ถ้าลองมองย้อนไปดูในรอบ 20 ปีที่ผ่านมา คุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของผมเคยสังเกตไหมครับว่า ธุรกิจทางด้านเทคโนโลยีเป็นธุรกิจที่มีความเป็นพลวัตค่อนข้างสูง ใช้เวลาไม่นานก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นธุรกิจแถวหน้าในโลกศตวรรษที่ 21 นี้ได้ มีบุคคลธรรมดามากมายโดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ที่อาศัยธุรกิจด้านเทคโนโลยีเป็นตัวช่วยให้เขาเหล่านั้นผงาดขึ้นมาเป็นอภิมหาเศรษฐีแถวหน้าของโลกได้ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ไล่ตั้งแต่ บิล เกตส์ (Bill Gates) ผู้ก่อตั้งบริษัทไมโครซอฟท์ แลร์รี เพจ (Larry Page) ผู้ร่วมก่อตั้งกูเกิล หรือแม้แต่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก (Mark Zuckerberg) ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก โดยที่มูลค่าทรัพย์สินของแต่ละชื่อที่ผมกล่าวมานี้มหาศาลขนาดใกล้เคียงกับระดับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในของประเทศไทย (GDP) เลยครับ ชื่อของเหล่าอภิมหาเศรษฐีฝั่งโลกตะวันตกนี้คงเป็นที่คุ้นหูคุณผู้อ่านกันอยู่แล้วไม่มากก็น้อย แต่ถ้ากลับมาที่ฝั่งโลกตะวันออกของเราบ้างล่ะ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก เป็นรองก็เพียงสหรัฐอเมริกา คุณผู้อ่านเคยสงสัยไหมครับว่าบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในประเทศเศรษฐกิจยักษ์ใหญ่แบบนี้คือใคร และธุรกิจแบบไหนที่เขาผู้นั้นทำอยู่ ชื่อของ แจ็ค หม่า (Jack Ma) อาจไม่เป็นที่คุ้นหูของคุณผู้อ่านเท่าไหร่นัก แต่ถ้าพูดถึงบริษัทอาลีบาบา (Alibaba) ซึ่งเป็นบริษัทอีคอมเมิร์ซขายส่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกแห่งหนึ่งของประเทศจีน เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลายคนคงเริ่มคลับคล้ายคลับคลาบ้าง หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่า อาลีบาบาเกิดจากคนจีนเป็นผู้ก่อตั้ง เพราะฉะนั้นปัจจุบันก็น่าจะเป็นของคนจีน แต่ถ้าไปดูที่ตัวเลขผู้ถือหุ้นจริง ๆ ปัจจุบันอาลีบาบา มีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ คือ บริษัทซอฟต์แบงค์ (SoftBank) ของประเทศญี่ปุ่นที่ถือหุ้นถึง 34.4% ตามมาด้วย ยาฮู (Yahoo) ที่ถือหุ้นอยู่ที่ 22.6% ส่วนผู้ก่อตั้งอย่าง แจ็ค หม่า นั้นมีหุ้นอยู่เพียง 9% เท่านั้นเอง แต่เป็น 9% ของเงินจำนวนอภิมหาศาลเลยล่ะครับ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) ได้เปิดเผยว่า แจ็ค หม่า ชาวจีนผู้ก่อตั้งอาลีบาบาคนนี้ล่ะครับ ที่ถือครองทรัพย์สินมูลค่ามากกว่าสองหมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 7 แสนล้านบาท ซึ่งเหนือกว่าสถิติทรัพย์สินของนักธุรกิจทุกรายในจีนแผ่นดินใหญ่ (ยกเว้นฮ่องกง) หรือว่าง่าย ๆ ก็คือเขาคนนี้นี่ล่ะครับ อภิมหาเศรษฐีที่รวยที่สุดในแดนมังกรของจีนแผ่นดินใหญ่ การประเมินของสำนักข่าวบลูมเบิร์กนี้ เกิดขึ้นจากการที่บริษัทอาลีบาบาได้ตัดสินใจเข้าสู่ตลาดหุ้นในสหรัฐอเมริกาโดยที่จะเปิดขายหุ้นครั้งแรกหรือ IPOภายในเดือนนี้ ซึ่งหลายฝ่ายคาดว่าการเปิดขาย IPOของบริษัทอาลีบาบานี้จะเป็นการขายหุ้นบริษัทครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ตลาดหุ้นสหรัฐเลยก็ว่าได้ อีกทั้งหลายฝ่ายก็วิเคราะห์ด้วยว่าหุ้นของอาลีบาบาน่าจะขายได้ในราคาที่สูง จนอาจทำให้มูลค่ากิจการของบริษัทพุ่งขึ้นไปถึง 168,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5 ล้านล้านบาทได้เลยล่ะครับ แต่คุณผู้อ่านทราบไหมครับว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับโลกเงินทุนทหาศาลขนาดนี้ เพิ่งจะถูกก่อตั้งมาได้ราว 15 ปีเท่านั้นเอง ( ก่อตั้งในปีค.ศ .1999) แถมจำนวนสมาชิกรุ่นก่อตั้งบริษัทที่ร่วมแรงร่วมใจกับ แจ็ค หม่า ในการสร้างบริษัทอาลีบาบานี้ขึ้นมาก็เริ่มต้นจากคนเพียงแค่ 18 คนเท่านั้น ปรากฏการณ์ลักษณะนี้ไม่ได้เกิดที่อาลีบาบาประเทศจีนที่เดียวนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก หรือ กูเกิลเอง ต่างก็มีจุดร่วมที่เป็นบริษัทธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่เริ่มก้าวแรกจากจำนวนพนักงานเพียงหยิบมือ โดยหัวหอกผู้ก่อตั้งที่เป็นคนธรรมดาไม่ได้ร่ำรวย ไม่มีเงินทุนสนับสนุนจากครอบครัวมาให้ใช้ในการก่อร่างสร้างบริษัทได้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน อาศัยเพียงความสามารถในการนำความรู้ที่พวกเขามีอยู่มาบูรณาการเข้ากับเครื่องมือแห่งโลกยุคสารสนเทศ ยิ่งพอเสริมเข้าไปด้วยความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่มาได้จังหวะเหมาะเจาะด้วยแล้ว ผลที่ได้ก็ส่งให้คนธรรมดา ๆ อย่างพวกเขาผงาดขึ้นมาเป็นอภิมหาเศรษฐีระดับโลก ที่จะถูกจารึกจดจำไว้ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์โลกในฐานะผู้สร้างมรดกตกทอดทางนวัตกรรมที่เป็นฟันเฟืองที่ช่วยให้โลกใบเล็ก ๆ ของเราหมุนต่อไปได้อย่างมีพลวัต . ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อภิมหาเศรษฐีแห่งแดนมังกร – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
Blog
-

อภิมหาเศรษฐีแห่งแดนมังกร – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี
Facebook Comments -

กสทยังไม่ได้ช้อสรุปหลังถกช่อง3
วันที่ 16 ก.ย. เวลา 16.00 น. ที่ตึกเอ็กซิมแบงก์ ผู้บริหารบริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จำกัด หรือ ช่อง 3 นำโดยนายประสาร มาลีนนท์ นายประวิทย์ มาลีนนท์ นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ และนายฉัตรชัย เทียมทอง ได้เดินทางเข้าร่วมหารือเจรจาหาแนวทางการออกอากาศคู่ขนาน ร่วมกับคณะกรรมกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ประกอบด้วย พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ ประธานกสท. , พล.ท. พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการ , นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ กรรมการ และ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ ทั้งนี้การประชุมใช้เวลานานร่วม 2ชั่วโมง โดยบรรยากาศหลังจากการเจรจาแล้วเสร็จผู้บริหารช่อง 3 เดินทางกลับโดยมีใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และไม่ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนแต่อย่างใด ส่วนด้านกรรมการกสท.มีใบหน้าที่ตึงเครียดพ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานกสทช. และประธานกสท. เปิดเผยภายหลังการเจรจากับช่อง 3 ว่า การเจรจาเป็นไปได้โดยดี แต่ทั้งนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป พร้อมจะไม่เปิดเผยรายละเอียดนอกห้องประชุม แต่ยืนยันว่าทั้งกสท.และช่อง 3 ต้องการให้เกิดแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และขอเวลาให้ทั้ง 2ฝ่ายหาแนวทางออกโดยจะมีการเจรจาต่อไปในโอกาสหน้า ส่วนจะจอดำภายใน 15 วันหลังโครงข่ายดาวเทียม เคเบิล ได้รับหนังสือคำสั่ง หรือไม่ตนขอไม่พูดถึงเรื่องดังกล่าวน.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และกสท. เปิดเผยว่า ช่อง 3 ยินยอมออกอากาศคู่ขนานกับช่อง 33HD แบบมีเงื่อนไข โดยการขอชดเชยค่าเสียหายที่มากจนเกินไปรับไม่ได้ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเรื่องความไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ซึ่งบอร์ดกสท.มีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน ส่วนที่เห็นยอมเฉพาะลดค่าธรรมเนียม 4% โดยคาดว่าอาจจะมีการเรียกคุยกับช่อง 3 อีกครั้งในวันที่ 18 ก.ย. นี้ อยากขอให้ทุกอย่างจบภายใน 15 วัน ซึ่งจะครบกำหนด 28ก.ย.นี้อย่างไรก็ตามมองว่า การยอมออกอากาศคู่ขนานของช่อง 3 นั้นเป็นเงื่อนไขที่มากจนเกินไป ซึ่งเยอะจนไม่ต้องออกอากาศคู่ขนานแล้วก็ปล่อยให้จอดำไปภายหลังโครงข่ายดาวเทียม เคเบิล ต้องดึงสัญญาณช่อง 3 ออกหลังรับหนังสือคำสั่งภายใน 15 วัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทยังไม่ได้ช้อสรุปหลังถกช่อง3Facebook Comments -

คมนาคมไขลานรถไฟไทย
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เร่งสรุปแผนและกรอบเวลาการลงทุนโครงการต่าง ๆ ของรถไฟ รวมถึงติดตามการทำแผนฟื้นฟูวิกฤตในทุกด้าน เพื่อนำเสนอให้กระทรวงฯ และเข้าที่ประชุมเชิงปฏิบัติการการคมนาคมทางบก (เวิร์กช้อป) กับ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม และ ผบ.ทอ. ก่อนนำเสนอให้ ครม.เห็นชอบทั้งนี้ โครงการที่ ร.ฟ.ท.เสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาแล้วมี 3 โครงการ ได้แก่ ส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง ระยะทาง 6.5 กม. ช่วงบางซื่อ-พญาไท-หัวหมาก ระยะทาง 19 กม. และส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิ้งค์ ช่วงพญาไท-ดอนเมือง ระยะทาง 21.8 กม. ส่วนช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระยะทาง 10 กม. รวมถึงการต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา ระยะทาง 14 กม.ได้เร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จโดยเร็วส่วนรถไฟทางคู่ ร.ฟ.ท.ได้ส่งเรื่องมายังกระทรวงคมนาคมแล้ว 1 โครงการ คือ เส้นทางชุมทางจิระ-ขอนแก่น ระยะทาง 185 กม.ก็จะนำเสนอให้ รมว.คมนาคม พิจารณา ขณะที่อีก 5 เส้นทาง อยู่ระหว่างทำอีไอเอ สำหรับการปรับแบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต กระทรวงฯ ได้เสนอเลขา ครม.เพื่อรอเสนอ ครม.แล้วนางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ยังให้ ร.ฟท.เร่งปรับปรุงรายละเอียดแผนฟื้นฟูองค์กรเพื่อเสนอกับมา โดยเฉพาะการแก้ปัญหาหนี้สิน บุคลากร การปรับปรุงโครงสร้างภายใน และการแบ่งแยกทรัพย์สินระหว่าง ร.ฟ.ท.กับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ให้ชัด เนื่องจากต่อไป ร.ฟ.ท.จะเผชิญปัญหาขาดแคลนพนักงานทั้งสายวิชาชีพ และสายปฏิบัติอย่างหนัก โดยฝ่ายวิศวกรจะขาดหายไปมาก รวมถึงฝ่ายบริหารที่ปีหน้าจะมีรองผู้ว่าการฯ เกษียณออกเกือบหมด ขณะที่ฝ่ายปฏิบัติการก็รับได้แค่เฉพาะลูกจ้างเท่านั้น“ร.ฟ.ท.จะต้องไปจัดทำแผนกำลังคนให้ชัดว่าจะขาดแคลนเท่าไร รวมถึงมีแผนพัฒนาคนอย่างไรไม่ให้ขาดช่วง ตลอดจนทำแผนรอบรับการปรับปรุงระเบียบการเบิกจ่ายบำเหน็จดำรงชีพ ซึ่งผู้เกษียณอยากเบิกใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเสียชีวิตถึงมอบให้ทายาท ซึ่งอาจต้องทำให้ใช้เงินส่วนนี้ได้เพิ่มถึง 2,000 ล้านบาท ซึ่ง ร.ฟ.ท.จะต้องไปเตรียมมาให้พร้อม”นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ ผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า โครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-พัฒนาการ-สำโรง ได้ส่งเรื่องถึงกระทรวงคมนาคมแล้ว ส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี 20 กม. ยังไม่สามารถนำเสนอ ครม.ได้ เพราะ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ยังไม่ส่งเรื่องเข้ามาให้ สนข.พิจารณา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมไขลานรถไฟไทยFacebook Comments