นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมสรรพากรสรุปรายละเอียดมาตรการให้นำรายจ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อยภาษีได้ 20,000 บาท ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อเสนอให้ คสช. เห็นชอบ ถือเป็นมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่งผลดีกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเห็นด้วยกับหลักการลดหย่อยภาษีจากการท่องเที่ยวที่ให้นำรายจ่ายมาลดหย่อนภาษีได้ 20,000 บาท แต่จะเป็นมาตรการชั่วคราวไม่ใช่เป็นมาตรการถาวร ซึ่งกรมสรรพากรกำลังพิจารณาว่าจะให้นำรายจ่ายปีนี้มาหักลดหย่อยได้ปีนี้ปีเดียว หรือให้ไปถึงการท่องเที่ยวในปีหน้าด้วย เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวอย่างแท้จริง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง คสช.เคาะลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 2 หมื่นบาท
Blog
-

ชง คสช.เคาะลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 2 หมื่นบาท
Facebook Comments -

คลังขีดเส้น 3 เดือนก่อนควบรวม ธพว.
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ นางสาลินี วังตาล ประธานธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้หารือกับกระทรวงการคลังอย่างใกล้ชิด และทราบดีว่าจะดำเนินการแก้ไขปัญหาธนาคารอย่างไร โดยการแก้ไขจะต้องเป็นขั้นเป็นตอนที่เริ่มจากการตรวจสอบทรัพย์สินของธนาคารให้ชัดเจน ว่ามีความเสียหายมากน้อยขนาดไหน คาดว่าจะสามารถตรวจสอบได้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน หลังจากนั้นคงต้องมาพิจารณาจะแก้ปัญหาด้วยการควบรวมกับธนาคารออมสินหรือไม่ทั้งนี้ ที่ผ่านมากระทรวงการคลังเคยมีแนวคิดควบรวมระหว่าง ธพว. กับธนาคารออมสิน เนื่องจากมีปัญหาหนี้เสียจำนวนมาก ขาดสภาพคล่อง ทำให้เป็นภาระกับงบประมาณเข้าไปเพิ่มทุนหลายครั้ง แต่ที่ผ่านมาฝ่ายการเมืองไม่เห็นด้วย ซึ่งการแก้ของ ธพว. ปัจจุบันคาดว่าจะหนีไม่พ้นที่จะต้องเดินตามแนวทางดังกล่าว แม้ว่าวันนี้ยังไม่ไปถึงจุดนั้นอย่างไรก็ตาม ออมสินมีความพร้อมที่จะควบรวม ธพว. เพราะนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานธนาคารออมสิน เคยนั่งเป็นประธาน ธพว. จึงทราบปัญหาดังกล่าวดี และสมัยที่เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็เคยคิดควบรวม ธพว.กับออมสินตามข้อเสนอของธนาคารโลก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังขีดเส้น 3 เดือนก่อนควบรวม ธพว.Facebook Comments -

ลุยตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ แนวทางการดำเนินงานของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ซึ่งเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการออมและสร้างหลักประกันทางรายได้ให้กับประชาชนกลุ่มสูงอายุ ตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป คาดว่าจะสามารถเสนอให้ครม. ชุดใหม่พิจารณาเร็วที่สุด และหาก ครม.เห็นชอบแล้ว คงต้องมาเร่งดำเนินการสรรหาผู้อำนวยการ กอช. ทันที โดยเปิดทางให้บุคคลที่มีความสามารถและเหมาะสมเข้ามาดูแลกองทุน ทั้งนี้ สศค.จะต้องศึกษาในรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อดี ข้อเสียหลังจากที่รัฐบาลชุดที่ผ่านมาเห็นชอบให้ควบรวมกองทุน กอช. เข้ากับกองทุนประกันสังคม ว่าหลักการของทั้ง 2 กองทุน เป็นอย่างไรบ้าง ส่วนใดที่จะเป็นประโยชน์กับสมาชิกกองทุน กอช. มากที่สุดก็จะดึงมารวมกันไว้ โดยจะนำข้อดี ข้อเสียของแต่ละกองทุนเข้ามาผสมกันเพื่อให้เกิดความสมดุล และให้สมาชิกได้ประโยชน์สูงที่สุด รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ สศค. ได้เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาและเห็นชอบในการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) พ.ศ.2554 และพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามมาตรา 40 แห่ง พ.ร.บ.ประกันสังคม รวมทั้ง ออกกฎกระทรวง กอช.ให้มีแนวทางการปฏิบัติในการดำเนินงานและสามารถเปิดรับสมาชิกได้ เพื่อเป็นช่องทางการออมและสร้างหลักประกันทางรายได้ในยามสูงอายุที่เป็นรูปแบบบำนาญให้กับแรงงานนอกระบบ ซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศกว่า 24 ล้านคน หรือคิดเป็น 63% ของผู้มีงานทำ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยตั้งกองทุนการออมแห่งชาติFacebook Comments