Blog

  • เปิดประมูลข้าวล็อตสอง 1.39 แสนตัน

    เปิดประมูลข้าวล็อตสอง 1.39 แสนตัน

    นางดวงพร รอดพยาธิ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยว่า กรมฯจะเปิดประมูลข้าวรอบที่ 2/57 ในวันที่ 12 ก.ย.นี้ โดยยืนยันว่า ข้าวที่ได้เปิดให้ประมูล 139,675 ตัน โดยจะมีทั้งข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2,ข้าวเหนียวขาว 10%,ข้าวท่อนหอมมะลิ,ปลายข้าวหอมมะลิ,ปลายข้าวปทุมธานี,ปลายข้าวเหนียวเอวัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศ แต่จะไม่มีข้าวขาว โดยทั้งหมดนั้น ได้ผ่านการตรวจสอบเรื่องกายภาพ และคุณภาพเรียบร้อยแล้ว“การประมูลครั้งที่2/57 นี้เปิดประมูลข้าวทั้งสิ้น 139,675 ตัน ซึ่งไม่มีข้าวขาว เนื่องจากข้าวขาวที่ผ่านการตรวจสอบขั้นที่ 2 ในห้องปฏิบัติการ หรือการตรวจสอบคุณภาพ ยังมีปริมาณไม่มาก อีกทั้งยังต้องกันข้าวขาวบางส่วนไว้ สำหรับการส่งที่ได้มีคำสั่งซื้อมาก่อนหน้านี้ จึงยังไม่นำออกมาเปิดประมูล”อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าการเปิดประมูลครั้งนี้ จะสามารถขายข้าวทั้งหมดได้ เพราะเงื่อนไขการประมูล มีความชัดเจนมากขึ้น มีการแก้ปัญหา ข้อผิดพลาด ทั้งเรื่องราคาอ้างอิงพื้นฐาน และการตรวจสอบคุณภาพข้าว ที่นำมาเปิดให้ประมูลแล้ว สำหรับการประมูลในรอบต่อไป ยังต้องรอประเมินจากหลายปัจจัย ทั้ง การตรวจสอบคุณภพข้าวค วามต้องการของตลาดก่อน เพื่อไม่ให้กระทบกับราคาข้าวที่กำลังออกสู่ตลาดในขณะนี้ ส่วนข้าวที่เหลือจากการประมูลครั้งแรก ซึ่งเป็นข้าวที่ไม่มีผู้ประมูล และส่วนของข้าวที่ไม่ผ่านเรื่องคุณภาพ จะนำเข้าไปพิจารณาตรวจสอบอีกครั้ง ว่าจะจัดการกับข้าวส่วนนี้อย่างไรทั้งนี้การประมูลข้าวจะมีขึ้นในวันที่ 12 ก.ย.นี้ ที่ห้องเอนกประสงค์ ชั้น 3 อาคารปฏิบัติการ 5 ชั้นกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยจะเปิดให้ผู้สนใจยื่นซองเสนอราคาซื้อข้าวสารในสต็อกของรัฐบาลลอตที่ 2 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 11.00 น. และในเวลา13.30 น. จะเปิดซองการประมูล และทราบผลการประมูลเบื้องต้น ก่อนเสนอที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการข้าวตามขั้นตอน ซึ่งยังยึดหลักการเดิมที่ผู้เสนอราคาสูงสุด ผ่านราคาพื้นฐาน จะถือเป็นผู้ชนะการประมูล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดประมูลข้าวล็อตสอง 1.39 แสนตัน

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 กันยายน 2557 ปิดลบ 1.59 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 กันยายน 2557 ปิดลบ 1.59 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุน ในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (9ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผัวนตลอดวัน โดยดัชนีปรับตัวขึ้นสูงในช่วงเช้า จากแรงซื้อเก็งกำไรการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในวันนี้ แต่ผลสรุป คือยังไม่มีแนวทางด้านเศรษฐกิจที่ชัดเจน ซึ่งหลังจากไร้ปัจจัยใหม่โดดเด่น ทำให้ดัชนีเริ่มทยอยปรับตัวลดลง เคลื่อนไหวในแดนลบ ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,580.59 จุด ทะยานขึ้นสูงสุด 1,589.87 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,583.18 จุด ลดลง 1.59 จุด หรือ 0.10% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 56,254.41 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.จัสมิน ปิดที่ 7.25บาท เพิ่มขึ้น 0.55บาท2.ทรู ปิดที่ 11.30บาท เพิ่มขึ้น 0.10บาท3.ปตท.ปิดที่ 348.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท4.บีเอ็มซีแอล ปิดที่ 2.00บาท เพิ่มขึ้น 0.14บาท5.บ้านปู ปิดที่ 32.25 บาท ลดลง 1.75บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 กันยายน 2557 ปิดลบ 1.59 จุด

  • ทีโอเอลุ้นรายได้โต13%

    ทีโอเอลุ้นรายได้โต13%

    นายจตุภัทร์ ตั้งคารวคุณ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทยังคาดว่าปีนี้จะสามารถสร้างรายได้ให้เติบโตใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 13% ได้ หากยอดขายในไตรมาสสุดท้ายนี้เติบโตได้ดีตามที่คาดไว้ ซึ่งจะชดเชยช่วงที่รายได้ชะลอตัวจากปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองเมื่อต้นปีที่ผ่านมาได้ เนื่องจากโดยปกติแล้ว ไตรมาส 4 นั้นถือเป็นฤดูกาลขาย หลังจากที่ฤดูฝนสิ้นสุดลง ประชาชนก็จะเริ่มกลับมาทำสีอาคาร เพื่อปรับปรุงหรือตกแต่งบ้านและอาคารต่าง ๆ มากขึ้น แต่อย่างไรก็ดี ต้องรอดูสถานการณ์โดยภาพรวมอีกครั้ง ว่าจะมีบรรยากาศที่เอื้ออำนวยมากน้อยเพียงใดทั้งนี้ในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายในประเทศต่ำกว่า 13% แต่ด้านยอดขายต่างประเทศนั้น เติบโตมากกว่า 13% โดยเฉพาะที่ประเทศเวียดนาม ที่ทำยอดขายได้ดีที่สุด จาก 6 ประเทศ ที่บริษัทเข้าไปทำตลาด คือ สปป.ลาว,เมียนมาร์,เวียดนาม, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 85% และต่างประเทศ 15%”ปีนี้ยังคงคาดเดาได้ยาก ว่าจะมีรายได้เท่าไร เนื่องจากสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี แต่เชื่อว่าเมื่อภาพรวมในประเทศฟื้นตัว การค้าขาย รวมถึงจับจ่ายใช้สอย ก็จะปรับตัวดีตามไปด้วย โดยเฉพาะสินค้าที่ขายได้ เช่น สีทีโอเอ ที่ลูกค้ามั่นใจว่าเมื่อซื้อไปแล้ว จะสามารถปล่อยสินค้าขายต่อได้เลย ก็จะยิ่งขายดี แต่อย่างไรก็ดี คาดว่าไตรมาส 4 ยอดขายคงเติบโตไม่เกิน 13% จากปีก่อนที่มีรายได้ 16,000 ล้านบาทได้ทัน”แต่อย่างไรก็ดี บริษัทได้เตรียมแผนเดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศอย่างเข้มข้น หลังเห็นโอกาสจากการเติบโตที่ดี โดยวางเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศให้เป็น 20% ใน 5 ปีข้างหน้า ด้วยการขยายเข้าไปยังสิงคโปร์, ฟิลิปินส์ และบรูไน เพื่อครอบคลุมทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน จากนั้นจึงจะพิจารณาการตั้งโรงงานใหม่ เพื่อขยายกำลังการผลิตรองรับตลาดนายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานที่ปรึกษา บริษัท ทีโอเอ เพ้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดต่อจากนี้ คือต้องการขึ้นเป็นผู้นำในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ได้ หลังจากทำตลาดในอาเซียนได้แข็งแกร่งแล้ว โดยเชื่อว่าบริษัทมีจุดแข็งด้านคุณภาพสินค้าและชื่อเสียงแบรนด์ แต่ทั้งนี้ยังต้องปรับปรุงด้านคุณภาพพนักงานและเงินทุน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีโอเอลุ้นรายได้โต13%