นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยกรณีการแยกท่อก๊าซบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน) ที่กำลังถูกร้องเรียนเรื่องความโปร่งใสว่า ล่าสุดพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานประสานสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา หารือร่วมกับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) เพื่อพิจารณาเรื่องการคืนท่อก๊าซฯว่าครบถ้วนหรือไม่ เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาสตง.ได้ส่งหนังสือสอบถามความชัดเจนเรื่องการคืนท่อก๊าซให้รัฐมาที่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) หลังจากมีมติให้ปตท.แยกท่อก๊าซฯเพื่อตั้งบริษัทขึ้นมาดูแลเฉพาะ “เชื่อว่า แนวทางการพิจารณาข้อกฎหมายจะได้ความชัดเจนในเร็วๆนี้ ดังนั้นในหลักการแยกท่อก๊าซฯของปตท.ตามมติของกพช.จึงอาจชะลอออกไปก่อนแต่ไม่มีปัญหา เพราะตามแผนจะดำเนินแยกท่อเสร็จคือกลางปี 58 เมื่อปัญหาเรื่องการคืนท่อก๊าซฯเสร็จสิ้น ปตท.ก็สามารถเดินหน้าต่อได้ทันทีตามแผนที่วางไว้ และอยากให้ฝ่ายที่คัดค้านรอการพิจารณาทางกฎหมายก่อน ซึ่งระหว่างนี้กระทรวงพลังงานจะจัดให้มีการรับฟังความเห็นเพื่อพิจารณาแผนกำลังผลิตไฟฟ้าประเทศ(พีดีพี) ระยะเวลา20ปี (58-78) โดยจะจัดในกรุงเทพฯวันที่ 29 ส.ค. และจะจัดทั่วประเทศภายใน3เดือนจากนี้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ให้กฤษฎีกา-สตง.สรุปกม.คืนท่อก๊าซ
Blog
-

ให้กฤษฎีกา-สตง.สรุปกม.คืนท่อก๊าซ
Facebook Comments -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 6.16 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (25 ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน เนื่องจากดัชนีตอบรับทิศทางขาขึ้นของสถานการณ์การเมืองในประเทศประกอบกับธนาคารกลางสหรัฐยังไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่เด่นชัดรวมทั้งธนาคารกลางยูโรปยังมีความจำเป็นต้องใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามนักลงทุนยังคงจับตาสถานการณ์ความไม่สงบในยูเครนที่อาจกดดันบรรยากาศการลงทุนอีกครั้ง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,567.24จุด และลดลงต่ำสุด 1,558.19 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,563.13จุด เพิ่มขึ้น 6.16 จุดหรือ 0.40% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 41,158.44ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู ปิดที่ 10.90 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 2.จัสมิน ปิดที่ 6.65 บาท ลดลง 0.10 บาท 3.ซิโน-ไทย ปิดที่ 25.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.25 บาท 4.ท่าอากาศยานไทย ปิดที่ 237.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท 5.บีแลนด์ ปิดที่ 2.24 บาท เพิ่มขึ้น 0.04 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 25 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 6.16 จุดFacebook Comments -

แนะซ่อมบำรุงรถ-รางลดความเสี่ยง
นายบัณทิต เอื้ออาภรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่ภาพความเสียหายรางรถไฟแอร์พอร์ตลิงก์ ของบริษัทรถไฟฟ้า ร.ฟ.ท.จำกัด ว่าเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญ ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การเผยแพร่ภาพดังกล่าวเป็นการให้ข้อมูลบางส่วน จึงไม่เพียงพอที่จะตัดสินว่ารถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์อยู่ในสภาพที่ไม่ปลอดภัย เพราะไม่ได้บอกปริมาณความเสียหาย ตำแหน่งที่เกิด เวลาที่ถ่ายภาพได้ และไม่มีการระบุถึงความถี่หรืออัตราที่เกิดความเสียหายเช่น สปริงว่ามีกี่จุด หากเกิดขึ้นเพียง 1 -2 จุด ก็ไม่อันตราย เป็นต้น แต่เห็นควรเร่งดำเนินการซ่อมบำรุงโดนเร็ว นายประมวล สุธีจารุวัฒน อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิศวกรรมอุตสาหการ กล่าวว่า การซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าแบ่งเป็น ซ่อมบำรุงเบาในระดับรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน หากไม่ผ่านมาตรฐานขั้นต่ำก็ไม่สามารถนำรถไฟฟ้าออกไปให้บริการได้ และงานซ่อมบำรุงหนัก เพื่อตรวจสอบสภาพทั้งระบบ มีรอบที่จะตรวจสอบทั้งระบบเมื่อวิ่งให้บริการครบ 1.2 ล้านกิโลเมตร แต่เมื่อเดือน ส.ค.57 ที่ผ่านมา มีรถที่ให้บริการ 1.2 ล้านกิโลเมตรแล้ว แต่เกิดความความล่าช้าในการหาผู้ซ่อมบำรุง ส่งผลทำให้ขาดความน่าเชื่อถือในเรื่องระบบความปลอดภัยจึง เสนอว่าจะต้องเร่งซ่อมบำรุงโดยเร็วที่สุด หากต้องรอเซ็นสัญญาจ้างซ่อมบำรุงอีก 4-5 เดือน และรออะไหล่อีก 10 เดือน คาดว่าจะล่าช้าเกินไป ทั้งนี้แม้ว่าระบบรถไฟฟ้าจะมีระบบป้องกันความปลอดภัย หรือชั่วโมงเดินรถบวกได้อีก 10% หรือ 1.32 กม. ก็ตาม หากไม่เร่งซ่อมบำรุงจะกระทบต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานรวมทั้งการรับรองทางวิศวกรรม แม้ว่าผู้โดยสารจะไม่ได้รับผลกระทบ เพราะโอกาสเกิดอุบัติเหตุแบบสุดวิสัยมีน้อยมาก ดังนั้นหากไม่มีการซ่อมบำรุงก็ควรปรับตารางการเดินรถหรือปรับลดความเร็วแทน นอกจากนี้ ยังเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรกลางทำหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานโครงการรถไฟฟ้า เพื่อดูแลเรื่องการออกแบบ ก่อสร้าง ตลอดจนการให้บริการเดินรถ เพื่อลดข้อจำกัดที่เกิดจากหน่วยงานที่ทำหน้าที่วางแผน ออกแบบระบบ และตรวจสอบเพื่อประเมินการซ่อมบำรุง เช่นเดียวกับ กรมการขนส่งทางบก ที่ดูแลความปลอดภัยเรื่องรถทั้งหมด ซึ่งจะช่วยรองรับการขยายตัวของโครงการรถไฟฟ้าและระบบขนส่งทางรางในอนาคต “สิ่งที่ต้องการจะบอกในวันนี้ว่า รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์แม้จะได้รับการตรวจสภาพเป็นระยะและมีความปลอดภัยในระดับหนึ่ง แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงการซ่อมบำรุงหนัก หากไม่ดำเนินการจะมีความเสี่ยง จึงจำเป็นที่ต้องเร่งเซ็นสัญญาจ้างซ่อมโดยเร็ว และเพื่อให้ประชาชนเกิดความตระหนกตกกับภาพที่เกิดขึ้น” ด้านนายนักสิทธิ์ นุ่มวงษ์ ภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ ตั้งข้อสังเกตว่าหากมีการซ่อมบำรุงหลังขบวนรถวิ่งให้บริการเกิน 1.32 ล้านกิโลเมตรว่า จะมีผลต่อความน่าเชื่อถือเพราะส่งผลต่อระบบการเดินรถ และต้องปรับลดความเร็ว ซึ่งจะส่งผลในเรื่องความไม่แน่นอนของเวลา และคาดเดาไม่ได้ว่าชิ้นส่วนใดจะเกิดปัญหา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะซ่อมบำรุงรถ-รางลดความเสี่ยงFacebook Comments