วันนี้( 10 ก.ย. ) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจกากรระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจกาณโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายสมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ สายงานกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงาน กสทช. เปิดเผยว่า กสท. พิจารณาให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลช่อง 5, 7, 9, 11 และ 33 เอชดี ได้รับสิทธิจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย(ทรท.) สามารถถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาชียนเกมส์ (Asian Games) ครั้งที่ 17 จากเมืองอินชอน สาธารณรัฐเกาหลี วันที่ 19 ก.ย. –4 ต.ค.57ได้ ตามประกาศเรื่องหลักเกณฑ์รายการโทรทัศน์สำคัญที่ให้เผยแพร่ได้เฉพาะในบริการโทรทัศน์ที่เป็นการทั่วไปหรือมัสต์แฮฟส่วนกรณีช่อง 3 อนาล็อกที่พ้นความเป็นโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปหรือฟรีทีวีนั้นจะสามารถถ่ายทอดสดเอเชียนเกมส์ได้หรือไม่ จะพิจารณาอีกครั้งในวันจันทร์ ที่ 15 ก.ย. ให้รอบคอบมากขึ้นนอกจากนี้ กสท. ยังอนุญาตให้ทรูวิชั่นซึ่งเป็นโครงข่ายแบบบอกรับสมาชิก(เพย์ทีวี) สามารถถ่ายทอดสดการแข่งขันเอเชียนเกมส์ได้เนื่องจากทรูวิชั่นส์ได้ซื้อลิขสิทธิ์มาออกอากาศด้วยตนเองผ่านเพย์ทีวี และขอให้ทางทรูวิชั่นส์ดำเนินการทำหนังสือขออนุญาตมาให้เร็วกว่านี้เพราะครั้งนี้เป็นการพิจารณาอย่างกระชั้นชิดนอกจากนี้ยังจะดำเนินการเรียกช่องดาวเทียม 3 ช่อง คือ ช่อง นิววัน ช่องฟ้าวันใหม่ และช่องพีช ทีวี ที่มีการนำเสนอเนื้อหาที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตามที่ลงบันทึกข้อตกลงร่วมกับกสทช. ที่ห้ามออกอากาศเนื้องหาขัดต่อประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)มาตักเตือน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คอกีฬาเฮ ได้ดูเอเซียนเกมส์ผ่านฟรีทีวี
Blog
-

คอกีฬาเฮ ได้ดูเอเซียนเกมส์ผ่านฟรีทีวี
Facebook Comments -

กสทช.เรียกดาวเทียม-เคเบิลกำชับถอดช่อง 3 อนาล็อกจากโครงข่าย
วันนี้(10ก.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ กสทช.และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เปิดเผยว่าได้เรียกผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีรับทราบแนวทางปฏิบัติให้นำช่อง3อนาล็อกที่ได้สิ้นสุดการทำหน้าที่เป็นฟรีทีวีและห้ามนำเอาช่อง 3อนาล็อกออกอากาศบนโครงข่ายฯภายหลังจากรับหนังสือจากกสทช.ภายใน 15 วันโดยคาดว่าหนังสือจะส่งถึงผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียม และเคเบิลทีวีใน 1-2 วันนี้โดยจะให้ สำนักงาน กสทช.ร่างถ้อยคำที่จะใช้ในการประชาสัมพันธ์ตัววิ่งให้เหมือนกันพร้อมสำรอง คอล เซ็นเตอร์โทร.1200 ของสำนักงานกสทช.เพื่อตอบข้อซักถามประชาชนภายหลังจากไม่สามารถรับชมช่อง 3อนาล็อกผ่านดาวเทียมเคเบิลได้ในขณะที่กรณีที่ช่อง 3 อนาล็อกที่ได้ส่งแผนมายังกสท.นั้นเบื้องต้นจะขอดูแผนเอกสารแนวทางการแก้ไขปัญหาช่อง 3อนาล็อกที่ไม่สามารถออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลได้ที่ได้ส่งผลให้ผู้รับชมได้รับผลกระทบทั้งนี้หากช่อง 3 ขอออกอากาศแบบเรียลไทม์พาสทู คือ การนำสัญญาณของ ช่อง 3อนาล็อกไปออกอากาศทางทุกช่องทางได้โดยไม่มีการดัดแปลงนั้น ก็ต้องไว้บนช่องของตัวเองคือ ช่อง33 HD ไม่สามารถนำไปออกช่องใดได้เลย ส่วนหากจะให้กสท.นำมาออกในช่องสาธารณะนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน และคงไม่มีใครกล้าที่จะนำช่อง3อนาล็อกไปออกเช่นกัน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดและใช้ช่องผิดประเภทหรือหากช่อง 3 ต้องการให้กสท.เจรจากับคู่สัญญาสัมปทานเรื่องลดระยะเวลาสัมทานหรือ การลดค่าธรรมเนียมใบอนุญาตก็ยินดีด้าน นายวิชิต เอื้ออารีวรกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท เจริญยิ่ง (8888) จำกัด กล่าวว่า ถ้าได้รับหนังสือทางปกครองจากกสทช. แล้วจะนำขึ้นที่หน้าจอทีวีทันทีเพื่อให้ประชาชนเห็นเอกสารอย่างชัดเจนจากนั้นเมื่อครบ 15 วัน หากช่อง 3 เกิดจอดำก็จะนำหนังสือฉบับเดิมขึ้นไว้ที่หน้าจอโดยไม่เอาลง ซึ่งขอให้ช่อง 3 กับ กสท.คุยกันให้ชัดเจนเพราะผู้บริโภคเดือดร้อนได้รับผลกระทบ หากเคเบิลทีวีไม่ทำตามผู้กำกับดูแลที่ให้ใบอนุญาตก็ถูกลงโทษ เมื่อบังคับช่อง 3ไม่ได้ก็ต้องมาบังคับโครงข่ายแทน ส่วนการพูดคุยกับช่อง 3 ที่ผ่านมานั้นช่อง 3 จะยังไม่ออกอากาศคู่ขนานในตอนนี้แต่หลังจากนั้นอีก 5-6 ปีจะนำมาออกช่องดิจิตอลแน่นอน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เรียกดาวเทียม-เคเบิลกำชับถอดช่อง 3 อนาล็อกจากโครงข่ายFacebook Comments -

ลงพื้นที่อีสานตรวจเข้มธุรกิจขายตรง
ร.ต.ไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 11-12 ก.ย.นี้ สคบ.จะร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ออกสุ่มตรวจธุรกิจขายตรงทั้งสินค้าและบริการ บริเวณจังหวัดนครราชสีมา ขอนแก่น และอุดรธานี หลังจากพบข้อมูลว่า สินค้าส่วนใหญ่ที่นำมาจำหน่าย ไม่ได้ติดฉลากอย่างถูกต้อง รวมทั้งบางรายการไม่ได้มีภาษาไทยระบุคุณสมบัติ วิธีการใช้สินค้า และวันหมดอายุ ทำให้ผู้บริโภคใช้สินค้าผิดวิธี อาจทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ โยการลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้ หากพบว่าสินค้าใดเข้าข่ายผิด จะแจ้งให้ผู้ประกอบการแก้ไขทันที ทั้งนี้ในการตรวจสอบดังกล่าว นอกจากจะช่วยคุ้มครองป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคได้รับความเดือดร้อน แล้ว ยังถือเป็นการออกตรวจคุณภาพของสินค้าด้วย เพราะปัจจุบัน ธุรกิจขายตรงได้ขยายตัวเพิ่มขึ้นมาก และมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างหลากหลาย ดังนั้นหากไม่มีการควบคุมตั้งแต่ต้น หากเกิดปัญหามาแล้ว การแก้ไขปัญหาอาจยุ่งยาก และใช้เวลานานกว่าจะแก้ไขให้เสร็จสิ้น และส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภค“การสุ่มตรวจครั้งนี้ หากพบผู้ที่ทำผิด สคบ.จะเตือนให้ผู้ประกบการแก้ไขก่อน แต่หากกลับมาตรวจอีกครั้งแล้วยังไม่แก้ หรือไม่ได้ทำให้ดีขึ้นจากเดิม ก็ต้องมีโทษทางกฎหมาย นอกจากนี้ในวันที่ 16 ก.ย. สคบ.จะเชิญผู้ประกอบการขายตรงทั่วประเทศ เข้ามาประชุมหารือ และมอบนโยบายการทำงานที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค โดยจะให้ข้อมูลกับผู้ประกอบการให้ปฏิบัติตามกฎหมายด้วย”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลงพื้นที่อีสานตรวจเข้มธุรกิจขายตรงFacebook Comments