วันนี้ (16 ก.ย.) ที่โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นายขจร เจียรวนนท์ ผู้อำนวยการบริหาร ด้านลูกค้าองค์กรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า กลุ่มทรูฯ ได้ลงนามสัญญากับ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด โดยทรูใช้งบลงทุนกว่า 200 ล้านบาท พัฒนาเทคโนโลยีสื่อสารเพื่อที่อยู่อาศัยแห่งอนาคตในโครงการหรูระดับซูเปอร์ลักชัวรี่“แมกโนเลียส์ วอเตอร์ฟรอนท์ เรสซิเดนซ์”ถือเป็นโครงการที่พักอาศัยแห่งแรกในประเทศไทยที่จะมีเทคโนโลยีGPON(Gigabit Passive Optical Network) หรือไฟเบอร์ทู เดอะโฮม ความเร็วสูงถึง 2,000 เมกะบิต แก่ผู้พักอาศัยในโครงการ 379 ยูนิตในพื้นที่ 50 ไร่ของโครงการไอคอนสยาม ถือเป็นแลนด์มาร์คระดับโลกริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำทอดยาวในเขตใจกลางกรุงเทพฯอย่างไรก็ตาม ทรูได้ดำเนินการตั้งแต่วิจัยและพัฒนาเพื่อสรรหาเทคโนโลยีที่มีความเหมาะสมกับโครงการและผู้พักอาศัยด้วยโครงข่ายโทรคมนาคมที่ได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับเวิลด์คลาส เป็นเทคโนโลยีไฟเบอร์ออพติคผ่านโครงข่ายใยแก้วนำแสงหรือ จีพอน ที่มาใช้กับโครงการนี้เป็นครั้งแรก สามารถรองรับการใช้งานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตพร้อมประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด ทั้งด้านความปลอดภัยความเสถียรและสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ตด้วยความเร็วสูงในระดับกิกกะบิตซึ่งจะเปลี่ยนประสบการณ์ให้กับผู้พักอาศัยในโครงการ ได้ใช้บริการคอนเวอร์เจนซ์ของทรู อย่างเต็มรูปแบบทั้งอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์แบบมีสายและไร้สายความเร็วสูงเหนือมาตรฐานทั่วไปพร้อมชมเคเบิลทีวีในระบบHDที่มีคมชัดรวมถึงบริการด้านโมบายล์ที่มีสัญญาณเครือข่าย4จีครอบคลุมทุกพื้นที่ภายในโครงการ ด้านนายธนวันต์ ชัยวัฒนะ กรรมการผู้จัดการบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์คอร์ปอเรชั่น จำกัดเปิดเผยว่าเทคโนโลยีจีพอน สามารถรองรับการใช้งานที่เกิดขึ้นในอนาคตได้ถึง10 ปีเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในฐานะผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของไทยซึ่งตั้งใจสรรหาเทคโนโลยีที่ดีที่สุดมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบของโครงการพักอาศัยที่มีความพิเศษในระดับโลกให้ตอบสนองในทุกความต้องการด้วยเทคโนโลยีเหนือระดับและความสะดวกสบายแห่งอนาคตได้อย่างไร้ขีดจำกัดทั้งนี้ ลูกค้าที่ซื้อโครงการทุกยูนิตจะได้รับUltimate Packageฟรีนาน1ปี ประกอบไปด้วย อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านใยแก้วนำแสงจุดรับสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่รองรับสัญญาณ4จีป้องกันปัญหาจุดอับสัญญาณบนตึกสูง พร้อมช่องรายการระดับโลกจากทรูวิชั่นส์ด้วยแพคเก็จสูงสุดระดับแพลตทินั่ม ที่มาพร้อมกับทรูวิชั่นส์ เอนี่แวร์ให้รับชมรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา รวมถึงโทรศัพท์บ้านสมัยใหม่ผ่านอินเทอร์เน็ตรวมมูลค่าสูงสุด100,000บาทตลอดระยะเวลา1ปี
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทรู ทุ่ม 200 ล.วางระบบเน็ตระดับเวิลด์คลาสให้ แมกโนเลีย
Blog
-

ทรู ทุ่ม 200 ล.วางระบบเน็ตระดับเวิลด์คลาสให้ แมกโนเลีย
Facebook Comments -

เทศกาลกินเจเงินสะพัด3,700ล้าน
รายงานข่าวจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย แจ้งว่า เทศกาลกินเจปีนี้ ระหว่างวันที่ 24 ก.ย.-2 ต.ค. คาดว่าคนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพฯ จะมีการใช้จ่ายเงินด้านอาหา รและเครื่องดื่มเจ สะพัดกว่า 3,700 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้น 15.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 240 บาทต่อคน จากปีก่อนอยู่ที่ 200 บาทต่อคนคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่นิยมซื้ออาหารสำเร็จรูป จากร้านอาหารข้างทาง ในรูปแบบของการตักขาย มากกว่าการซื้อวัตถุดิบมาประกอบอาหารเอง ขณะที่นอกเหนือจากอาหารมื้อหลักแล้ว อาหารว่างในช่วงเทศกาลกินเจที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคมากที่สุด ได้แก่ นมถั่วเหลือง น้ำผัก และผลไม้ทั้งนี้แม้ว่าแรงกดดันด้านค่าครองชีพและหนี้ครัวเรือน ที่ปรับเพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน จะมีผลต่อการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค แต่การใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าอาหาร และเครื่องดื่มที่มีความจำเป็น ซึ่งผู้บริโภคได้มีการใช้จ่ายเป็นประจำในช่วงปกติอยู่แล้ว จึงมองว่าผู้บริโภคจะสามารถปรับตัวได้ และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลกินเจมากนัก ประกอบกับผลจากการทำกลยุทธ์ทางการตลาดของผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นกลยุทธ์ด้านราคา กลยุทธ์ด้านความหลากหลายของผลิตภัณฑ์มีส่วนสร้างบรรยากาศและกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคให้คักคักในเทศกาลกินเจในปีนี้“อาหารเจส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยแป้งและเส้นใย จึงอาจทำให้ผู้บริโภครู้สึกหิวเร็วขึ้น ดังนั้น ก็อาจจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารเจทานเล่น ในระหว่างมื้อที่เพิ่มขึ้น และปีนี้มีเทศกาลกินเจถึง 2 ช่วง และผู้ประกอบการหลายราย ก็มีการวางแผนที่จะจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเจ เพื่อจับกลุ่มผู้บริโภคบางคนที่มีการกินเจทั้ง 2 ช่วง ซึ่งจากปัจจัยหนุนดังกล่าว ก็น่าจะช่วยกระตุ้นยอดขายของผู้ประกอบการให้เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ส่วนธุรกิจที่คาดว่าจะได้รับอานิสงส์ในช่วงเทศกาลกินเจ ได้แก่ ธุรกิจจำหน่ายวัตถุดิบอาหารเจ ธุรกิจร้านค้าปลีก และธุรกิจร้านอาหาร”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทศกาลกินเจเงินสะพัด3,700ล้านFacebook Comments -

กสิกรไทยบุกตลาดประกันวินาศภัย
นายปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารจะรุกตลาดประกันวินาศภัยมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายไว้ว่าเป็นผู้นำแบงก์แอสชัวรันด์ในอีก 3 ปี ข้างหน้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จการขายประกันชีวิต คาดว่ามีเบี้ยประกันภัยอยู่ที่ 5,000 ล้านบาท จากปีนี้มีเบี้ยประกันภัย 2,000 ล้านบาท เนื่องจากเห็นว่าตลาดประกันวินาศภัยในไทยในช่วง 5 ปี ที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ย 5-10% ซึ่งการขายผ่านธนาคารเติบโตปีละ 20% เพราะสัดส่วนประกันวินาศภัยต่อจีดีพีอยู่ที่ 1.7% ขณะที่ทั่วโลกมีสัดส่วนอยู่ที่ 2.81% โดยญี่ปุ่นอยู่ที่ 2.3% และไต้หวันอยู่ที่ 3.1%“ได้ร่วมกับบริษัท เมืองไทยประกันภัย ทำตลาดประกันภัยสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล เพราะฐานผู้ใช้รถทั่วประเทศอยู่ที่ 12.9 ล้านคัน มูลค่าเบี้ยนตลาดรวมกว่า 59,274 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 58% ของมูลค่าเบี้ยประกันทั้งหมด โดยมีผลิตภัณฑ์ เน้นซื้อง่าย เจ้าใจง่ายและเบี้ยประกันไม่แพง เช่น ประกันชั้น 1 เบี้ยเริ่มต้นที่ 13,400 บาท ประกันภัยรถประเภท 3 และ 3 พลัส รวมถึงพรบ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ นอกจากนี้ยังมีประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล ประกันภัยเดินทาง ประกันสุขภาพเหมาจ่าย เพื่อครอบคลุมความต้องการของลูกค้า อย่างไรก็ตาม ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมามียอดขายประกันผ่านแบงก์รวมอยู่ที่ 35,000 ล้านบาท จากเป้าที่วางไว้ที่ 50,000 ล้านบาท หรือเติบโต 28%”นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งด้านช่องทางการขายและขยายฐานลูกค้าประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันมีเบี้ยประกันรถยนต์อยู่ที่ 2,861 ล้านบาท หรือสัดส่วน 4.12% ของเบี้ยประกันภัยช่วง 7 เดือนที่อยู่ 5,685 ล้านบาท และยืนยันว่าจะไม่ปรับลดอัตราเบี้ยประกันภัย และเห็นว่าการใช้สาขาของธนาคารที่มีอยู่ทั่วประเทศ 1,000 แห่งจะทำให้ยอดขายกรมธรรม์ชั้น 1 อยู่ที่ 10,000 กรมธรรม์ ส่วนแนวโน้มตลาดประกันภัยยังเติบโตดี แต่ละปีจะเติบโต 2 เท่าของจีดีพี ซึ่งปีนี้แม้ว่าจะโตไม่มากนัก แต่ปีหน้าคาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสิกรไทยบุกตลาดประกันวินาศภัยFacebook Comments