Blog

  • แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

    แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

    นางปรารถนา มงคลกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปและเครื่องแต่งกายภายใต้ชื่อ แมคยีนส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้รายได้ของบริษัทอาจเกินเป้าหมายที่วางไว้25 % จากปีก่อนอยู่ที่ 3,017 ล้านบาท เนื่องจากในปีนี้จะมีการรับรู้รายได้เต็มปีของธุรกิจที่ได้ซื้อกิจการมาในปีที่แล้วอย่างธุรกิจนาฬิกาไทม์ เดคโค ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลัง และเป็นฤดูกาลของการจับจ่ายใช้สอยจะผลักดันให้รายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ “ในขณะนี้ความเชื่อมั่นในประเทศมีเพิ่มมากขึ้นแต่ในขณะเดียวกันเงินในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคยังขาดสภาพคล่องพอสมควรโดยเฉพาะในกลุ่มเกษตรกรที่ปัจจุบันราคายาง และพืชผลทางการเกษตรยังคงตกต่ำซึ่งมองว่าไตรมาส 3 รายได้อาจอยู่ระดับใกล้เคียงกับในไตรมาส 2 แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าการฟื้นตัวจะชัดเจนในช่วงไตรมาส4 ตามซีซั่นนิ่งของการช๊อปปิ้ง” สำหรับการซื้อกิจการเพิ่มเติมขณะนี้กำลังประเมินอยู่ทั้งสิ้น3 บริษัท ในกลุ่มเสื่อผ้าเครื่องแต่งกาย,เครื่องบำรุงผิว และเครื่องประดับโดยคาดหวังว่าในปีนี้จะสามารถเข้าซื้อกิจการเสร็จสิ้นจำนวน 1 บริษัท ที่มีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ500 ล้านบาท ซึ่งจะเน้นความคุ้มค่าของผลตอบแทนที่ได้รับและแนวโน้มการเติบโตที่จะช่วยผลักดันรายได้ของบริษัทเป็นสำคัญ นอกจากนี้บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนรายได้ในต่างประเทศจะเพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอยู่ที่ 1%เป็น 10% ภายในปี 61 โดยขณะนี้มีตัวแทนจำหน่ายสินค้าที่ประเทศลาว,เมียนมาร์และเวียดนาม ซึ่งบริษัทจะพยายามขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมภูมิภาคอาเซียนภายใน 5ปีนี้ และอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อตั้งตัวแทนจำหน่ายในอินโดนีเซียเพิ่มเติม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แม็คกรุ๊ปรายได้พุ่ง

  • สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน

    สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน

    นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณรองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาสที่2 ปี 57 ว่า ภาครัฐควรมีนโยบายอุดหนุนและให้ความช่วยเหลือเด็กในครัวเรือนที่ยากจนอย่างต่อเนื่องทั้งเรื่องเงินและสิ่งของ เพื่อให้เกิดการเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม เพราะที่ผ่านมาแนวทางการอุดหนุนจากรัฐส่วนใหญ่ที่มุ่งเน้นตัวเด็กโดยเฉพาะการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนแบบเฉพาะหน้า ไม่ประสบผลสำเร็จ และไม่ได้ช่วยยกระดับให้พ้นจากความยากจนเช่น การให้เงินช่วยเหลือสำหรับหญิงหม้ายและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ภาคใต้เงินช่วยเหลือเด็กเร่ร่อน ทุนการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส และการแจกจักรยานในพื้นที่ห่างไกลเพราะการดำเนินแนวทางดังกล่าว มักขึ้นอยู่กับนโยบายแต่ละรัฐบาล คาดการเรื่องงบประมาณไม่ได้และบางโครงการก็ไม่ได้ดำเนินการแล้ว “การส่งเสริมพัฒนาการให้สมวัย รวมทั้งการคุ้มครองทางสังคมนั้นปัจจุบันกลุ่มเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่มีฐานะยากจน โอกาสที่จะได้รับสวัสดิการยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่ดังนั้นรัฐจึงต้องดูแลกลุ่มนี้เป็นพิเศษ โดยกำหนดเป็นกลุ่มเป้าหมายแบบเฉพาะ และต้องดูเป็นระบบมากขึ้นมีระบบข้อมูลที่ชัดเจนว่า เป็นเด็กหรือครัวเรือนที่ยากจนจริง ซึ่งตอนนี้ไม่สามารถดูแลแบบประชานิยมได้เพราะจะกระทบกับสถานะทางการคลังในระยะยาวแน่นอน” ทั้งนี้ยังเห็นว่า การอุดหนุนทางการศึกษาและการรับบริการแม้จะครอบคลุมแล้วแต่ยังมีปัญหาค่าใช้จ่ายในการเข้าถึง โดยเฉพาะกลุ่มคนจน รวมทั้งปัญหาคุณภาพของศูนย์พัฒนาเด็กปฐมวัยที่ต้องแก้ไขเพราะมีส่วนเสริมพัฒนาของเด็ก การศึกษา และพัฒนาสุขภาพในพื้นที่ห่างไกล ส่วนการคุ้มครองด้านสังคมปัจจุบันยังไม่มีโครงการคุ้มครองเด็กก่อนเข้าโรงเรียน (0-2 ปี) ทุกคนโดยตรงการเลี้ยงดูเด็กในกลุ่มดังกล่าวต้องเป็นภาระของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ส่วนเด็กอายุ 3-4ปี ในครัวเรือนที่ยากจน ยังเป็นกลุ่มที่มีข้อจำกัดไม่ได้เข้าระบบโรงเรียนจะไม่ได้รับการอุดหนุนทั้งอาหารและพัฒนาทักษะ ขณะเดียวกันครัวเรือนยากจนส่วนใหญ่ยังเป็นเด็กและผู้สูงอายุหรือเป็นแรงงานนอกระบบ ทำให้เด็กส่วนใหญ่ไม่ได้รับการอุดหนุนจากสิทธิประโยชน์ของพ่อแม่แล้วยังมีความลำบากในการเลี้ยงดูเด็กอาจทำให้ไม่ได้รับอาหารอย่างเพียงพอและการเลี้ยงดูที่เหมาะสม ส่งผลต่อพัฒนาการสติปัญญา และอารมณ์ของเด็ก อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากการคุ้มครองทางสังคมที่จัดโดยภาครัฐแล้วในระดับชุมชนต้องจัดสวัสดิการเพิ่มเติมด้วย เช่น กองทุนสวัสดิการชุมชนกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงบริการ แต่ปัจจุบันการดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวยังมีเฉพาะพื้นที่ที่มีความเข้มแข็ง ยังไม่ได้กระจายไปยังกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าสู่บริการได้นอกจากนี้รูปแบบการคุ้มครองทางสังคมในเด็กนโยบายส่วนใหญ่ยังอิงกับการตัดสินใจทางการเมืองเฉพาะกิจ ทำให้คาดเดาไม่ได้ว่าเด็กจะได้รับการอุดหนุนทุนการศึกษาจากรัฐอย่างต่อเนื่องซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญต่อการเข้าเรียนของเด็กยากจน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.เปิดภาวะสังคมรัฐอัดเงินไม่ช่วยหายจน

  • ซิงเกอร์ลดเป้ารายได้

    ซิงเกอร์ลดเป้ารายได้

    นายบุญยง ตันสกุลกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้ารวมถึงให้บริการระบบผ่อนสินค้าผ่านรูปแบบการขายตรง เปิดเผยว่าบริษัทปรับลดเป้าหมายรายได้ในปีนี้จากเดิม 10% ลดลงเหลือ 5-10%เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศกดดันกำลังซื้อของประชาชนชะลอตัวลงในช่วงครึ่งปีแรกอย่างมากแต่อย่างไรก็ตามมองว่าในช่วงครึ่งปีหลังคงไร้ปัจจัยลบกดดันสภาวะเศรษฐกิจในประเทศและต้องจับตามองการกระตุ้นเศรษฐกิจด้านกำลังซื้อของประชาชนว่าจะมีประสิทธิภาพมากเพียงใด “สถานการณ์กำลังซื้อในช่วงครึ่งปีหลังอาจปรับตัวเพิ่มมากขึ้นแต่คาดว่าในส่วนของต่างจังหวัดอาจยังชะลอตัวลงพอสมควรจากรายได้โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าเกษตรยังคงตกต่ำทำให้ความสามารในการจับจ่ายใช้สอยของลูกค้าที่เป็นเกษตรกรยังเติบโตได้ไม่เต็มที่ซึ่งต้องติดตามมาตรการของรัฐบาลในการดูแลจัดการเรื่องดังกล่าวอย่างใกล้ชิด” นอกจากนี้บริษัทพยายามควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล)ในระบบการชำระสินค้าเงินผ่อนในปีนี้ให้อยู่ในระดับ5.5% จากในครึ่งปีแรกอยู่ที่ 5.9%ซึ่งจะเน้นที่การดูแลคุณภาพสินเชื่อของลูกค้ารวมถึงดูแลความสามารถในการชำระหนี้เป็นสำคัญ อย่างไรก็ตามคาดว่ากำไรสุทธิในปีนี้จะเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาอยู่ที่8% จะเพิ่มขึ้นเป็น 10%เนื่องจากการปรับเปลี่ยนการบริหารงาน ที่เน้นกลุ่มร้านค้ามากกว่าภาคครัวเรือนเพราะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวค่อนข้างน้อยมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซิงเกอร์ลดเป้ารายได้