นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยว่า สทท.ได้หารือกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.), การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ เพื่อนำเสนอมาตรการด้านการพัฒนาระบบการท่องเที่ยว 8 มาตรการ ที่จะใช้ยกระดับให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีรายได้เข้าประเทศตามเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งไว้ รวมถึงระยะยาว ที่จะช่วยสนับสนุนการทำงานระหว่างภาครัฐ และเอกชนให้เกิดการขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมได้มากยิ่งขึ้นสำหรับ 8 มาตรการที่นำเสนอ คือ จัดทำเว็บไซต์ ให้เป็นระบบออนไลน์ระบบเดียวทั้งประเทศ และเป็นเว็บไซต์เดียวที่รวบรวมสิ่งที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทุกอย่าง เพื่อให้เกิดการรับรู้ในหมู่นักท่องเที่ยวได้โดยง่าย รวมถึงประหยัดงบประมาณของเอกชน,พัฒนาระบบการขนส่งภายในแหล่งท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยว เนื่องจากปัจจุบันการเดินทางเชื่อมต่อภายในแหล่งท่องเที่ยวยุ่งยากมาก ,ยกระดับการบริการด้านการให้ข้อมูลของคอลเซนเตอร์ให้เป็นระบบเดียว, เพิ่มบริการขอออนไลน์วีซ่าเข้าประเทศ มีกระทรวงการต่างประเทศรับผิดชอบ ,ออกแบบและติดตั้งระบบตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ใช่สัญชาติไทย เพื่อให้ตรวจลงตราวีซ่าที่เคาน์เตอร์สายการบิน ,ติดตั้งประตูอัตโนมัติในท่าอากาศยานหลัก และยกเลิกการกรอกบัตรขาออก (ตม.6)นอกจากนี้ ต้องสร้างแอพพลิเคชั่นให้นักท่องเที่ยว เพื่อใช้ตรวจสอบเส้นทาง ตำแหน่งของยานพาหนะ เพื่อช่วยในการวางแผนการท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น ,ให้ข้อมูลแก่นักท่องเที่ยวผ่านเว็บไซต์ โดยจัดทำระบบออนไลน์ เพื่อแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว และเส้นทาง รวมทั้งเพิ่มบริการจองตั๋วรถไฟ รถโดยสารแบบออนไลน์ และสุดท้าย แก้ปัญหาฉ้อโกงนักท่องเที่ยวอย่างเร่งด่วน โดยมอบหมายให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเจ้าภาพหลักนางปิยะมาน กล่าวว่า การทำงานด้านขับเคลื่อนการตลาด และจัดทำเป้าหมายให้รายได้จากการท่องเที่ยวปี 61 ไว้ที่ 4 ล้านล้านบาทนั้น เชื่อว่ามีความเป็นไปได้ และศักยภาพของไทยก็ยังมีความพร้อม แต่หลังจากนี้ จะต้องรุกทำตลาดให้หนักยิ่งขึ้น เช่น ทำตลาดดึงนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นให้เดินทางมาไทย ที่ถือเป็นงานหนัก เพราะญี่ปุ่นเป็นตลาดที่กังวลเรื่องความปลอดภัยกับแหล่งท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก“ต้อง ยอมรับว่า การที่ นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร มารับตำแหน่งรมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะเป็นนักการตลาดมาก่อน และทราบว่า จะไปโรดโชว์กับททท.ในงานด้านการท่องเที่ยวของญี่ปุ่น ก็เป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะเคยทำงานกับญี่ปุ่นมาแล้ว จากบริษัทโตชิบา ก็น่าจะเข้าใจลักษณะของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทท.ชง8มาตรการดันรายได้4ลล.บ.
Blog
-

สทท.ชง8มาตรการดันรายได้4ลล.บ.
Facebook Comments -

พาณิชย์เร่งจัดระเบียบร้านค้างาช้าง
นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่านางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมฯ ร่วมกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืชกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเร่งจัดระเบียบผู้ค้างาช้างในประเทศไทย ให้เป็นระบบ พร้อมดำเนินการขึ้นทะเบียนบัญชีผู้ค้างาช้างของไทย ให้เป็นปัจจุบันที่สุด หลังพบว่าไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศ ที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ เกี่ยวกับปัญหาการลักลอบค้างาช้าง และนอแรดแบบผิดกฎหมายรวมทั้งเป็นแหล่งค้างาช้างที่สำคัญระดับโลก“กรมฯ ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ และมองว่าเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องเร่งแก้ไข จึงได้ร่วมมือกับกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เตรียมลงพื้นที่ค้างาช้างสำคัญทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจ พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกอบการค้างาช้าง จดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย โดยจะเชิญเจ้าหน้าที่จากกรุงเทพมหานครและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มาอำนวยความสะดวกในการจดทะเบียนพาณิชย์ แก่ผู้ประกอบการค้างาช้างในพื้นที่ด้วย”เบื้องต้น เตรียมลงพื้นที่นำร่องในเขตได้แก่ ตลาดนัดสวนจตุจักร และท่าพระจันทร์ เป็นลำดับแรก เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผู้ประกอบการค้างาช้างเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้น จะทยอยลงพื้นที่ในเขตอื่น ๆ และในส่วนภูมิภาคต่อไปนางสาวผ่องพรรณ กล่าวว่า การที่ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มประเทศที่ต้องเฝ้าจับตาเป็นพิเศษ1 ใน 8 ประเทศ ว่ามีส่วนต่อขบวนการค้างาช้าง และลักลอบขายงาช้างผิดกฎหมาย รวมถึงไม่มีผลงานในเชิงบวก ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามเกี่ยวกับการดำเนินการตามกฎหมาย ในการควบคุมการลักลอบค้างาช้างอย่างเข้มงวด อาจทำให้ประเทศไทย ถูกนานาชาติใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้าสินค้า เชิงพาณิชย์ทุกประเภท ที่อยู่ภายใต้ความควบคุมของไซเตส (อนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์)เช่น กล้วยไม้ หนังสัตว์เลื้อยคลาน และหนังฟอก (หนังงู และหนังจระเข้) ไม้หายาก เป็นต้น ซึ่งจะส่งผลกระทบในภาพรวมต่อการส่งออก และนำเข้าสินค้าของไทยในอนาคต“ไซเตส กำหนดให้“ช้าง”เป็นสัตว์ป่าที่ถูกควบคุมในบัญชีหมายเลข 1 เป็นชนิดพันธุ์ของสัตว์ป่าที่มีสถานภาพใกล้สูญพันธุ์ ห้ามค้าในเชิงพาณิชย์ เว้นแต่ทำการศึกษาวิจัย เพาะพันธุ์การส่งออก จะต้องได้รับความยินยอมจากประเทศที่นำเข้าเสียก่อน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เร่งจัดระเบียบร้านค้างาช้างFacebook Comments -

เงินสะพัด”บางกอกเจมส์” 4 หมื่นล้าน
น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานบางกอก เจมส์ แอนด์ จิว เวอรี่ แฟร์ ครั้งที่ 54 ระหว่างวันที่ 9-13 ก.ย. ที่อิมแพค เมืองทองธานี ว่า การจัดงานบางกอกเจมส์ฯ นี้ เชื่อว่าจะช่วยผลักดันยอดการส่งออกอัญมณีไทย ในกลุ่มอัญมณี และเครื่องประดับในปี 57 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ไม่ต่ำกว่า 5%โดยกระทรวงฯ จะเร่งหามาตรการในการช่วยเหลือภาคการส่งออก ทั้งการเร่งจัดหาวัตถุดิบ การผลักดันตลาดใหม่ ๆ และเจรจากับประเทศคู่ค้าต่อเนื่อง ส่วนการส่งออกในกลุ่มอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ส่งออกได้แล้วกว่า 105,000 ล้านบาท ขยายตัว 15.37%นายสมชาย พรจินดารักษ์ นายกสมาคมอัญมณีไทยและเครื่องประดับ กล่าวว่า การจัดงานครั้งนี้ คาดว่าจะมีเงินสะพัด 40,000 ล้านบาท มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 300,000 ราย ซึ่งจะทำให้การส่งออกอุตสาหกรรมอัญมณี และเครื่องประดับเติบโตตามเป้าหมาย นอกจากนี้ยังสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าต่างชาติห ลังจากที่สถานการณ์ภายในประเทศไทยกลับเข้าสู่ภาวะสงบด้านกิจกรรมภายในงาน นอกจากจะมีการจัดงานแสดงสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับจากแบรนด์ดังทั่วโลกแล้ว ยังมีสินค้าจากผู้ประกอบการไทย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มวิสาหกิจ หรือผู้ผลิตชุมชน และผู้ประกอบการท่องเที่ยว ที่เป็นเอสเอ็มอี มาเข้าร่วมด้วย ส่วนผู้ซื้อ และผู้เข้าเยี่ยมงาน ยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการยกเว้นภาษีอาการนำเข้า 20%สำหรับสินค้าอัญมณี และเครื่องประดับ ที่นำมาจัดแสดง และขายในงาน ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เมื่อนำวัตถุดิบไปผลิตสินค้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินสะพัด”บางกอกเจมส์” 4 หมื่นล้านFacebook Comments