Blog

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดบวก 0.45 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดบวก 0.45 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้(8ก.ย.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน หลังได้รับปัจจัยบวกจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)ยังไม่มีท่าทีการปรับขึ้นดอกเบี้ยประกอบกับมีแรงซื้อเก็งกำไรในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และรับเหมาก่อสร้างรอความคาดหวังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันพรุ่งนี้แต่ในขณะเดียวกันมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะระหว่างรอปัจจัยหนุนใหม่ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,591.60 จุด   และลดลงต่ำสุด 1,584.77 จุด  จนมาปิดตลาดที่ 1,584.77จุดเพิ่มขึ้น 0.45 จุด หรือ 0.03% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,233.64 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.อิตาเลียนไทยปิดที่ 5.70 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 2.ปูนซิเมนต์ไทยปิดที่ 462.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท 3.ทรู ปิดที่ 11.20 บาทเพิ่มขึ้น 0.10 บาท 4.โทรีเซนไทย  ปิดที่ 23.70 บาท ลดลง0.70 บาท5.ช.การช่าง  ปิดที่ 28.00บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดบวก 0.45 จุด

  • พาณิชย์เตรียมประมูลข้าว 1.4 แสนตัน

    พาณิชย์เตรียมประมูลข้าว 1.4 แสนตัน

    รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศจำหน่ายข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ครั้งที่2/2557  โดยจะเปิดประมูลเป็นการทั่วไปรวมปริมาณทั้งสิ้น  139,675ตัน แบ่งเป็นข้าว หอมมะลิ 100% ชั้น 2  ข้าวเหนียวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิปลายข้าวหอมมะลิ ปลายข้าวปทุมธานี ปลายข้าวเหนียวเอวัน และปลายข้าวขาวเอวันเลิศโครงการนาปี ฤดูกาลผลิต ปี 2554/55  นาปรัง2555  ปี และ 2556/57 แบบรายคลัง หรือรายกอง ในคลังขององค์การคลังสินค้า (อคส.)และองค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อตก.) โดยการประมูลครั้งนี้ไม่มีการนำข้าวขาว 5% มาเปิดประมูลเนื่องจากยังรอผลการตรวจสอบคุณภาพข้าวก่อน                 อย่างไรก็ตามกรมการค้าต่างประเทศจะชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมในการประมูล ในวันที่ 9 ก.ย. นี้และจะเปิดให้มีการยื่นซองเสนอราคาในวันที่ 12 ก.ย. ตั้งแต่เวลา 08.30-11.00 น.หลังจากนั้นในวันเดียวกันก็จะประกาศรายชื่อผู้มีคุณสมบัติและเปิดซอง ในเวลา 13.30น.                 นายชูเกียรติโอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การเปิดประมูลสต็อกข้าวสารของรัฐบาลในรอบ2 เชื่อว่าจะมีเอกชนสนใจเข้ามาร่วมเสนอราคา เพราะกระทรวงฯได้มีการนำข้าวหอมมะลิออกมาเปิดประมูลถือว่าเป็นการนำออกมาประมูลในช่วงถูกจังหวะเวลาเนื่องจากข้าวหอมมะลิฤดูกาลใหม่ยังไม่ทยอยออกสู่ตลาดดังนั้นราคาเสนอซื้อข้าวหอมมะลิน่าจะสูงกว่าราคาเสนอซื้อในรอบแรกที่มีการเสนอซื้อเฉลี่ยตันละ 28,000 บาทส่วนราคาเสนอซื้อข้าวเหนียว คาดว่าจะมีเสนอราคาใกล้เคียงกับรอบแรก                 “การที่กระทรวงพาณิชย์ยังไม่นำข้าวขาวที่มีปัญหาราคาตกต่ำในตลาดขณะนี้ ออกมาเปิดประมูลถือว่าทำถูกต้องแล้วเพราะจะยิ่งทำให้ราคาตกต่ำ ซึ่งต้องให้พ้นระยะนี้ไปก่อนเพื่อให้สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกเจ้ากลับมาดีขึ้น” ด้านสาเหตุที่ราคาข้าวเปลือกเจ้าตกต่ำในขณะนี้มาจากหลายปัจจัยทั้งการที่ผลผลิข้าวเปลือกนาปรังในช่วง 2 เดือนสุดท้ายก่อนที่ผลผลิตข้าวเปลือกนาปีจะทยอยออกมาประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝนทำให้ข้าวเปลือกมีความชื้นสูง จึงทำให้ถูกหักราคา                 นายชูเกียรติกล่าวว่า กรณีที่มีกระแสข่าวผู้ส่งออกหยุดรับซื้อข้าวนั้นเป็นผลมาจากการที่ไม่มีเรือมารับข้าวไปตลาดแอฟริกาจากปัญหาการระบาดของเชื้ออีโบล่าประกอบการอุตสาหกรรมข้าวในช่วงที่ผ่านมาขาดแคลนแรงงานจึงทำให้การขนถ่ายข้าวลงเรือเป็นไปอย่างลำบาก ทำให้ข้าวในโกดังของผู้ส่งออกจึงยังไม่ถูกระบายหรือส่งออกไปขายจนต้องชะลอการซื้อข้าวในตลาดชั่วคราว แต่เชื่อภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นชั่วคราวและน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติในเร็วๆนี้  และราคาข้าวเปลือกน่าจะทยอยปรับขึ้นในอีกไม่ช้า                 สำหรับผลผลิตข้าวเปลือกฤดูกาลใหม่หรือข้าวเปลือกนาปี 2557/58 ที่กำลังทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพ.ย.นี้จะยิ่งทำให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับการหาตลาดรองรับข้าวฤดูกาลใหม่ซึ่งภาครัฐและผู้ส่งออกำลังร่วมมือกันในการหาตลาดรองรับข้าวฤดูกาลใหม่หากหาตลาดรองรับได้เชื่อว่าแนวโน้มราคาข้าวจะปรับตัวสูงขึ้น และอยู่ในกรอบ 8,500-9,000 บาท/ตันตามเป้าหมายที่กระทรวงพาณิชย์ต้องการจะผลักดันระดับราคาข้าวเปลือก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เตรียมประมูลข้าว 1.4 แสนตัน

  • เล็งคุมอาหารจานด่วนโรงพยาบาลรัฐ

    เล็งคุมอาหารจานด่วนโรงพยาบาลรัฐ

    นายสันติชัยสารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมยังได้ขอความร่วมมือโรงพยาบาลรัฐทั่วประเทศที่มีศูนย์อาหารให้จำหน่ายราคาอาหารปรุงสำเร็จรูป(จานด่วน) ตามราคาแนะนำ  เพื่อช่วยลดค่าครองชีพแก่ประชาชนที่เข้ามาใช้บริการตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เบื้องต้นจะนำร่องในการตรวจสอบโรงพยาบาลในกรุงเทพฯและปริมณฑลก่อนโดยเฉพาะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, โรงพยาบาลรามาธิบดี และโรงพยาบาลศิริราชก่อนเนื่องจากในแต่ละวันจะมีประชาชนเข้ามาใช้บริการศูนย์อาหารจำนวนมาก                 ทั้งนี้เบื้องต้นกรมฯจะให้ความสำคัญในส่วนของศูนย์อาหารที่มีการเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาบริหารเป็นพิเศษ เนื่องจากจะมีต้นทุนสูงจากการปรับปรุงพื้นที่ให้สวยงามจนส่งผลให้มีการปรับขึ้นราคาอาหาร โดยเฉพาะในส่วนของโรงพยาบาลจุฬาจะมี บมจ.ซีพีเอฟเทรดดิ้ง เข้ามาเป็นผู้บริหาร ส่วนอีก 2โรงพยาบาลพบว่าโรงพยาบาลเป็นผู้บริหารเองจึงมีอาหารจานด่วนที่เป็นราคาแนะนำอยู่                 “ในส่วนของโรงพยาบาลนั้นล่าสุดบมจ. ซีพีเอฟ เทรดดิ้ง พร้อมที่จะขอความร่วมมือให้กับร้านที่มาเช่าพื้นที่ให้เพิ่มการจำหน่ายอาหารจานด่วนราคาแนะนำไม่เกิน 30-35  บาทอย่างน้อย 1 อย่างเพื่อประชาชนมีทางเลือกในการซื้ออาหารเมนูประหยัด”                 นายสันติชัยกล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมากรมฯได้ขอความร่วมมือไปยังศูนย์อาหารตามหน่วยงานรัฐและได้รับการตอบรับที่ดีในการจัดเมนูอาหารตามราคาแนะนำทั้งในส่วนของศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ ที่ได้ปรับลดราคาอาหารจานด่วน 10 เมนูลงมาเท่ากับราคาแนะนำที่กรมฯ กำหนดไว้คือจานละ 25-35 บาท                  ขณะที่ศูนย์อาหารของกรมการกงสุลถนนแจ้งวัฒนะ ก็ให้ความร่วมมือกับกรมฯเป็นอย่างดีหลังจากมีประชาชนไปใช้บริการทำพาสปอร์ตจำนวนมากและมีการร้องเรียนว่าจำหน่ายราคาอาหารจานด่วนแพงเช่นกัน                    สำหรับ10 เมนูแนะนำที่กำหนดให้จำหน่ายในราคา25-35 บาท  เช่น  ข้าวไข่เจียวธรรมดา, ข้าวราดแกง 1-2 อย่าง, ก๋วยเตี๋ยวหมู-ไก่, ข้าวกะเพรา, ข้าวผัด, ราดหน้า, ผัดซีอิ๊ว, ข้าวขาหมู และขนมจีนน้ำยา-แกงไก่  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งคุมอาหารจานด่วนโรงพยาบาลรัฐ