Blog

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.64 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.64 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (21 ส.ค.) ดัชนีแกว่งตัวผันผวนกรอบแคบในแดนบวกและลบตลอดตลอดทั้ง วันตามแรงซื้อขายทำกำไร เพราะยังไรปัจจัยหนุนที่โดดเด่น แม้ว่าจะมีมติออกมาแล้วว่าพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 29  เพราะเป็นตามที่คาดการณ์ไว้แล้ว อย่างไรก็ตามตลาดยังคงให้น้ำหนักกับปัจจัยในประเทศเป็นหลัก ทำให้ปัจจัยภายนอก เช่น ตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของจีนที่ชะลอตัวลงนั้น ส่งผลต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนเพียงเล็กน้อย โดยระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,555.71  จุด   และลดลงต่ำสุด 1,549.16 จุด  จนมาปิดตลาดที่ 1,551.41  จุด เพิ่มขึ้น 0.64 จุด หรือ 0.04% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,958.15 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู  ปิดที่ 10.50 บาท ลดลง 0.50 บาท 2.ธ.ทหารไทย  ปิดที่ 3.02 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท 3.ช.การช่าง ปิดที่ 27.00 บาท ลดลง 0.25 บาท 4.บางกอกแลนด์ ปิดที่ 2.18 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท 5.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 23.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดบวก 0.64 จุด

  • บิ๊กปตท.รับคำท้าไอซ์บาสเก็ต

    บิ๊กปตท.รับคำท้าไอซ์บาสเก็ต

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)  ได้รับคำท้านายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการชื่อดังรายการข่าว 3 มิติทางไทยทีวีสีช่อง 3 ได้ท้านำน้ำเย็นราดหัว (ไอซ์ บาสเก็ต ชาลเลนจ์)  โดยนายไพรินทร์  ได้ทำไอซ์บาสเก็ตที่สวนโมก พร้อมบริจาคเงินส่วนตัว 100,000 บาท ให้แก่มูลนิธิโรงพยาบาลศิริราช และได้ส่งคำท้าต่อไปยัง 3 บุคคลซึ่งเป็นผู้มีชื่อเสียง  คือ 1.นายโทนี่ เฟอร์นานเดส  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มสายการบินแอร์เอเชีย 2.นายวิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหารธนาคารไทยพาณิชย์ และ3.นายอุดม คชินทร คณบดีคณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บิ๊กปตท.รับคำท้าไอซ์บาสเก็ต

  • คลังดันกองทุนวายุภักดิ์ถือหุ้นบริษัทท่อก๊าซฯ ปตท.

    คลังดันกองทุนวายุภักดิ์ถือหุ้นบริษัทท่อก๊าซฯ ปตท.

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลังเปิดเผยถึงกรณีคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)ระบุให้ตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อดูแลกิจการท่อก๊าซธรรมชาติ โดยให้บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ถือหุ้น 100% ว่ายืนยันว่า ไม่ใช่การผูกขาดธุรกิจแน่นอน เนื่องจากปัจจุบันกระทรวงการคลังถือหุ้นอยู่ใน บมจ.ปตท. 51% และมีกองทุนวายุภักษ์ถือหุ้นด้วย 14% รวมเป็น 65%  และในระยะต่อไปกระทรวงการคลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเข้าไปถือหุ้นในบริษัทท่อก๊าซ ฯ แห่งใหม่ในสัดส่วนเพิ่มขึ้นเท่าไรซึ่งเบื้องต้นอาจจะเข้าไปถือหุ้นเพิ่มในบริษัทท่อ ฯ แห่งใหม่ อีก 25% โดยอาจให้กองทุนรวมวายุภักษ์เข้าไปถือเพิ่มเติมและจะต้องพิจารณาความพร้อมทางการเงินด้วย   ส่วนกรณีที่มีกลุ่มบุคคลระบุว่า ปตท.ส่งคืนท่อก๊าซ ฯ ให้แก่กรมธนารักษ์ไม่หมด นั้นเป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้อง เพราะจากการที่ได้ตรวจสอบกับกรมธนารักษ์และคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ตั้งแต่สมัยปี 50 พบว่าบมจ.ปตท. ได้ดำเนินการคืนท่อก๊าซตามคำพิพากษาของศาลครบถ้วนแล้วเสร็จตั้งแต่ปี 51คิดเป็นที่ราชพัสดุ 32 ไร่ โดยทรัพย์สินต่างๆที่บมจ.ปตท.โอนคืนให้เป็นสมบัติของชาติ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท โดยส่วนนี้เป็นค่าอุปกรณ์ และค่าท่อ 14,000 ล้านบาทที่เหลือเป็นที่ดินจำนวน 106 แปลง หรือ 32 ไร่ คิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท   อย่างไรก็ตามข้อสังสัยเกี่ยวกับท่อก๊าซที่อยู่เหนือทะเลว่าสาเหตุใด ยังไม่ส่งคืนนั้น ยืนยันว่า กระทรวงการคลัง, กรมธนารักษ์และ บมจ.ปตท.ได้ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกา ตั้งคณะทำงานขึ้นเพื่อพิจารณาข้อสังเกตในส่วนต่างๆ แล้วพบว่าท่อที่อยู่เหนือทะเลที่ไม่ได้ฝังลงไปในทะเลนั้นถือเป็นส่วนที่ปตท.ได้มาโดยสิทธิอันชอบ จึงไม่ถือเป็นสมบัติของชาติ ซึ่งภายหลังจากที่ ปตท.ส่งมอบท่อก๊าซ ฯ คืนเป็นที่เรียบร้อยแล้วได้จัดทำรายงานเสนอต่อศาลปกครองให้รับทราบ ซึ่งศาลปกครองก็ไม่ได้มีข้อสงสัยใดๆกลับมา ดังนั้นกรณีนี้จึงถือว่าเป็นข้อยุติแล้ว สำหรับค่าเช่าพื้นที่ ที่ปตท.จ่ายให้แก่กรมธนารักษ์ได้ใช้วิธีการคำนวณตามรายได้แบบลำดับขั้นโดยหากปตท.มีรายได้จากธุรกิจท่อก๊าซเกินปีละ 5,000 ล้านบาทจะต้องจ่ายค่าเช่าสูงสุด 36% โดยที่ผ่านมาปตท.จ่ายให้กรมธนารักษ์เฉลี่ยปีละ 500-550 ล้านบาท  นอกจากนี้ยังได้สั่งการไปยังสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)ให้ไปตรวจสอบบริษัทลูกรัฐวิสาหกิจที่ตั้งขึ้นมาถึง 300 แห่งแล้วว่ามีสถานะการเงินเป็นอย่างไรซึ่งการตรวจสอบดังกล่าวนั้นไม่ใช่การไปกีดกันไม่ให้ตั้งแต่การตั้งบริษัทลูกขึ้นมาจำนวนมากและบางแห่งมีผลขาดทุนนั้นต้องไปดูว่าตั้งขึ้นมาทำหน้าที่อย่างเหมาะสมหรือไม่เพราะบางแห่งในช่วงแรกอาจจะมีผลขาดทุนบ้างแต่ในระยะยาวจะเป็นประโยชน์กับบริษัท ต้องมาพิจารณากัน นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่าได้หารือกับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลังเพื่อสร้างความชัดเจนกรณีการเข้าถือหุ้นในธุรกิจท่อก๊าซธรรมชาติ ภายหลังจากที่บมจ.ปตท.ดำเนินการแยกธุรกิจท่อก๊าซฯเสร็จ ตามนโนบายของกพช. คาดว่า จะตั้งบริษัทท่อก๊าซฯแล้วเสร็จประมาณเดือนมิ.ย. 58 โดยเบื้องต้นจะให้ ปตท.ถือหุ้น 100%ไปก่อน จากนั้นจะให้กระทรวงการคลังเข้ามาถือหุ้นร่วมต่อไป   อย่างไรก็ตามการแยกท่อก๊าซฯ จะส่งผลดีทำให้ประชาชนได้ใช้ราคาก๊าซ ฯ ถูกลงในอนาคตเพราะมีการแข่งขันธุรกิจท่อก๊าซฯ มีผู้ให้บริการท่อก๊าซ ฯ มากขึ้นและจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงราคาค่าใช้บริการผ่านท่อก๊าซฯเพราะมีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.)หรือเรกูเลเรเตอร์กำหนดราคาค่าผ่านท่อไว้ประมาณ 21.76 บาทต่อล้านบีทียู นอกจากนี้เรกูเลเตอร์จะเข้ามาเป็นผู้ดูแลราคาค่าผ่านท่อต่อไปในอนาคตเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในการใช้ท่อก๊าซฯของทุกฝ่ายต่อไปด้วย   “ เบื้องต้นจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อให้เกิดความชัดเจนต่อสังคมกรณีการเข้าถือหุ้นธุรกิจท่อก๊าซฯโดยกระทรวงคลังจะเข้าไปถือหุ้นอย่างน้อย 25% ในธุรกิจท่อส่งก๊าซฯโดยกำลังพิจารณาว่าจะใช้เงินจากกองทุนวายุภักดิ์ หรือถือหุ้นผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐานสำหรับใช้ในการเข้าไปถือหุ้นดังกล่าว โดยยืนยันว่าจะไม่มีการแปรรูปธุรกิจท่อก๊าซฯเข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)แน่นอนโดยเป็นเพียงแค่การทำให้ทรัพย์สินเกิดความชัดเจนเท่านั้น และเปิดให้ผู้ประกอบการอื่นๆสามารถเข้ามาใช้ท่อก๊าซฯได้ ลดปัญหาการผูกขาดธุรกิจท่อก๊าซฯลง “ “กรณีที่ประชาชนบางกลุ่มมีความเป็นห่วงว่า ปตท.คืนทรัพย์สินท่อก๊าซฯของปตท. ให้กระทรวงการคลังไม่ครบถ้วนนั้นขอยืนยันว่าที่ผ่านมากระทรวงพลังงานและกระทรวงการคลังได้ดำเนินการแบ่งแยกทรัพย์สินในส่วนที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินรวมถึงสิทธิการใช้ที่ดินเพื่อวางระบบท่อก๊าซ และการแยกอำนาจและสิทธิในส่วนที่เป็นอำนาจมหาชนของรัฐออกจากอำนาจและสิทธิของปตท.ตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดครบถ้วนแล้ว นับตั้งแต่ปี 51 และศาลฯได้พิจารณายืนยันว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามคำพิพากษาครบถ้วนแล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังดันกองทุนวายุภักดิ์ถือหุ้นบริษัทท่อก๊าซฯ ปตท.