Blog

  • ตั้งเป้าหมายปี 58 ผลิตรถยนต์ 2.3 ล้านคัน

    ตั้งเป้าหมายปี 58 ผลิตรถยนต์ 2.3 ล้านคัน

    นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า เบื้องต้นคาดว่า ยอดการผลิตรถยนต์ในปี 58 จะมีปริมาณ 2.3 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 100,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 4-5 % เมื่อเทียบกับปี 57 โดยส่วนใหญ่ยังเป็นการผลิต เพื่อการส่งออก 1125 ล้านคัน  เนื่องจากยังมีความต้องการจากตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง ส่วนปริมาณการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศ  มีประมาณ 1.05 ล้านคัน เพราะความต้องการรถยนต์ในประเทศ  ยังไม่สูงมากนัก  “ยอดการผลิตรถยนต์ปีหน้า ในเบื้องต้นคาดว่า  จะอยู่ที่ 2.3 ล้านคัน ตามสมมุติฐานผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัว 4-4.5 % ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่ถ้าเศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่านี้  ยอดการผลิตรถยนต์ ก็จะลดลงตาม โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศ  ส่วนตัวเลขอย่างเป็นทางการจะมีการประกาศอีกครั้งในช่วงปลายปี ต้องรอให้ค่ายรถยนต์ต่างๆ ส่งตัวเลขมาก่อน” ส่วนปริมาณการผลิตรถยนต์ในปีนี้ ขณะนี้ยังคาดการณ์ตามเป้าหมายเดิม คือ 2.2 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตรถยนต์ เพื่อการส่งออก 1.2 ล้านคัน การผลิตรถยนต์ เพื่อจำหน่ายในประเทศ 1 ล้านคัน  ซึ่งตอนนี้กำลังเป็นห่วงสถานการณ์การผลิตรถยนต์ในประเทศ จะได้ถึง 1 ล้านคันได้หรือไม่  เพราะกำลังซื้อในประเทศ ยังไม่ปรับตัวดีขึ้น แม้ภาครัฐ จะกระตุ้นเศรษฐกิจมาก่อนหน้านี้  เช่น   จ่ายเงินตามโครงการรับจำนำข้าว  การกระตุ้นเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ  ยังไม่ส่งผลกระตุ้นต่อเศรษฐกิจได้มากนัก 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตั้งเป้าหมายปี 58 ผลิตรถยนต์ 2.3 ล้านคัน

  • ชี้สภาพคล่องในระบบการเงินไทยไม่ตึงตัว

    ชี้สภาพคล่องในระบบการเงินไทยไม่ตึงตัว

    นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สภาพคล่องในระบบการเงินไทยปัจจุบัน ไม่ได้ตึงตัวขึ้น  เพราะธปท.ยังทำหน้าที่ดูดซับสภาพคล่อง ด้วยการขายพันธบัตรโดยมีสัญญาจะซื้อคืนอยู่อย่างต่อเนื่อง  ซึ่งอัตราส่วนยอดสินเชื่อต่อเงินฝากและตั๋วบีอี แต่ไม่รวมการกู้ยืมระหว่างธนาคาร (อินเตอร์แบงก์) เมื่อสิ้นเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น จากเดือนม.ค.ที่ 96.29% เป็น 98.29%  รวมถึงการดำรงเงินฝากของสถาบันการเงินไว้ที่ธปท.ลดลง โดยจากสัปดาห์ก่อนหน้าอยู่ที่ 100,000 ล้านบาท ลดลงเหลือ 94,200 ล้านบาทนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะนโยบายการบริหารสภาพคล่องของแต่ละธนาคารเอง ส่วนกรณีที่สถาบันการเงินแข่งระดมเงินฝากกันมากขึ้นนั้น โดยภาพรวมแล้ว ธปท.ไม่เห็นว่าการแข่งขันระดมเงินฝากรุนแรงขึ้นแต่อย่างใด ทั้งนี้ให้ หากดูเป็นรายธนาคารพาณิชย์ แต่ละธนาคารอาจจะมีสภาพคล่องต่างกัน บางธนาคารอาจวางแผนแหล่งที่มาขอเงิน เพื่อวางแผนต้นทุน และระดมเงินฝาก เพื่อสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าตามแผนกลยุทธ์การตลาดปกติเท่านั้น “สรุปว่าสภาพคล่องไทยในขณะนี้ ไม่ได้ตึงตัว และสภาพคล่องก็ไม่ได้มีผลต่อทิศทางอัตราดอกเบี้ยแต่อย่างใด โดยทิศทางนโยบายการเงินของธปท.ขณะนี้ ยังผ่อนคลาย เพื่อให้เอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และไม่เป็นอุปสรรคต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจ” นายจิรเทพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ดุลบัญชีเดินสะพัดในปัจจุบันของไทย ก็ไม่ได้น่าห่วง แต่อย่างไรก็ดีตาม โดยหลักการแล้ว หากดุลบัญชีเดินสะพัดแบบอ่อน ๆ ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ รวมทั้งไทย ถือเป็นสิ่งที่ดี เพราะหมายความว่าเป็นการเร่งเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจด้วยการลงทุน ดังนั้น ต้องแยกว่าขาดดุลจากส่วนไหน หากขาดดุลจากการเร่งลงทุน ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และไทยก็รอคอยการลงทุนมานานแล้ว แต่หากขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากราคาน้ำมันถูกลง และทำให้ต้องนำเข้าน้ำมันเพิ่มขึ้น จนกระทบการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดนั้น คงต้องไปดูว่าไทยประหยัดพลังงานน้อยไปหรือไม่ หรือควรปรับไปใช้พลังงานทางเลือกมากขึ้นหรือไม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้สภาพคล่องในระบบการเงินไทยไม่ตึงตัว

  • ยอดตั้งโรงงาน 8 เดือนลด 8%

    ยอดตั้งโรงงาน 8 เดือนลด 8%

    นายพสุ โลหารชุน อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เปิดเผยว่า ยอดการตั้งโรงงานใหม่ในเดือนส.ค.  มีจำนวน 328 โรงงาน ลดลง 23 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มีมูลค่าการลงทุน 20,330  ล้านบาท ลดลง 38 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากการปรับขั้นตอนการออกใบอนุญาตกิจการโรงงาน (ร.ง.4) จาก 90 วัน เป็น 30 วัน บางขั้นตอนผู้ประกอบการ ต้องดำเนินการด้วยตัวเอง เช่น การทำประชาพิจารณ์กับชุมชนรอบข้างสถานประกอบการ ทำให้ยอดการตั้งโรงงานใหม่ 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.)  2,770 โรงงาน ลดลง 8.76% ขณะที่ยอดเงินลงทุนรวม 231,287 ล้านบาท ลดลง 1.66% “เชื่อว่า หลังจากนี้ผู้ประกอบการน่าจะมีความเข้าใจมากขึ้นในขั้นตอนการขอ รง.4ใหม่ ส่งผลให้เดือนต่อๆไปยอดเปิดโรงงานกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยช่วงก.ย.-ธ.ค. 57 จะมีตัวเลขการเปิดโรงงานงานใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยทั้งปี 57 คาดว่า จะมียอดเปิดโรงงานเพิ่มขึ้นประมาณ 5 % เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้นหลังมีรัฐบาล และมีครม.มาขับเคลื่อนการดำเนินงานของแต่ละกระทรวง รวมทั้งการมีสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำให้การออกกฎหมายต่างๆรวดเร็วขึ้น  อีกทั้งการอำนวยความสะดวกในการออกใบอนุญาต รง.4 ที่รวดเร็วขึ้น และคาดว่า ในปี 58 จะมีการเปิดโรงงานใหม่ และขยายกิจการอย่างต่อเนื่อง” สำหรับอุต ฯ ที่มีจำนวนเปิดกิจการมากที่สุดในช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค. 57)  ได้แก่ อุตฯผลิตอโลหะ 285 โรงงาน  อุต ฯ ผลิตยานพาหนะและชิ้นส่วน 256 โรงงาน อุตฯผลิตภัณฑ์โลหะ 254 โรงงาน ขณะที่โรงงานที่เปิดใหม่ที่มีมูลค่าการลงทุนสูง ได้แก่ อุตฯผลิตยานพาหนะและอุปกรณ์รวมทั้งการซ่อมยานพาหนะ มูลค่าลงทุน 44,000 ล้านบาท , อุตฯผลิตภัณฑ์โลหะ19,500 ล้านบาท อุต ฯ อาหาร 16,200 ล้านบาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดตั้งโรงงาน 8 เดือนลด 8%