Blog

  • รถไฟชนคน

    รถไฟชนคน

      นายพรสุทธิ ทองสาดหัวหน้าสำนักงานประจำการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยถึงเหตุรถไฟขบวนที่ 384ฉะเชิงเทรา – กทม. เลขข้างรถ 1251 ชนคนเสียชีวิต บริเวณแยกยมราช ถนนเพชรบุรีแขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กทม. ว่า เมื่อเวลา 7.35น. วันที่ 8 ก.ย.57 ได้รับแจ้งมีผู้หญิงกำลังข้ามทางรถไฟและถูกรถไฟชนเสียชีวิตคาที่หลังจากนั้นได้หยุดขบวนรถไฟเพื่อรอเจ้าหน้าที่มาเก็บศพผู้เสียชีวิต โดยใช้เวลา 20นาทีก่อนมุ่งหน้าถึงสถานีหัวลำโพงประมาณ 8.00 น. ซึ่งขณะนี้รถไฟเปิดให้บริการปกติในทุกเส้นทาง ทั้งนี้ถือเป็นเรื่องสุดวิสัย และยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รถไฟได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎระเบียบที่วางไว้ถูกต้องโดยก่อนวิ่งผ่านตามจุดตัดถนน ได้มีการนำเครื่องกั้นลงและเปิดสัญญาณไฟเตือนแล้วขณะที่พนักงานขับรถไฟ ก็มีการขอสัญญาณก่อนเริ่มเดินรถ และขับรถด้วยความเร็วไม่ถึง30 กม.ต่อชั่วโมงเท่านั้น แต่คาดว่าผู้เสียชีวิตคงไม่ทันระวังเห็นรถไฟที่มาเพราะช่วงนั้นเป็นทางโค้งพอดี ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้การรถไฟฯ จะไปแจ้งความที่สน.พญาไท ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงให้พนักงานขับรถไปให้การกับตำรวจเพิ่มเติมซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนปกติ “ผมและคนรถไฟรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เลยแต่ตามกฎระเบียบ ร.ฟ.ท. จะต้องไปแจ้งความ แต่คงไม่มีการดำเนินการเอาผิด หรือเปรียบเทียบปรับกับผู้เสียชีวิตแม้ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522  ระบุว่าบุคคล หรือรถยนต์ที่เข้าไปกีดขวางเส้นทางรถไฟวิ่งผ่านจะมีความผิดก็ตาม ขณะเดียวกันญาติผู้เสียชีวิตสามารถเข้ามายื่นขอรับความอนุเคราะห์จาก ร.ฟ.ท.ได้ ซึ่งการรถไฟฯจะพิจารณาช่วยเหลือให้ตามหลักมนุษยธรรม”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถไฟชนคน

  • หอฯแนะรัฐเร่งเบิกจ่าย-สร้างรายได้เกษตรกร

    หอฯแนะรัฐเร่งเบิกจ่าย-สร้างรายได้เกษตรกร

    นายอิสระ  ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในงานสัมมนา ยุทธศาสตร์สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1  “บิสิเนส  รีฟอร์ม ทู มูฟฟอร์วาร์ด” ว่า มาตรการเร่งด่วนที่ภาครัฐควรเร่งดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจ  คือ เน้นเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ และส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นกำลังซื้อหลักของตลาดในประเทศ  ซึ่งหากมีมาตรการกระตุ้นอย่างเหมาะสมจะทำให้ตลาดเติบโตขึ้น  ขณะเดียวกันรัฐบาลต้องร่วมมือกับภาคเอกชนในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศไทยเนื่องจากในปี57 ผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันประเทศต่าง ๆ ของโลก ของ สถาบันการจัดการนานาชาติ(ไอเอ็มดี)  ประเทศไทยอยู่อันดับที่29  ลดลงจากปีก่อนที่อยู่อันดับที่ 27  เพราะปัญหาความไม่สงบทางการเมืองในช่วงต้นปีที่ผ่านมาแต่หลังจากที่มีรัฐบาล และได้มีการจัดการกับปัญหาทางการเมืองให้สงบลงรวมทั้งมีตารางเวลาในการปฏิรูปการค้า และประเทศที่ชัดเจนเพื่อนำไปสู่ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง เชื่อว่าทุกอย่างก็จะกลับมาดีขึ้น ป็นพื้นฐานที่ดี มากกว่าตัวเลขการเติบโต เพราะอาจจะเติบโตอย่างไม่มั่นคงได้”  สำหรับโอกาสในสินค้าเกษตร ไทยยังได้เปรียบคู่แข่งเพราะมีพื้นที่ทางการเกษตรมากที่สุด ซึ่งภาคเอกชนต้องทำงานร่วมกับเกษตรกรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าเกษตร และยกระดับห่วงโซ่การผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพสินค้าออกสู่ตลาดส่วนปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นและตอนนี้สถานการณ์ก็บรรเทาลงแล้ว  นายกลินท์  สารสิน กรรมการเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  สภาหอการค้าฯ จะระดมความคิดเห็นจากภาคเอกชนเพื่อจัดทำเป็นยุทธศาสตร์ในการปฏิรูปภาคธุรกิจ ทั้งยุทธศาสตร์ธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง ธุรกิจโลจิสติกส์ ธุรกิจไอซีที และดิจิติลรวมถึง ยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจเกษตร อาหาร และเกษตรพลังงาน และยุทธศาสตร์กลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว ก่อนสรุปเป็นแผน เพื่อเสนอเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนหรือ กรอ. ต่อไป   “การเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลชุดนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศในทิศทางที่ดีขึ้นและเชื่อว่าจะส่งเสริมให้เศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปีนี้มีทิศทางที่ดีขึ้นได้  เบื้องต้นมองว่านโยบายเร่งด่วนที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการเป็นลำดับต้นๆคือ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าและการลงทุนโดยเฉพาะการปรับปรุงสาธารณูปโภคด่านการค้าชายแดนซึ่งจะมีส่วนสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้เร็วขึ้น”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอฯแนะรัฐเร่งเบิกจ่าย-สร้างรายได้เกษตรกร

  • กสท.มีมติห้ามโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล นำช่อง3 ออกอากาศ

    กสท.มีมติห้ามโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล นำช่อง3 ออกอากาศ

    วันนี้(8ก.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) พ.ต.โกเมธ ประทีปทอง ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์และการประชุม เปิดเผยว่า ได้รับมอบจากที่ประชุมกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) ว่ากสท.ได้มีมติให้สำนักงาน กสทช.ส่งหนังสือแจ้งเตือนผู้ประกอบการโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลทีวีให้นำช่อง 3 อนาล็อกออกจากโครงข่ายและแจ้งเตือนประชาชนผู้รับชมผ่านตัววิ่งภายใน 15 วันนับจากวันที่ได้รับคำสั่งทั้งนี้หากผู้ประกอบการโครงข่ายฝ่าฝืนจะถูกปรับทางปกครองตลอดจนพักใช้และเพิกถอนไปอนุญาตตามลำดับสำหรับช่อง 3 ได้สิ้นสุดการทำหน้าที่ผู้ให้บริการเป็นการทั่วไปตั้งแต่วันที่1.ก.ย.แล้ว ซึ่งหากต้องการออกอากาศบนโครงข่ายดาวเทียมและเคเบิลจะตัองปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือ ขอใบอนุญาตช่องรายการและโฆษณาได้ไม่เกิน 6นาทีต่อชั่วโมงแต่ช่อง 3 ไม่ได้ดำเนินการจึงไม่มีสิทธิ์ออกอากาศบนแพลตฟอร์มอื่นนอกจากเสาหนวดกุ้งและก้างปลาอย่างไรก็ตามการประชุมบอร์ดกสท.เป็นไปอย่างวุ่นวายโดยมีมติ 3ต่อ 2 เสียงให้ดำเนินการกับผู้ประกอบการโครงข่ายและลงมติไม่ให้ พ.อ.ดร.นทีศุกลรัตน์ ประธานกสท.เป็นผู้แถลงข่าวเช่นทุกครั้งที่ผ่านมาและมอบหมายให้ พ.ต.โกเม ธเป็นผู้แถลงข่าวแทนขณะที่การลงมิติ 3 เสียงข้างมากคือ น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ และ นายธวัชชัย จิตรภาษนันท์ ส่วน เสียงข้างน้อย2 คน คือ พ.อ.ดร.นที ศุกลรัตน์ และ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่านอกจากนี้ที่ประชุมกสท.ให้เชิญผู้ประกอบการทรูวิชั่น ช่อง 3 ทีวีดิจิตอล 24 ช่องและโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยมาหารือถึงการถ่ายทอดสดกีฬาเอเชียนเกมส์ในวันพุธที่ 10 ก.ย.นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.มีมติห้ามโครงข่ายดาวเทียม-เคเบิล นำช่อง3 ออกอากาศ