รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้เจรจากับธนาคารออมสินขอให้ปล่อยกู้เพื่อเสริมคล่องให้กับการบินไทย วงเงิน 7,000 ล้านบาท โดยไม่มีคนค้ำประกันแล้ว ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารออมสิน ยืนเงื่อนไขขอดูแผนฟื้นฟูของการบินไทยที่ความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) ก่อน เนื่องจากผลดำเนินงาน ปี 56 การบินไทยขาดทุนกว่า 12,000 ล้านบาท และกว่าจะจัดการปัญหาขาดทุนสะสมได้คงใช้เวลาอีกหลายปี ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง และกระทรวงคมนาคม ได้ขอให้ธนาคารออมสินช่วยพิจารณาเรื่องดังกล่าว คาดว่าที่สุดแล้ว ธนาคารออมสินจะต้องปล่อยกู้ให้การบินไทยเพื่อเสริมสภาพคล่องภายในเดือน ก.ย. นี้ เนื่องจากการบินไทย มีความจำเป็นต้องใช้เงินสภาพคล่องจำนวนนี้ หากกระทรวงการคลังไม่ค้ำเงินกู้ดังกล่าว คงต้องประสานทางสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ดำเนินการจัดหาแหล่งเงินมาใช้หนี้คืนธนาคารออมสินในต้นปี 58
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังกล่อมออมสินปล่อยกู้บินไทย
Blog
-

คลังกล่อมออมสินปล่อยกู้บินไทย
Facebook Comments -

สกว.มอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่นปี 2556
วันนี้ (29 สิงหาคม 2557 ) ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพ ฯ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) จัดพิธีมอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่น สกว.ประจำปี 2556 เพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติและให้กำลังใจแก่นักวิจัยเจ้าของผลงาน ทั้งเผยแพร่ผลงานวิจัยที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์ต่อสังคมสู่สาธารณะรวมถึงกระตุ้นให้สังคมตระหนักและมองเห็นความสำคัญตลอดจนประโยชน์ของงานวิจัย โดยมี ศ. นพ.ไกรสิทธิ์ ตันติศิรินทร์ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย เป็นประธานในพิธี นอกจากนี้ในงานยังจัดให้มีการปาฐกถาพิเศษ “การวิจัยกับการพัฒนาประเทศ” โดย ศ. นพ.จรัส สุวรรณเวลาอดีตประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัย ศ. นพ.ไกรสิทธิ์ กล่าวว่างานในครั้งนี้นับเป็นนิติหมายอันดีสำหรับนักวิจัยทุกคนที่จะนำความรู้จากศาสตร์สาขาที่แต่ละคนเชี่ยวชาญไปช่วยกันพัฒนาประเทศซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสกว.ประสบความสำเร็จในการยกระดับความเข้มแข็งของงานวิจัยโดยมุ่งสร้างความรู้ที่ไม่จำกัดเพียงด้านวิชาการ หากรวมถึงทุกภาคส่วนต่าง ๆของสังคม ทั้งการสร้างความเข้มแข็งของคน ชุมชน และพื้นที่ซึ่งเป็นรากฐานการผลิตของสังคมอย่างเกษตรกรและประชาชนธรรมดารวมถึงการสร้างทางเลือกเชิงนโยบายในการแก้ปัญหาของประเทศการพัฒนานวัตกรรมในการผลิตสินค้าเชิงพาณิชย์ งานวิจัยที่ได้รับรางวัลในปีนี้หลายโครงการสะท้อนการแก้ปัญหาของประเทศในหลายระดับ ตั้งแต่การพัฒนาเด็กที่หันกลับมาให้ความสำคัญของภูมิปัญญาท้องถิ่นอันเป็นภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็งของชุมชนแบบมีส่วนร่วมของบวรหรือบ้านวัด โรงเรียน นำไปสู่ผลลัพธ์คือเด็กมีความสุขในการเรียนนอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนโครงการวิจัยที่เป็นการทำงานร่วมกันของนักวิชาการไทยและกัมพูชาตลอดจนความร่วมมือกับญี่ปุ่นด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์และโบราณคดีการใช้ประโยชน์เรื่องการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของเยาวชนไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสร้างมิตรไมตรีอันดีต่อกัน ในส่วนของการพัฒนากลุ่มอาชีพฐานรากของประเทศประกอบด้วยการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ที่พัฒนาทั้งความเข้มแข็งในตัวเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถวางแผนการผลิตการตลาดได้ จะได้ไม่เป็นเกษตรกรยากจนอีกต่อไปผลจากการดำเนินงานในโครงการนำร่องต่าง ๆขยายผลไปสู่การปรับเชิงนโยบายที่เอื้อต่อการสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ให้สามารถเป็นผู้ประกอบการได้รวมถึงการพัฒนานวัตกรรมการผลิตเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า การให้ความสนใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งในระดับนโยบาย และระดับปฏิบัติการ เป็นต้น ขณะเดียวกัน สกว. ก็มุ่งสร้างสรรค์ความรู้ทางวิชาการให้ทัดเทียมนานาชาติ ดังจะเห็นได้จากคุณภาพงานวิจัยซึ่งเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมีการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติที่มีผลกระทบระดับสูงเป็นจำนวนมากอีกทั้งงานวิจัยเชิงวิชาการที่สั่งสมความรู้จากทีมนักวิจัยซึ่งได้พัฒนาไปเป็นนวัตกรรมที่พร้อมขยายผลเชิงพาณิชย์กับภาคเอกชนอีกด้วย “การทำงานและการสนับสนุนของ สกว.เพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอที่จะทำให้ผลงานวิจัยก่อเกิดประโยชน์และคุณค่าต่อการพัฒนาประเทศได้หากแต่ต้องประกอบกับนักวิจัยทุกท่านที่ได้ทุ่มเทความสามารถและกำลังกายใจในการวิจัยผลักดัน และเชื่อมโยงให้ผลงานวิจัยเหล่านี้ไปสู่ผู้ใช้กลุ่มต่าง ๆ ดังที่ปรากฏ” ประธานกรรมการนโยบายกองทุนสนับสนุนการวิจัยกล่าว ด้าน รศ. ดร.จันทร์จรัส เรี่ยวเดชะรองผู้อำนวยการ สกว. ด้านการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ กล่าวว่า สกว.ได้ทำการคัดเลือกผลงานวิจัยเด่นประจำปี 2556เพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างผลงานที่มีคุณค่าแก่สังคมไทยและพัฒนาไปสู่สังคมอุดมปัญญาโดยมีผลงานที่ได้รับการคัดเลือกรวมทั้งสิ้น16 โครงการ ใน 3 กลุ่มงาน คือ (1) กลุ่มงานวิจัยและพัฒนา จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1. การติดตามกระแสการกำหนดมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่อากรศุลกากรสำหรับสินค้าไทยส่งออกไปต่างประเทศ โดย รศ. ดร.นิรมล สุธรรมกิจ และคณะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2.การพัฒนากรอบการดำเนินงานและฐานข้อมูลเพื่อรองรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิดการประเมินวงจรชีวิตโดย รศ. ดร.พจพจน์ เปี่ยมสมบูรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 3. การศึกษาความเชื่อมโยงของวัฒนธรรมท้องถิ่นสมัยอดีตถึงปัจจุบันเพื่อพัฒนาฐานข้อมูลวัฒนธรรมและอารยธรรมโบราณในพื้นที่บริเวณลุ่มแม่น้ำโขงและคาบสมุทรมลายาระยะที่ 2 โดย พ.อ. รศ. ดร.สุรัตน์ เลิศล้ำโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า 4. เครือข่ายกลุ่มธุรกิจเชิงคุณค่าสามพรานโดย คุณอรุษ นวราช 5. การวิจัยและพัฒนายางล้อตันรถฟอร์คลิฟท์ประหยัดพลังงานโดย ผศ. ดร.กฤษฎา สุชีวะ มหาวิทยาลัยมหิดล (2) กลุ่มงานวิจัยเชิงวิชาการและมนุษยศาสตร์ จำนวน 6 ผลงาน ได้แก่ 1. การศึกษาฤทธิ์ของ cyclin D1-CDK4ในขบวนการตอบสนองหลังจากเกิดการทำลายของ DNA โดย ดร.ศิวนนท์ จิรวัฒโนทัย มหาวิทยาลัยมหิดล 2. การพัฒนาหน่วยแยกก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และไฮโดรเจนซัลไฟด์ออกจากก๊าซชีวภาพหรือก๊าซธรรมชาติโดยใช้กระบวนการเมมเบรนคอนแทคเตอร์ โดย ศ. ดร.รัตนา จิระรัตนานนท์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี 3. การศึกษาคุณลักษณะและความสัมพันธ์ของฮอร์โมนที่ควบคุมการหลั่งกับฮอร์โมนที่กระตุ้นต่อมสืบพันธุ์ของกุ้งและปูกับการประยุกต์ใช้ในระบบเพาะเลี้ยงโดย ศ. ดร.ประเสริฐ โศภณ มหาวิทยาลัยมหิดล 4. การผลิตแอนติบอดีสำหรับรักษาโรคติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีและการสร้างฟาจไลบราลีที่ดิสเพลย์มินิบอดีหรือนาโนบอดีโดย ศ. ดร.วันเพ็ญ ชัยคำภา มหาวิทยาลัยมหิดล 5. ความหลากหลายทางโครงสร้างการเปลี่ยนเฟสทางโครงสร้างเชิงพลวัตและสมบัติทางแม่เหล็กของโครงข่ายผสมระหว่างโมเลกุลอนินทรีย์และโมเลกุลอินทรีย์โดย ดร.เจ้าทรัพย์ บุญมาก และ ศ. ดร.สุจิตรา ยังมี 6. คาร์บอนนาโนทูปสำหรับการตรวจวัดทางเคมีไฟฟ้าและเทคนิคเชิงแสงโดย น.ส.วิลาสินี จุ้งลก และ รศ. ดร.วีระศักดิ์ สุระเรืองชัยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และ(3) กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาท้องถิ่นและพื้นที่จำนวน 5 ผลงาน ได้แก่ 1. การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาศักกยภาพการผลิตข้าวโพดแบบครบวงจรในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกโดย นางสุวรรณา เมืองพระฝาง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนาบัว 2. การศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการธุรกิจเกษตร:มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์กับเครือข่ายเกษตรกรองค์กรท้องถิ่นจังหวัดอุตรดิตถ์และภาคีโดย ผศ. ดร.เรืองเดช วงศ์หล้า มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ 3. การสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ โดยดร.วีระชัย นาควิบูลย์วงศ์ เลขาธิการ ส.ป.ก. 4. การศึกษารูปแบบการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นในการพัฒนาเด็กและเยาวชนโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของโรงเรียนและชุมชนนายสองศรี แสงศรี 5. โครงการอ่าวปัตตานีด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูอ่าวปัตตานี โดย น.ส.สุวิมล พิริยธนาลัย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สกว.มอบโล่เกียรติยศผลงานวิจัยเด่นปี 2556Facebook Comments -

ปลัดก.พลังงานแนะไทยต้องหาพลังงานทดแทน
วันนี้ (29ส.ค.) ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล พญาไท กระทรวงพลังงานจัดสัมมนา เรื่อง ทิศทางพลังงานไทย โดยมี ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้ง5ภาคทั่วประเทศ เพื่อประกอบการจัดทำแผนใช้พลังงานไฟฟ้า(พีดีพี)ในระยะเวลา 20 ปี(2558-2579) โดยมีคณะกรรมการ 9 ชุด โดยข้อมูลที่ได้จะนำเสนอรัฐบาลในเดือนตุลาคมนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานมูลค่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.5 ต่อปี ตั้งเป้าลดเหลือ ร้อยละ 2 ต่อปี และจำเป็นต้องลดใช้ก๊าซธรรมชาติ จาก 67%ให้เหลือ 30-33 % โดยการผลักดันพลังทดแทน ในตอนนี้ประเทศไทยใช้พลังงานทดแทนเพียง 25 % โดยอนาคตมีเป้าหมายใช้ 30-35% ทั้งนี้จะผลัดดันถ่านหินในภาคใต้ และนำขยะมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าที่จะใช้ได้ถึง 20 ปี เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟ้ฟ้าในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
ดร.อารีพงศ์ กล่าวว่า ในอนาคตกรุงเทพฯ จะมีรถไฟใต้ดินเพิ่มอีก 10 สาย และจะมีรถไฟความเร็วจากกรุงเทพฯ-ขอนแก่น โดยใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมด ดังนั้นกำลังการใช้ไฟฟ้าจะมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมองหาพลังงานทดแทนเพื่อให้ใช้ได้ 20 ปี และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ที่กว่า 80 % ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยนำถ่านหินจากภาคใต้มา และขยะแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในอนาคตสำหรับการปรับลดราคาน้ำมัน (วานนี้ 28 ส.ค.) เป็นความพยายามทำให้การจัดเก็บภาษีน้ำมันมีความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาได้เก็บภาษีราคาน้ำมันเบนซินสูงเกิน เพื่อพยุงราคาน้ำมันดีเซล แต่ผู้ที่ใช้ดีเซลส่วนใหญ่เป็นภาคอุตสาหกรรม จึงปรับลดเพื่อให้ความเป็นธรรมมากที่สุด ทั้งนี้การปรับลดราคาน้ำมันในครั้งนี้ทำให้ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์กว่า 20 ล้านคันได้ประโยชน์ และไม่มีผลกระทบต่อกลไกลภาษีน้ำมัน โดยกองทุนน้ำมันยังมีความจำเป็นเพราะเป็นการดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันของผู้บริโภค
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดก.พลังงานแนะไทยต้องหาพลังงานทดแทนFacebook Comments