ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (8ก.ย.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกคึกคักตลอดช่วงเช้า เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)มีแนวโน้มจะไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด หลังจากอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตรยังไม่สามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มที่ประกอบกับปัจจัยในประเทศมีแรงซื้อเก็งกำไรจากความคาดหวังด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจและการยกเลิกกฏอัยการศึกบางพื้นที่ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งแรกในวันพรุ่งนี้(9ก.ย.) ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,588.21 จุดเพิ่มขึ้น 3.89 จุด หรือ 0.25 % ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,110.23 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 3.48 จุด
Blog
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 8 กันยายน 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 3.48 จุด
Facebook Comments -

ขนส่งเพิ่ม 10 โรคเสี่ยงใบขับขี่
นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ กรมการขนส่งทางบก จะประชุมร่วมกับตัวแทนแพทยสภา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนดคุณสมบัติเพิ่มเติมในการทำใบขับขี่ โดยจะเพิ่มกลุ่มภาวะเสี่ยงต่อการขับรถอีก 10 อาการ จากกฎหมายเดิมที่กำหนดอาการต้องห้ามในการขับขี่รถยนต์เพียง 5 ประเภท คือ ต้องไม่เป็นโรคติดต่อเป็นที่รังเกียจ เช่น โรคเท้าช้าง โรคเรื้อน ไม่เป็นบุคคลวิกลจริต ไม่ติดสุรา ยาเสพติด หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ซึ่งถือว่ายังไม่ครอบคลุมอาการบางประเภทที่อาจเป็นอุปสรรคต่อการขับรถ สำหรับ 10 กลุ่มเสี่ยงที่เพิ่มเติม ได้แก่ กลุ่มเสี่ยงในระบบประสาทและสมอง เช่น โรคลมชัก กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน กลุ่มเสี่ยงอาการวูบหมดสติ กลุ่มเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด กลุ่มเสี่ยงด้านการมองเห็น เช่น ลานปราสาทตามองเห็นด้านตรงแต่มองไม่เห็นด้านข้าง กลุ่มเสี่ยงปราสาทการได้ยิน เช่น หูหนวก หูตึง กลุ่มเสี่ยงการเคลื่อนไหวผิดปกติ เช่น โรคพาร์กินสัน กลุ่มเสี่ยงปัญหาทางจิตผิดปกติ ความเสี่ยงนอนหลับผิดปกติ ซึ่งเสี่ยงอาจให้เกิดโรคหลับใน และกลุ่มเสี่ยงจากใช้ยาประเภทต่างๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดการกดประสาท ง่วงซึม ดังนั้นต่อไปผู้สอบใบขับขี่จะต้องตรวจสุขภาพและได้รับใบรับรองแพทย์ 10 อาการก่อนมาทำใบขับขี่ทุกครั้ง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งเพิ่ม 10 โรคเสี่ยงใบขับขี่Facebook Comments -

อุดช่องโหว่เด็กกู้เงินเรียน
นายเปรมประชา ศุภสมุทร กรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.) เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการกรอ. เมื่อเร็วๆ นี้ ได้สั่งให้กรอ.ไปหารือกับกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) อย่างเร่งด่วน เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาผู้ที่ขอกู้เงินจากกรอ.ไม่ผ่านแล้วเข้าไปขอใช้สิทธิ์กู้เงินกับกยศ. ซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ที่ทำให้เด็กนักเรียน นักศึกษาที่มีฐานะยากจน และเรียนดีจริงไม่มามารถเข้ามากู้เงินเรียนกับกองทุนกยศ.ได้ เบื้องต้นได้กำหนดแนวทางการควบคุมปัญหาดังกล่าว โดยให้ทั้งสองกองทุนร่วมกันพิจารณาข้อมูลของผู้ที่เสนอขอกู้เงิน หากเรียนในสาขาที่กรอ.กำหนดก็สามารถกู้เงินค่าเล่าเรียนจากกรอ.ได้ทันที ส่วนผู้ที่กู้กรอ.ไม่ผ่านก็ให้ไปกู้เงินจากกยศ.แทน แต่จะได้เพียงค่าครองชีพ และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับการศึกษาเท่านั้น “เรื่องดังกล่าวเป็นช่องโหว่อยู่นาน เพราะกฎหมายการควบรวมสองกองทุนเข้าด้วยกันยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภาในช่วงรัฐบาลก่อน จึงทำให้เกิดปัญหา เพราะทั้งสองกองทุนซ้ำซ้อนกัน ขอกรอ.ไม่ผ่านก็มาขอกยศ.แทน เพราะกยศ.รับหมดขอแค่ให้เป็นเด็กยากจนจริง ซึ่งเรื่องดังกล่าว ก็ไม่ได้เกิดประโยชน์จริง และผู้ที่จบมาก็อาจไม่มีคุณภาพ ดังนั้นจึงต้องให้ทั้งสองกองทุนมาหารือกันเพื่อกำหนดแนวทางป้องกัน แต่ก็คงดูหลายแนวทางประกอบกัน ซึ่งเชื่อว่า หากแก้ปัญหาดังกล่าวได้ จะช่วยสร้างคนที่มีคุณภาพให้ตรงกับงาน และปัญหาการไม่ใช้เงินคืนกองทุนจะลดลง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุดช่องโหว่เด็กกู้เงินเรียนFacebook Comments