Blog

  • ‘ทรู อินเทอร์เน็ต’ รุกเอสเอ็มอี หวังขึ้นผู้นำตลาดลูกค้าองค์กร

    ‘ทรู อินเทอร์เน็ต’ รุกเอสเอ็มอี หวังขึ้นผู้นำตลาดลูกค้าองค์กร

    ทรู อินเทอร์เน็ต  วางเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ในตลาดลุยอินเทอร์เน็ตองค์กร เน้นเปิดตลาดไปยังเอสเอ็มอี ปั๊มรายได้  2,000 ล้านบาทในสิ้นปีนี้ นายวสุ คุณวาสี ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทรู อินเทอร์เน็ต จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมรุกตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กรธุรกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้ โดยเน้นขยายลูกค้าใหม่ ๆ ในกลุ่มลูกค้าองค์กรขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี  โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ด้วยการนำเสนอบริการใหม่ วงจรเช่าสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (Leased Line for Business & Small Business ) เพื่อให้ธุรกิจ เอสเอ็มอี ได้ใช้อินเทอร์เน็ตที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสมเทียบเท่าองค์กรใหญ่ ๆ ซึ่งปัจจุบันแนวโน้มการใช้งานของกลุ่มลูกค้าองค์กรต้องการใช้แบนด์วิธสูงขึ้น โดยบริษัทจะชูจุดเด่นที่คุณภาพและแพ็กเกจราคาที่หลากหลาย พร้อมบริการหลังการขาย โดยตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมจำนวน 2,000 ล้านบาท เมื่อถึงสิ้นปีนี้ เติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว 30-40% ที่มีรายได้จำนวน 1,415 ล้านบาท“ตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กรยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามีมูลค่า 8,000 ล้านบาท คาดว่าในปีนี้จะเติบโตประมาณ 12% ซึ่งปัจจุบันทรูมีลูกค้าอินเทอร์เน็ตองค์กรอยู่ 4,500 ราย โดยแบ่งสัดส่วน 65% เป็นลูกค้าองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ ที่เหลือเป็นองค์กรขนาดกลางและเล็ก ส่วนประเภทธุรกิจมีทั้งด้านการศึกษา อสังหาริมทรัพย์  ธนาคาร ฯลฯ”นายวสุ กล่าวต่อว่า ช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา อินเทอร์เน็ตสำหรับองค์กรของทรู มีอัตราการเติบโต 30-40% อย่างต่อเนื่อง มากกว่าตลาดรวมที่โต 12%  โดยปัจจุบันทรูมีส่วนแบ่งการตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กร อยู่ประมาณ 17-18% เป็นอันดับสองของตลาด เป็นรอง ซีเอสล็อกซ อินโฟ ที่มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ประมาณ 20% ซึ่งหากสามารถทำรายได้ตามเป้าหมายในปีนี้จะทำให้สามารถขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 1 ของตลาดอินเทอร์เน็ตองค์กรธุรกิจในไทยได้อย่างแน่นอน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ทรู อินเทอร์เน็ต’ รุกเอสเอ็มอี หวังขึ้นผู้นำตลาดลูกค้าองค์กร

  • ชี้องค์กรธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน เสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัย

    ชี้องค์กรธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน เสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัย

    บก.ปอศ. ชี้ องค์กรธุรกิจในไทยใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ เสี่ยงต่อระบบความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ ถูกมัลแวร์ โจรกรรมข้อมูล การฉ้อโกงผ่านธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เดินหน้ากวาดล้างการใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายพ.ต.อ.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ รองผู้บังคับการและโฆษกกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าตรวจค้นองค์กรธุรกิจกว่า 100 บริษัท ในข้อหาใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย หรือเข้าตรวจค้นโดยเฉลี่ย 1 บริษัท ต่อวัน พบเครื่องคอมพิวเตอร์ 1,119 เครื่อง ที่มีซอฟต์แวร์ที่ไม่มีไลเซ้นต์หรือละเมิดลิขสิทธิ์คิดเป็นมูลค่าเชิงพาณิชย์ราว 53 ล้านบาท รวมซอฟต์แวร์ที่พัฒนาโดยผู้ผลิตไทย ซึ่งองค์กรธุรกิจที่ถูกเข้าตรวจค้นและดำเนินคดีในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ พบว่ามีผู้ถือหุ้นสัญชาติต่าง ๆ ได้แก่ ไทย จีน ญี่ปุ่น มาเลเซีย อิตาลี ดัตช์ อเมริกัน และเกาหลีใต้  ส่วนบริษัทไทยเป็นบริษัทที่ถูกเข้าตรวจค้นมากที่สุดล่าสุดได้เข้าตรวจค้นบริษัทก่อสร้าง ซึ่งมีผู้ลงทุนสัญชาติอเมริกัน พบว่าใช้ซอฟต์แวร์ไม่มีไลเซ้นต์ของออโต้เดสก์ ทำงานสำหรับโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในประเทศไทย  โดยคอมพิวเตอร์ 4 เครื่องติดตั้งซอฟต์แวร์ไม่มีไลเซ้นต์ของออโต้เดสก์คิดเป็นมูลค่าเชิงพาณิชย์ราว 756,000 บาท  โดยบริษัทดังกล่าวมีรายได้ต่อปีมากกว่า 100 ล้านบาท โดยใช้ซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายในการทำธุรกิจ ออกแบบและก่อสร้างโครงการพาณิชย์ คลังสินค้าและที่พักอาศัยหลายแห่งพ.ต.อ.ชัยณรงค์ กล่าวต่อว่า จากการประมาณการ พบว่าร้อยละ 32 ของพนักงานบริษัท ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ผิดกฎหมายมาใช้ในที่ทำงานโดยที่นายจ้างไม่ทราบ  จึงก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบความปลอดภัยของคอม พิวเตอร์ ความเสี่ยงที่จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงขอความร่วมมือจากทุกคนที่ทำธุรกิจในประเทศไทยให้มีแนวทางการบริหารจัดการสินทรัพย์ซอฟต์แวร์อย่างจริงจัง โดยมากกว่าร้อยละ 70 ของซอฟต์แวร์ที่ไม่มีไลเซ้นต์มีมัลแวร์แฝงอยู่ ซึ่งมัลแวร์เหล่านี้เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการฉ้อโกงทางการเงินผ่านธุรกรรมทางธนาคาร การขโมยข้อมูล การฉ้อโกงผ่านธุรกรรมพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ และอื่น ๆ ในประเทศไทย  การใช้ซอฟต์แวร์ที่ไม่มีไลเซ้นต์ในอัตราที่สูงในปัจจุบัน คือ ร้อยละ 71  ทำให้ภาคธุรกิจเสี่ยงต่อการถูกจู่โจมบนโลกไซเบอร์  และแสดงให้เห็นว่าความไม่ปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ขององค์กรธุรกิจในภาคธุรกิจไทยอยู่ในระดับที่สูงด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้องค์กรธุรกิจใช้ซอฟต์แวร์เถื่อน เสี่ยงต่อระบบรักษาความปลอดภัย

  • กสทช.เร่งเคาะเงินชดเชยบอลโลกให้อาร์เอส

    กสทช.เร่งเคาะเงินชดเชยบอลโลกให้อาร์เอส

    เร่งชดเชยเงินหนุนถ่ายสดบอลโลกผ่านฟรีทีวีให้อาร์เอส หลังถูกทวงถาม โยนเข้าบอร์ดกสทช. เคาะราคาที่เหมาะสมอีกรอบ  นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ความคืบหน้ากรณีการจ่ายเงินชดเชยใช้ค่าเสียหายและค่าเสียโอกาสทางธุรกิจ ให้กับ บริษัท อาร์เอส สำหรับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวีครบ 64 นัดนั้น ขณะนี้ กสทช. ได้ให้คณะอนุกรรมการพิจารณาเยียวยาค่าชดเชยกลับไปทบทวนอีกครั้ง หลังสรุปราคาที่  220 ล้านบาท ซึ่งน้อยเกินไป เนื่องจาก กสทช. ได้กำหนดวงเงินเยียวยาไว้ที่  427 ล้านบาท โดยบอร์ด กสทช. จะประชุมเพื่อสรุปราคาอีกครั้ง ทั้งนี้การพิจารณากำหนดราคาค่าชดเชยที่เหมาะสม จะเสร็จทันเข้าพิจารณาของที่ประชุม กสทช. เนื่องจากได้เชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด รวมทั้งอาร์เอสมาชี้แจงเรียบร้อยแล้ว ซึ่งหากที่ประชุม กสทช. อนุมัติวงเงินตามที่ได้จากการเสนอของคณะอนุกรรมการฯ จะสามารถจ่ายเงินให้แก่อาร์เอส ทั้งนี้หากล่าช้ากว่านี้ บริษัทอาร์เอส จะดำเนินการฟ้องร้องได้ เนื่องจากอาร์เอสได้ทำหนังสือทวงค่าชดเชยดังกล่าวในส่วนที่  2 หลังได้รับไปแล้ว 120 ล้านบาท อย่างไรก็ตามสำหรับกรณีการจ่ายเงินชดเชยดังกล่าว เป็นการนำเงินจากทางคณะกรรมการวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กองทุน กทปส.) ซึ่งเป็นเงินรายได้ที่มาจากเงินค่าปรับ 100 ล้านบาท และเงินที่ได้รับโอนจาก กทช. 3,000 ล้านบาท เท่านั้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เร่งเคาะเงินชดเชยบอลโลกให้อาร์เอส