Blog

  • เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันราคาน้ำมัน…เงินดอลลาร์ฯแข็ง กดดันราคาทองคำ – โลกการเงิน

    เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันราคาน้ำมัน…เงินดอลลาร์ฯแข็ง กดดันราคาทองคำ – โลกการเงิน

    ในช่วงที่ผ่านมานี้ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ได้อ่อนตัวลงต่ำสุดในรอบ 16 เดือน โดยได้รับผลจากความกังวลต่อแนวโน้มการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะเดียวกัน ราคาทองคำในตลาดโลก ก็อ่อนตัวลงต่ำสุดในรอบกว่า 2 เดือนจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ที่แข็งค่าขึ้น ประเด็นดังกล่าวมีที่มาเป็นเช่นไร วันนี้ผมขออนุญาตสรุปให้ฟัง ดังนี้ครับ ขอเริ่มจากฝั่งยุโรป ที่ผลสำรวจภาวะการผลิตภาคอุตสาหกรรม (PMI) ของประเทศในกลุ่มยูโรโซนเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 13 เดือน นำโดยเยอรมนี ที่ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 11 เดือน ขณะที่ทั้งฝรั่งเศสและอิตาลี ล้วนบันทึกการหดตัวจากเดือนก่อนหน้า ในขณะเดียวกัน เครื่องชี้ภาวะอุตสาหกรรมของสหราชอาณาจักร (UK) ก็บ่งถึงการขยายตัวในอัตราที่ต่ำสุดในรอบ 14 เดือน การชะลอตัวของเศรษฐกิจยุโรป โดยเฉพาะกลุ่มยูโรโซน ทำให้ล่าสุดธนาคารกลางยุโรป (ECB) ตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกเป็นร้อยละ 0.05 จากเดิม 0.15 และปรับเพิ่มดอกเบี้ยที่ธนาคารพาณิชย์จะต้องจ่ายให้แก่ธนาคารกลางในการฝากสภาพคล่องไว้ เป็นร้อยละ 0.2 จากเดิมร้อยละ 0.1 รวมถึงประกาศมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง โดยการเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์หนุนหลัง (Asset-Backed Securities: ABS) ที่ธนาคารพาณิชย์ถืออยู่ ซึ่งจะเห็นได้ว่ามาตรการดังกล่าว มีเป้าหมายที่อัดฉีดเงินผ่านธนาคารพาณิชย์ เพื่อที่ช่วยให้เศรษฐกิจยุโรปฟื้นตัวและหยุดยั้งการดิ่งลงของอัตราเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อตราสารหนี้ที่มีหลักทรัพย์หนุนหลัง (ABS) ยังคงมีความเข้มข้นน้อยกว่าการทำคิวอี เนื่องจากในการทำคิวอีนั้น ธนาคารกลางจะเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งมีปริมาณในตลาดมากกว่า ทำให้มีมูลค่าการอัดฉีดเงินเข้าระบบมากกว่า ส่วนในฝั่งเอเชียนั้น เครื่องชี้ภาวะอุตสาหกรรมของจีนในเดือนสิงหาคม บ่งชี้ถึงการขยายตัวเพียงเล็กน้อย รวมถึงยังเป็นอัตราการขยายตัวที่สุดในรอบ 3 เดือน ทั้งนี้ แม้ว่าภาคบริการของจีน จะยังคงขยายตัวได้ดี แต่นักวิเคราะห์มองว่า ทางการจีนอาจจะต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจ เพื่อที่จะช่วยให้เศรษฐกิจสามารถรักษาอัตราการขยายตัวใกล้เคียงกับเป้าหมายที่ร้อยละ 7.5 โดยประเด็นปฏิรูปที่เป็นที่กล่าวถึง ได้แก่ การปฏิรูปภาคการเงิน ทั้งในเรื่องของอัตราดอกเบี้ยและการจัดตั้งสถาบัน คุ้มครองเงินฝาก, การปฏิรูประบบสวัสดิการสังคม โดยเฉพาะเรื่องการรักษาพยาบาล และการปฏิรูปการดำเนินการของธุรกิจที่เคยเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่ปัจจุบันอาจจะขาดประสิทธิภาพและไม่สามารถแข่งขันได้แล้ว ตัวเลขเศรษฐกิจที่บ่งชี้ถึงการชะลอตัว ทั้งในฝั่งยุโรปและจีนดังกล่าว ได้ทำให้เกิดความกังวลต่อแนวโน้มความต้องการใช้น้ำมันของโลก จนส่งผลให้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลงอย่างที่ปรากฏ ในทางตรงกันข้าม ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ ยังคงออกมาแข็งแกร่ง จนทำให้นักลงทุนมองว่า หลังจากการจบการทำ คิวอี ของธนาคารกลางสหรัฐ ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้แล้ว ก็อาจจะเริ่มมีการพูดกันถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดกันไว้แต่เดิม ทิศทางดอกเบี้ยในสหรัฐ ที่น่าจะทยอยปรับขึ้นนั้น นับได้ว่าจะสวนทางกับทิศทางดอกเบี้ยของยุโรปและญี่ปุ่น ที่น่าจะยังคงอยู่ในระดับต่ำเป็นประวัติการณ์ต่อไป ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่หนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเงินยูโรและเงินเยน นอกจากนี้ เนื่องจากเงินดอลลาร์ มักจะเคลื่อนไหวในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับราคาทองคำ แนวโน้มที่แข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ จึงส่งผลกดดันให้ราคาทองคำปรับตัวลงในช่วงที่ผ่านมา ส่วนทำไมเงินดอลลาร์ จึงมักจะเคลื่อนไหวตรงกันข้ามกับราคาทองคำนั้น คำอธิบายประการหนึ่งคือ หากมองเงินดอลลาร์ และทองคำเป็นทรัพย์สินสองประเภทที่นักลงทุนต้องตัดสินใจเลือกแล้ว ต่อมาหากสถานการณ์เศรษฐกิจทำให้นักลงทุนเชื่อว่าเงินดอลลาร์ ในช่วงข้างหน้าจะมีทิศทางแข็งค่า นักลงทุนก็จะหันมาเพิ่มน้ำหนักในการถือครองเงินดอลลาร์ ซึ่งย่อมจะส่งผลให้ราคาสินทรัพย์อื่นที่เป็นคู่แข่งกับเงินดอลลาร์ ซึ่งในกรณีนี้คือทองคำ อ่อนตัวลง ขอปิดท้ายด้วยผลต่อเศรษฐกิจไทยครับ ผมมองว่า แม้เศรษฐกิจสหรัฐ จะดูแข็งแกร่ง แต่เศรษฐกิจหลักอื่น ๆ ของโลก ไม่ว่าจะเป็น ยุโรป จีน หรือญี่ปุ่น คงจะยังไม่กลับมาเป็นปกติอีกพักใหญ่ ซึ่งทำให้การขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งหลังปีนี้ต่อเนื่องไปถึงในปีหน้า คงจะต้องหวังพึ่งการฟื้นตัวของการใช้จ่ายในประเทศเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการลงทุน ทั้งของภาครัฐและเอกชน ครับ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจโลกชะลอตัว กดดันราคาน้ำมัน…เงินดอลลาร์ฯแข็ง กดดันราคาทองคำ – โลกการเงิน

  • ประจินรอรัฐบาลแถลงนโยบายก่อนเข้าคมนาคม

    ประจินรอรัฐบาลแถลงนโยบายก่อนเข้าคมนาคม

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และ รมว.คมนาคมจะยังไม่เข้าทำงานที่กระทรวงคมนาคมในวันที่ 9 ก.ย.นี้ เพราะต้องรอ พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงนโยบายต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ก่อนส่วนเรื่องที่เตรียมนำเสนอ พล.อ.อ.ประจิน มีหลายโครงการ เช่นการปรับแบบรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26.3 กม.เพื่อรองรับระบบรถไฟฟ้าในอนาคตเพิ่มวงเงินลงทุน 8,000 ล้านบาท   นอกจากนี้ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีชมพูช่วงแคราย-มีนบุรี ระยะทาง 34.5 กม.ซึ่งส่งเรื่องมายังกระทรวงคมนาคมแล้วส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรีสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.)ยังพิจารณารายละเอียดอยู่ ขณะเดียวกันยังมีโครงการการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)เช่น โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือชายฝั่งของท่าเรือแหลมฉบัง บริเวณท่าเทียบเรือเอที่มีการผลักดันมานานหลายปีแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ประจินรอรัฐบาลแถลงนโยบายก่อนเข้าคมนาคม

  • คมนาคมแจงรายละเอียด 3 พ.ร.บ.

    คมนาคมแจงรายละเอียด 3 พ.ร.บ.

    นายสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ก.ย.ทีผ่านมา ได้ไปชี้แจงรายละเอียดกฎหมายที่เตรียมนำเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ให้พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม รับทราบ มีร่างกฎหมายที่สำคัญ ได้แก่ ร่างพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศพ.ศ. … ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมจาก พ.ร.บ.ปัจจุบันที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2521ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลังพบว่าระยะหลังมีผู้โดยสารประพฤติตนไม่เหมาะสมบนอากาศยานเพิ่มขึ้นถึง5 เท่าตัว จากปี 38 มีสถิติกว่า 1,000กว่ารายต่อปี เพิ่มเป็น 5,000 รายในปัจจุบัน ทั้งนี้สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.จะครอบคุลมไปถึงการยึดอากาศยานการทำลายอากาศยาน หรือทำลายสิ่งอำนวยความสะดวกของท่าอากาศยานที่ให้บริการพลเรือน รวมทั้งได้เพิ่มเติมการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสมในอากาศยานเช่น การสูบบุรีในห้องน้ำ ใช้กำลังทำร้ายผู้อื่น ใช้วาจาไม่สุภาพ ลวนลามเจ้าหน้าที่ประจำอากาศยานและกระทำอนาจารบนเครื่องบิน เป็นต้น สำหรับกรณีความผิดที่เกิดในอากาศยานไทยและอากาศยานต่างประเทศให้เป็นอำนาจของนักบินในการควบคุมตัวผู้กระทำความผิด รวมถึงการนำตัวบุคคลลงจากอากาศยานไทยการรับและส่งตัวบุคคลผู้กระทำความผิดให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจนอกจากนี้ยังกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในอากาศยานเพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดในอากาศยาน ตลอดจนกำหนดให้การกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรต้องรับโทษในราชอาณาจักรไทยด้วย นางสร้อยทิพย์กล่าวต่อว่า ยังเสนอร่าง พ.ร.บ.การรับขนทางอากาศระหว่างประเทศพ.ศ. … เพื่อให้มีกฎหมายบังคับใช้โดยตรง จากปัจจุบันที่ใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ โดยจะเพิ่มความรับผิดชอบการคุ้มครองผู้โดยสารผู้ประกอบการในการชดใช้ค่าเสียหายอย่างเป็นธรรมและรวดเร็วขึ้น เช่น กรณีถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บสามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ไม่จำกัดจำนวน ซึ่งค่าเสียหายแรกประมาณไม่เกิน5.5 ล้านบาทต่อคน กรณีเครื่องบินล่าช้า(ดีเลย์)ผู้โดยสารเรียกร้องค่าเสียหายได้ไม่เกิน231,000 บาท กรณีสัมภาระถูกทำลาย สูญหายเสียหายหรือล่าช้า สามารถเรียกร้องค่าเสียหายได้ไม่เกิน 55,700บาท เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีร่างพ.ร.บ.การรับขนคนโดยสารทางถนนระหว่างประเทศพ.ศ. … ซึ่งเป็นความตกลงของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง เพื่อกำหนดขอบเขตความรับผิดให้ชัดเจนมากขึ้นเพราะปัจจุบันก็ยังใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์อยู่ ตัวอย่าง  กรณีผู้โดยสารตายหรือบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจกำหนดความรับผิดชอบไว้ไม่เกิน 432,000 บาท กรณีสัมภาระสูญหายหรือเสียหายกำหนดไว้ไม่เกิน 8,000 บาท โดยร่าง พ.ร.บ.ทั้ง 3ฉบับดังกล่าว เมื่อผ่าน สนช. 3วาระแล้วก็สามารถประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ได้ทันที  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมแจงรายละเอียด 3 พ.ร.บ.