นายประมนต์ สุธีวงศ์ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เปิดเผยภายหลังแถลงการจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปชันว่าขณะนี้องค์กรฯร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาอยู่ระหว่างการพิจารณาผู้ที่มีความรู้ในการติดตามโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลชุดใหม่2.4 ล้านล้านบาท อย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างและการประมูลงานโครงการลงทุนรถไฟรางคู่,รถไฟฟ้า, การสร้างสนามบินและถนนต่างๆเพื่อไม่เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนกับโครงการในอดีตจำนวนมากที่เกิดปัญหาการทุจริตหรือการหักค่าหัวคิวของผู้บริหารประเทศในระดับสูง “ภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็นหอการค้าไทย,สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.), สมาคมธนาคารไทย, สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทยรวมถึงสมาคมอื่นๆและองค์กรภาคประชาชนให้ความสำคัญเรื่องนี้มากในการต่อต้านการคอร์รัปชันทุกรูปแบบและจะร่วมกันยืนยันในการต่อสู้เพื่อไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นในเมืองไทยเหมือนในอดีตที่ผ่านมาที่สร้างความเสียหายแก่ประเทศอย่างมาก” ขณะเดียวกันทางองค์กรต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การบริหารงานของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เร่งหาข้อสรุปเกี่ยวกับโครงการต่างๆที่มีผู้บริหารประเทศระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริตเพื่อลงโทษให้สาธารณชนได้รับทราบโดยเฉพาะโครงการใหญ่ๆ เช่น โครงการรับจำนำข้าวที่ประชาชนอยากทราบมากที่สุดว่ามีใครเกี่ยวข้องและมีความสูญเสียงบประมาณมากน้อยแค่ไหน “องค์กรฯแสดงความพึ่งพอใจในระดับหนึ่งของการเข้ามาปราบปรามเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันภายในประเทศของคสช. ที่มีความเอาจริงในการแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างมาก ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นคือต้องการนำผู้บริหารระดับสูงของประเทศที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการต่างๆมาดำเนินคดีเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่างที่ไม่ดีแก่เยาวชนต่อไป” นายประมนต์กล่าวว่า ในวันที่ 6 ก.ย. นี้ทางองค์กรฯ จะจัดงานวันต่อต้านคอร์รัปเพื่อเป็นเวทีให้ประชาชนที่ต้องการต่อสู้การเปลี่ยนประเทศไทยให้ไร้การทุจริตคอร์รัปชันได้มาแสดงเจตจำนงร่วมกัน ซึ่งปรากฎว่าได้รับการตอบรับจากองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนจำนวนมาก ในการร่วมแสดงพลังให้สังคมรับรู้ถึงการไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบแล้ว รวมถึงการร่วมแสดงความคิดเห็น และเสนอแนะแนวทางในการป้องกัน แก้ไข ก่อนที่จะนำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาต่อไป สำหรับวันต่อต้านคอร์รัปชันในปีนี้ มีแนวคิดคือ “แฮนด์อินแฮนด์”… ปฎิรูปการต่อสู้ เพื่อชัยชนะอย่างยั่งยืน” ซึ่งเป็นพัฒนาการของกระแสสังคมที่เห็นว่าการจะต่อสู้กับปัญหาคอร์รัปชันให้สำเร็จได้ผลอย่างจริจังจำเป็นต้องมีการปฏิรูปและบูรณาการการทำงานร่วมกันของภาคเอกชน และภาคราชการซึ่งเป็นผู้กำหนดกฎเกณท์และให้บริการกับประชาชน ส่วนไฮไลท์ของงานในช่วงเช้าจะเป็นการรวมตัวของผู้นำองค์กรภาคราชการและภาคเอกชนที่จะร่วมกันปฎิญาณตนในการขจัดคอร์รัปชัน ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ บริเวณโซนเอ ขณะเดียวกันก็จะมีผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานราชการและเอกชนมาร่วมแสดงวิสัยทัศน์เรื่องการต่อต้านคอร์รัปชันเช่น นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์, นายตระกูล วินิจนัยภาค อัยการสูงสุด สำนักงานอัยการสูงสุด, นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ, นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย,นายสุพันธุ์มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์นายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ “ยังมีการเสวนากลุ่มย่อยในประเด็น การปฏิรูปการเลือกผู้แทนราษฎร”เลือกคนดีเข้าสภา” การปฎิรูปการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ และการเสวนาหาแนวทางใหม่เพื่อการต่อสู้คอร์รัปชัน ด้วย” นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่าการรณรงค์เรื่องการต่อต้านการคอร์รัปชันของภาคเอกชนและองค์กรต่างๆถือว่าเป็นเรื่องที่น่าพอใจมาก เนื่องจากเยาวชนและประชาชนทั่วไปเริ่มมีค่านิยมที่ไม่ยอมรับการคอร์รัปชันมากขึ้นขณะเดียวกันกลุ่มธนาคารที่เป็นสมาชิกขององค์กรฯซึ่งมีประมาณ 15ธนาคารก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้อย่างมากเช่นกันและธนาคารจะเป็นหนึ่งในส่วนร่วมที่จะผลักดันให้ปัญหาการคอร์รัปชันหมดไปจากประเทศไทย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาประมูลโครงการ2.4ล้านล้าน
Blog
-

จับตาประมูลโครงการ2.4ล้านล้าน
Facebook Comments -

อุตสาหกรรมแสดงสินค้ายังเติบโต
นายจัสติน พาว ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบงคอก เอ็กซิบิชั่น เซอร์วิสเซส จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 58 ตลาดด้านงานจัดแสดงสินค้าที่บริษัทเป็นผู้จัดงาน จะยังเติบโตได้ประมาณ 5% ซึ่งถือเป็นตลาดเดียวในกลุ่มอุตสาหกรรมการจัดประชุมและนิทรรศการ(ไมซ์) ที่ตัวเลขไม่ลดลง และไม่ได้รับผลกระทบจากการประกาศใช้กฎอัยการศึก เนื่องจากนักลงทุนจะเข้าใจสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศไทยได้ดี และมองว่ากฎอัยการศึกไม่ได้มีความรุนแรงเหมือนในประเทศอื่นๆ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่ไทยกำลังจะมีรัฐบาลใหม่ทำให้นักลงทุนมองเห็นศักยภาพ โดยเฉพาะการประกาศนโยบายอย่างชัดเจน เกี่ยวกับการเดินหน้าลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้กลุ่มงานจัดแสดงสินค้าเตรียมตัวที่จะนำงานในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมาจัดที่ประเทศไทยมากขึ้นด้วย ส่วน 2 งานหลักที่บริษัทเป็นผู้จัด คือ งานด้านการแสดงสินค้าบรรจุภัณฑ์ (โพรแพ็กซ์) เมื่อวันที่ 11-14 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีจำนวนผู้เข้าร่วมชมงานถึง 36,000 คนเติบโต 5% จากปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นถือเป็นเรื่องที่ดีตรงข้ามกับสถานการณ์การเมืองที่กำลังตึงเครียด ส่วนอีกงานหลัก คือ ฟู้ดแอนด์โฮเทล 2014 นั้น ก็คาดว่าจะเป็นกลุ่มตลาดที่จะเติบโตได้ดีเช่นกัน เพราะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมของไทยเป็นอุตสาหกรรมที่เข้มแข็ง “ต้องยอมรับว่าไทยมีศักยภาพในด้านการเป็นศูนย์กลางของงานด้านจัดแสดงสินค้าอยู่แล้ว รวมถึงนักลงทุนจากอุตสาหกรรมต่างๆ ยังใช้ประเทศไทยในการเป็นพื้นที่หลักในการเป็นจุดพักสินค้าต่างๆ ก่อนส่งไปประเทศอื่นๆในอาเซียนด้วย เมื่อมีกฎอัยการศึก แต่นักธุรกิจที่ลงทุนในไทยอยู่แล้วต่างเข้าใจสถานการณ์ดี จึงไม่ใช่เรื่องกังวล แต่สิ่งที่จะเป็นปัญหาอาจเป็นเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ที่บางประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เช่น สหรัฐอเมริกาจะยังไม่ยอมรับ และชะลอการลงทุนไปในช่วงระยะหนึ่งก่อน” อย่างไรก็แม้ตลาดกลุ่มการจัดแสดงนิทรรศการจะยังเติบโตได้ดีนั้น บริษัทก็จะยังคงเดินหน้าประชาสัมพันธ์และทำการตลาด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ คือ สำนักงานการจัดประชุมและนิทรรศการ (ทีเส็ป) ควบคู่ไปด้วย เพื่อสร้างการรับรู้ในกลุ่มนักลงทุนชาวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง และเพื่อไม่ให้การเติบโตลดลง สำหรับภาพรวมของจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้ของตลาดการจัดแสดงสินค้าในปี 57 จากทีเส็ป ตั้งเป้าหมายว่าจะมีรายได้ ประมาณ 13,075 ล้านบาท ส่วนจำนวนผู้เข้าร่วมงาน ตั้งเป้าหมายว่ามีนักท่องเที่ยว 163,398 คน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตสาหกรรมแสดงสินค้ายังเติบโตFacebook Comments -

จี้ออกกม.แก้ปัญหาอุ้มบุญ
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.ที่ผ่านมา นางชุตินาฏ วงศ์สุบรรณรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงภาวะสังคมไทยไตรมาสที่2 ปี 57 ว่า ภาครัฐจำเป็นต้องเร่งผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวกับกระบวนการรับตั้งครรภ์ทั้งระบบเพื่อป้องกันการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ เพราะที่ผ่านมาปัญหาการรับจ้างตั้งครรภ์แทนหรืออุ้มบุญเชิงพาณิชย์ โดยใช้ช่องทางบริการทางการแพทย์ในทางที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะประเทศไทยไม่มีกฎหมายมาบังคับใช้ในช่วงที่ผ่านมาจึงเป็นช่องทางให้เกิดการแสวงหาประโยชน์จากช่องว่างทางกฎหมาย ซึ่งเรื่องดังกล่าวส่งผลกระทบทั้งด้านกฎหมายจริยธรรม สังคม และสุขภาพ อย่างชัดเจน ขณะเดียวกันภาครัฐต้องเข้มงวดในการควบคุมสื่อออนไลน์โดยเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ทันท่วงที ไม่ให้สถานพยาบาลหรือสถานให้บริการทางการแพทย์ ใช้สื่อออนไลน์เป็นช่องทางนำไปสู่ธุรกิจดังกล่าวและต้องให้สถานพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ที่ให้บริการการตั้งครรภ์แทนแก่แม่อุ้มบุญปฏิบัติตามข้อบังคับของแพทยสภาอย่างเคร่งครัด ขณะที่สถานการณ์การค้ามนุษย์ของประเทศไทยยังจำเป็นต้อร่วมมือแก้ไขอย่างบูรณาการเพราะล่าสุดไทยถูกประเมินต่ำสุดให้อยู่ในระดับกลุ่มเทียร์3 ซึ่งมีผลกระทบต่อแรงงาน เศรษฐกิจ และสังคม จึงต้องเป้องกันประชาชนกลุ่มเสี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของกระบวนการค้ามนุษย์ รวมทั้งเร่งพิจารณาประเด็นข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยตามรายงานทิปรีพอร์ต และดำเนินการสอบทานตรวจสอบความถูกต้องของสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอ เพื่อนำไปสู่การแก้ไขและชี้แจงในรายงานผลการดำเนินงานด้านการค้ามนุษย์ที่จะเสนอต่อสหรัฐอเมริกาในการประเมินรอบต่อไปโดยให้ความสำคัญด้านการจับกุม และดำเนินคดีทั้งกระบวนการ ขณะเดียวกันต้องแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจังโดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำผิดฐานค้ามนุษย์รวมทั้งการแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับในภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจประมงโดยดำเนินคดีและลงโทษเจ้าของเรือ ไต้ก๋ง ที่บังคับใช้แรงงานลูกเรือเยี่ยงทาสและพัฒนาระบบข้อมูลและวิเคราะห์ข้อมูลให้มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้ยังต้องหาแนวทางลดอุบัติเหตุการจราจรทางบกจากรถตู้โดยสารสาธารณะอย่างจริงจังเพราะจากข้อมูลในช่วงไตรมาส2ปี57 มีอุบัติเหตุจราจรเพิ่มขึ้น 5.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน มีการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มขึ้น ซึ่งสถิติส่วนใหญ่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากรถตู้โดยสารโยแต่ละเดือนจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ย 6 คน ขณะที่ครึ่งแรกของปี 57 มีรถตู้สาธารณะเกิดอุบัติเหตุจำนวน 377 ครั้งสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก การขับขี่ด้วยความประมาท ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดเพื่อวิ่งหลายรอบต่อวันคนขับหลับในสภาพร่างกายไม่พร้อม สภาพรถตู้ไม่พร้อมใช้งาน อย่างไรก็ตามหลังจากคสช.เข้ามาบริหารประเทศได้ให้ความสำคัญกับการจัดระเบียบรถตู้สาธารณะแม้จะดูแลเรื่องความปลอดภัยได้ดีขึ้น แต่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่ช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ออกกม.แก้ปัญหาอุ้มบุญFacebook Comments