ซิป้า ดันอุตสาหกรรรมซอฟต์แวร์ไทย เร่งพัฒนาช่องทางเปิดพื้นที่ให้นักพัฒนา รองรับการขยายตัวต่อเนื่อง ขานรับเทรนด์เทคโนโลยีบนมือถือมากขึ้น นางสุวิมล เทวะศิลชัยกุล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า เปิดเผยว่า ภาพรวมซอฟต์แวร์สำเร็จรูปของไทยในปีนี้มีมูลค่า 11,698 ล้านบาท ขณะที่บริการซอฟต์แวร์มีมูลค่า 37,862 ล้านบาท รวมทั้ง 2 ประเภทมีมูลค่าอยู่ที่ 49,560 ล้านบาท ส่วนมูลค่าซอฟต์แวร์และบริการซอฟต์แวร์ส่งออกมีมูลค่าราว 59,000 ล้านบาท ขยายตัวจากปีก่อนที่มีมูลค่าประมาณ 53,000 ล้านบาท จะเห็นได้ว่า ตลาดซอฟต์แวร์ยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความพร้อมให้กับบุคลาการทางด้านนี้ เนื่องจากต้องมีทักษะ ความรู้ แต่ในปัจจุบันพบว่าเด็กศึกษาต่อด้านนี้จำนวนมากแต่บุคลากรที่ทำงานด้านนี้กลับน้อย ทั้งนี้แม้อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตที่สูงขึ้น แต่ประเทศไทยมีจุดอ่อนทางด้านช่องทางการขยายออกสู่ตลาด ซึ่งซิป้ามองว่า ปัจจุบันนักพัฒนาไทยมีความรู้ความสามารถในการพัฒนาซอฟต์แวร์ แต่ประสบปัญหาช่องทางตลาดที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ซิป้าจึงสร้างเวทีให้ผู้ประกอบการได้แสดงโชว์นวัตกรรม ศักยภาพ และมีการจับคู่ทางธุรกิจ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจับคู่ทางธุรกิจจำนวนกว่า 500-600 คู่ ในขณะเดียวกันยังได้จัดงานงาน ซอฟต์แวร์ เอ็กซ์โป เอเชีย 2557 ระหว่างวันที่ 28-30 ส.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะประสบความสำเร็จเพิ่มขึ้นอีก ส่วนเทรนด์เทคโนโลยีปัจจุบันนักพัฒนาสนใจพัฒนาระบบรองรับกับอุปกรณ์ สมาร์ทโฟน แท็บแล็ต มากขึ้น เนื่องจากพฤติกรรมการใช้งานผู้บริโภคปัจจุบันพึ่งพาอุปกรณ์แบบพกพามากขึ้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘ซิป้า’ เร่งเปิดตลาดให้นักพัฒนาไทย
Blog
-

‘ซิป้า’ เร่งเปิดตลาดให้นักพัฒนาไทย
Facebook Comments -

โซลูชั่นบริหารการเพาะปลูก
ฟูจิตสึพัฒนานวัตกรรมเสริมในการบริหารจัดการการผลิตสำหรับ “Akisai”คลาวด์เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร รายงานข่าวจากฟูจิตสึ แจ้งว่า ฟูจิตสึ ได้พัฒนาโซลูชั่นบริหารจัดการกระบวนการปลูกพืชในระบบอุตสาหกรรมและในสภาพแวดล้อมโรงเรือนเพาะชำให้กับบริษัท โคบายาชิ ครีเอท จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่ริเริ่มปลูกและขายผักในรูปแบบ “อุตสาหกรรม” ทั้งนี้ในโรงเรือนเพาะปลูกหรือการปลูกพืชในระบบอุตสาหกรรม จะมีแมลงรบกวนและสิ่งปนเปื้อนน้อย ซึ่งหมายถึงปัจจัยจากสภาพแวดล้อมได้ถูกควบคุมและส่งผลน้อย จึงสามารถวางรูปแบบการเพาะปลูกให้เป็นระบบและกำหนดกระบวนการผลิตได้อย่างต่อเนื่องเป็นรอบที่ชัดเจน สามารถจัดระเบียบว่าอะไรที่จะปลูกได้อย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นผัก ดอกไม้หรือการเก็บเมล็ดพันธุ์ ขณะเดียวกันหากเป็นการปลูกพืชแบบทั่วไป จะต้องอาศัยการบริหารจัดการพืชเฉพาะเป็นกลุ่ม ๆ และอาจต้องมีการเปลี่ยนแปลงพื้นที่การเพาะปลูกระหว่างการเติบโต ซึ่งอาจต้องเสียเวลา เสียแรงงานในการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลการทำงานอย่างมาก ด้วยบริการใหม่นี้ เกษตรกรสามารถหยิบอุปกรณ์อ่านโค้ดมือถือเข้าไปอ่านป้ายอาร์เอฟไอดี (RFID) หรือป้ายบาร์โค้ดที่ถูกกำหนดไว้จำเพาะในแต่ละกลุ่มหรือแยกจำเพาะอย่างเด่นชัด ก็สามารถป้อนข้อมูลการทำงานได้อย่างถูกต้อง สามารถบริหารจัดการประวัติการทำงาน ตั้งแต่การวางแผนการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว จึงช่วยให้การปลูกพืชในระบบอุตสาหกรรมสามารถปรับเปลี่ยนลำดับการเพาะปลูกไปตามวงจรกระบวนการปลูกได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ ข้อมูลที่ป้อนเข้าในอุปกรณ์อ่านโค้ดมือถือยังสามารถเก็บในคอมพิวเตอร์ทั่วไปได้ จึงช่วยให้สามารถตรวจสอบความคืบหน้าในการทำงาน และพิจารณาปัจจัยในการเติบโตเพื่อการบริหารพืชในแต่ละลอตได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลเหล่านี้ยังสามารถแบ่งปันให้กับนักวิชาการด้านการเกษตร หรือผู้เพาะปลูกรายอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมให้เกิดเทคนิคการปลูกที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีกด้วย อย่างไรก็ดี ฟูจิตสึได้พัฒนาโซลูชั่นใหม่นี้ให้พร้อมเป็นส่วนหนึ่งของโซลูชั่นอัจฉริยะของฟูจิตสึ คลาวด์ เพื่ออุตสาหกรรมอาหารและการเกษตร ภายใต้ชื่อ “Aki- sai” จะเริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนสิงหาคมนี้ โดยจะเริ่มให้บริการเฉพาะในประเทศญี่ปุ่นก่อน และในอนาคต ฟูจิตสึตั้งเป้าหมายจะเชื่อมโยงข้อมูลจากบริการนี้ด้วยข้อมูลจากบริการอื่น ๆ ใน Akisai เพื่อสร้างระบบซัพพลายเชนที่ครอบคลุมกระบวนการจัดซื้อ กระบวนการผลิต กระบวนการจัดส่งและการบริหารจัดการคลังสินค้า และนำไปสู่การ มีส่วนร่วมสร้างการบริหารจัดการด้านการ เกษตรเชิงองค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างรายได้สูงและมีประสิทธิภาพมากขึ้น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โซลูชั่นบริหารการเพาะปลูกFacebook Comments -

กสท เอาใจลูกค้าองค์กร ขายเน็ตพ่วงไว-ไฟฟรี
กสท ขายเน็ตพ่วงไวไฟฟรี ให้ลูกค้าองค์กร รับการแข่งขันที่รุนแรง ล่าสุด ผนึกศาลยุติธรรมให้บริการไวไฟฟรีแก่ประชาชนและผู้มาใช้บริการที่ศาลยุติธรรม ให้เข้าถึงข้อมูลแล้ว โดยจะครอบคลุมที่ทำการศาลยุติธรรมทั่วประเทศภายใน 6 เดือนหลังจากนี้ นายสุรพล สงวนศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงข่าย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากความต้องการใช้งานอินเทอร์เน็ตเพื่อบริโภคข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่องและตลอดเวลาของประชาชนในปัจจุบัน กสท ในฐานะผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตแก่ภาครัฐและเอกชนโดยเฉพาะองค์กรขนาดใหญ่ ๆ ทั้งนี้ เพื่อความไม่เอาเปรียบลูกค้าองค์กร กสท จึงมีแนวคิดในการให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย หรือ CAT WiFi ซึ่ง ในการให้บริการไวไฟฟรีแก่ลูกค้าแต่ละองค์กรก็จะขึ้นอยู่กับการทำสัญญาร่วมกันด้วย อย่างไรก็ตาม บริการดังกล่าวถือเป็นการให้บริการในลักษณะโครงการ ไอซีที ฟรีไวไฟ ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ได้มีการดำเนินการก่อนหน้านี้ แต่ก็ได้ยุติลงไป ซึ่ง กสท เห็นว่า เป็นโครงการที่มีประโยชน์ทั้งในส่วนขององค์กรและลูกค้าหรือประชาชนที่มาใช้บริการในสถานที่นั้น ๆ ด้วย สำหรับผู้ใช้บริการทั่วไป สามารถเข้ารหัสใช้งานโดยลงทะเบียนด้วยเลขที่บัตรประชาชนในจุดที่ กสท ให้บริการที่มีสัญลักษณ์ CAT WiFiโดยจะมีสิทธิใช้งานฟรีวันละ 2-4 ชั่วโมง ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน เนื่องจากส่วนใหญ่ กสท จะให้บริการแก่สถานที่ราชการที่ร่วมเป็นพันธมิตรกัน ล่าสุด กสท ได้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายแก่ประชาชนและข้าราชการฝ่ายตุลาการแก่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ ถือเป็นการตอบแทนลูกค้าของ กสท ด้วย เพราะสำนักงานศาลยุติธรรมถือเป็นลูกค้ากับ กสท โดยทำสัญญาเบื้องต้น 3 ปี ซึ่งเมื่อหมดสัญญาการให้บริการ กสท อาจจะต้องยกเลิกการให้บริการไวไฟฟรีดังกล่าว เพราะถือว่าระบบอินเทอร์เน็ตหลังบ้านที่ให้บริการในศาลจะต้องยกเลิกไปด้วย แต่หากศาลยุติธรรมพร้อมที่จะต่อสัญญากับ กสท บริการฟรีไวไฟ ก็จะยังคงให้บริการเช่นเดิมหรือเปลี่ยนแปลงไปตามความเหมาะสม ทั้งนี้ คาดว่าจะสามารถติดตั้งไวไฟฟรีให้กับศาลยุติธรรมทั่วประเทศภายใน 6 เดือนหลังจากนี้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท เอาใจลูกค้าองค์กร ขายเน็ตพ่วงไว-ไฟฟรีFacebook Comments