราคาในตลาดโลกนายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า ราคาทองคำอยู่ในช่วงปรับฐาน ราคาอาจจะปรับลดลงบ้าง ซึ่งราคาทองคำในตลาดโลกปัจจุบันอยู่ที่ 1,218-1,219 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ และอาจปรับลดลงมาอยู่ที่ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งคนที่ซื้อทองคำในราคาสูงควรซื้อเฉลี่ยและขายออกเมื่อราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น แต่คนที่ยังไม่ซื้อสามารถทยอยซื้อไว้ได้ เพราะราคาเริ่มลดลงแล้ว โดยราคาตลาดโลกลดลง 100 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ควรระวังคือการเก็งกำไรของกองทุนต่าง ๆ อาจทำให้ราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้น“การเคลื่อนไหวราคาทองคำที่กำหนดไว้เฉลี่ย 1,180 -1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อทองคำคือภาวะเศรษฐกิจโลก สงคราม และการก่อการร้าย ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บาทแข็งกดทองแท่งหลุด18,000 บาทFacebook Comments -

สทร.ลดเป้าส่งออกติดลบ 0.25%
นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย( สทร.) เปิดเผยว่า สทร. ได้ปรับประมาณการณ์ส่งออกไทยในปี 57 ใหม่จากเดิมขยายตัว 1.6% เหลือติดลบ 0.25% เนื่องจากการส่งออกใน 8 เดือนของปี (ม.ค.-ส.ค.) มีมูลค่าเพียง 150,543.9ล้านดอลลาร์สหรัฐลดลง 1.36% จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่ไอเอ็มเอฟได้คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง10 ปี จึงส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของการส่งออกไทย “ที่ผ่านมาสินค้าส่งออกสำคัญที่ปรับตัวลดลงอาทิ ยางพารา จากอุปทานส่วนเกินในตลาดโลก จึงทำให้ราคายางตกต่ำรวมถึงมูลค่าการส่งออกอาหารทะเลแช่แข็งเเปรรูป ที่ลดลงจากปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบเป็นเวลานานจึงทำให้เสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับอินโดนีเซียเวียดนาม เอกวาดอร์ และอินเดีย ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมสำคัญอย่างยานยานยนต์และชิ้นส่วนปรับตัวลดลงจากการย้ายฐานการผลิตบางส่วนไปอินโดนีเซีย”นอกจากนี้ภาคเอกชนอยากเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการต่างๆโดยเฉพาะการลงทุน การเร่งใช้งบประมาณ การจัดซื้อจัดสร้างที่เน้นในเรื่องของความโปร่งใสรวมถึงการผลักดันการค้าชายแดน และการหาตลาดใหม่ทดแทนตลาดที่ลดลงและยังมีปัญหาอยู่อย่างเช่น ญี่ปุ่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทร.ลดเป้าส่งออกติดลบ 0.25%Facebook Comments