วันนี้(8ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.ต.โกเมธ ประทีปทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และการประชุม เปิดเผยว่า ได้รับมอบจากที่ประชุมกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ว่ากสท.ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีให้นำช่อง 3 อนาล็อกออกจากโครงข่ายและแจ้งเตือนประชาชนผู้รับชมผ่านตัววิ่งภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่งทั้งนี้หากผู้ประกอบการโครงข่ายฝ่าฝืนจะถูกปรับทางปกครองตลอดจนพักใช้และเพิกถอนไปอนุญาตตามลำดับสำหรับช่อง 3 ได้สิ้นสุดการทำหน้าที่ผู้ให้บริการเป็นการทั่วไปตั้งแต่วันที่1.ก.ย.แล้ว ซึ่งหากต้องการออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลจะตัองปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ ขอใบอนุญาตช่องรายการและโฆษณาได้ไม่เกิน 6นาทีต่อชั่วโมงแต่ช่อง 3 ไม่ได้ดำเนินการจึงไม่มีสิทธิ์ออกอากาศบนแพลตฟอร์มอื่นนอกจากเสาหนวดกุ้งและก้างปลาอย่างไรก็ตามการประชุมบอร์ดกสท.เป็นไปอย่างวุ่นวายโดยมีมติ 3ต่อ 2 เสียงให้ดำเนินการกับผู้ประกอบการโครงข่ายและลงมติไม่ให้ พ.อ.ดร.นทีศุกลรัตน์ ประธานกสท.เป็นผู้แถลงข่าวเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาและมอบหมายให้ พ.ต.โกเม ธเป็นผู้แถลงข่าวแทนขณะที่การลงมิติ 3 เสียงข้างมากคือ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ และ นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ ส่วน เสียงข้างน้อย2 คน คือ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่านอกจากนี้ที่ประชุมกสท.ให้เชิญผู้ประกอบการทรูวิชั่น ช่อง 3 ทีวีดิจิตอล 24 ช่องและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยมาหารือถึงการถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์ในวันพุธที่ 10 ก.ย.นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สั่งห้ามโครงข่ายนำช่อง3ออกอากาศ
Blog
-

สั่งห้ามโครงข่ายนำช่อง3ออกอากาศ
Facebook Comments -

ยาสูบเสนอคสช.หั่นงบสนับสนุนอง์กร
น.ส.ดาวน้อยสุทธินิภาพันธ์ รักษาการผู้อำนวยการยาสูบ เปิดเผยว่า โรงงานยาสูบ (รยส.) ได้เสนอข้อมูลเรื่องการนำส่งเงินรายได้เข้าแผ่นดินโดยขอปรับงบสนับสนุนที่ต้องให้กับหน่วยงานที่เสนอของบเป็นประจำ เช่นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส รวมทั้งยังเสนอขอเงินสนับสนุนจากกระทรวงต่างๆ เช่น กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารวมกันประมาณปีละ 3,000 – 4,000 ล้านบาท และเงินที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)ตรวจสอบได้ เพราะ สตง.จะตรวจได้เพราะเงินงบประมาณเท่านั้น ดังนั้นจึงเสนอให้ คสช.พิจารณาเรื่องการนำเงินดังกล่าวส่งเข้าระบบงบประมาณก่อนแล้วจึงอนุมัติให้หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ผ่านการพิจารณาตามระบบงบประมาณเพื่อความโปร่งใสตรวจสอบได้ “รยส.ได้ทำเรื่องเสนอคสช. ไปแล้ว เพราะอยากให้ใช้งบประมาณโปร่งใส เพราะงบประมาณเหล่านี้ปีหนึ่งใช้จำนวนมาก3,000-4,000 ล้านบาท ให้ไปโดยที่ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไรบ้าง รวมถึงเงินบริจาคเงินทำโครงการเพื่อสังคมต่างๆ อีก พวกนี้ปีหนึ่งก็ใช้กันเป็นหลักหลายร้อยล้านบาท” นอกจากนี้ปีงบประมาณ 58 กำลังเสนอกระทรวงการคลัง เรื่องเพิ่มเงินนำส่งเข้ารัฐมากขึ้นจากเดิมที่นำส่งรายได้อยู่แล้วกว่า50% ของกำไร โดยปี 55 มีรายได้นำส่งคลัง 8,590 ล้านบาท และนำส่งในรูปเงินภาษีกว่า53,300 ล้านบาทรวมทั้ง เตรียมทบทวนเป้าหมายปีงบประมาณ 58ใหม่ หลังจากที่ยอดขายปีงบ 57 ได้รับผลกระทบการเพิ่มขนาดภาพคำเตือนจาก 55% เป็น 85%ของขนาดซอง ทำให้ที่ผ่านมาผู้ค้ารายใหญ่ชะลอคำสั่งซื้อบุหรี่เพราะผู้ค้าจะถูกจับหากขายบุหรี่ภาพคำเตือนเก่า เริ่มตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย.นี้และผลจากการชุมนุมทางการเมืองทำให้ยอดขายบุหรี่ปีงบประมาณ 57 คาดว่าจะทำได้เพียง 30,600 ล้านมวน จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 32,000 ล้านมวนคิดเป็นมูลค่ากว่า 57,000 ล้านบาทต่ำกว่าปีก่อนเช่นเดียวกับกำไรปีงบประมาณ 57 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 6,700-6,800 ล้านบาทลดลงจากปีก่อนที่มีกำไร 7,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยาสูบเสนอคสช.หั่นงบสนับสนุนอง์กรFacebook Comments -

หญิง-รฐา เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
น.ส.รฐา โพธิ์งาม กรรมการผู้จัดการ บริษัทดีสุด กรุ๊ป จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบรนด์ ดี ทเวนตี้โฟร์ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีคุณสมบัติในการดูแลรูปร่างเป็นครั้งแรกเจาะกลุ่มผู้หญิงที่ต้องการดูแลรูปร่างอายุตั้งแต่ 19 ปีขึ้นไป หลังจากเริ่มทดลองขายผ่านทางโซเซียลมีเดียไปแล้วเมื่อต้นปีและได้รับผลตอบรับดีมากล่าสุดบริษัท ได้ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายไปยัง ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ,ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อความงามในศูนย์การค้าทั่วไป,ทีวีช้อปปิ้งรวมไปถึงการสั่งซื้อผ่านโทรศัพท์ พร้อมตั้งเป้าหมายจะผลักดันยอดขายให้เติบโตขึ้น10% จากขณะนี้ที่มียอดขายประมาณ 10,000 กล่องต่อเดือน และจะมีรายได้ 100 ล้านบาทในอีก 3 ปี ทั้งนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 10-20% ของยอดขาย รุกทำประชาสัมพันธ์อย่างเข้มข้นผ่านสื่อทุกรูปแบบเพื่อสร้างชื่อเสียงแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก นอกจากนี้ในปีหน้ายังเตรียมผลิตรายการเรียลลิตี้โชว์เพื่อร่วมสนับสนุนและสร้างการรับรู้ในตัวสินค้าอีกด้วย ”บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับการยอมรับมากกว่าจะใช้กลยุทธ์ราคาเช่น การลดราคาตัดหน้าแบรนด์คู่แข่ง เพราะเชื่อว่าจะทำให้แบรนด์อยู่ได้ไม่นาน แต่บริษัทต้องการดำเนินธุณกิจแบบยั่งยืนจึงต้องทำให้แบรนด์แข็งแกร่งซึ่งจะส่งผลให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อโดยไม่คิดถึงเรื่องราคา” พร้อมกันนี้บริษัทได้วางแผนที่จะเปิดตัวสินค้าใหม่ปีละ1 ชนิด เน้นเฉพาะสินค้าเพื่อการดูแลรูปร่างเท่านั้น ตามกระแสความนิยมของสาวไทยที่ใส่ใจในเรื่องรูปร่างมากเป็นอันดับแรก ขณะที่แผนการขยายตลาดไปต่างประเทศคาดว่าจะเริ่มต้นได้ในปีหน้าซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการเจรากับหลายประเทศ เช่น จีน, นิวซีแลนด์, ลาว ทั้งนี้รูปแบบการจำหน่ายคาดว่าจะเป็นการจำหน่ายผ่านบริษัทพันธมิตรท้องถิ่น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หญิง-รฐา เปิดตัวผลิตภัณฑ์เสริมอาหารFacebook Comments