Blog

  • เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

    เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด ทอท.วันที่ 21 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาการลาออกของ นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ซึ่งหากเห็นชอบจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้เป็นต้นไป แต่ยืนยันว่าการลาออกไปเรื่องความคิดส่วนตัว ไม่ได้ถูกกดดันทางการเมือง ส่วนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ คาดใช้เวลา 3 เดือน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

  • ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว

    ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว

    นางเบญจ มอนโกเมอรี่ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(พาต้า) ประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศจัดสัมนาด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ภายใต้หัวข้อ คอนเนคติ้ง อีสต์อาเซียน วิท ละตินอเมริกา พร้อมเชิญ ผู้นำระดับท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 36 ประเทศ180 คน มาเข้าร่วมงานเพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำให้เห็นถึงความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยวไทยภายหลังจากการประกาศกฎอัยการศึกยังทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่องและทำให้นักท่องเที่ยวลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งนี้ภายในงานยังได้เชิญทีมงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวได้แก่ ทีมงานเฟสบุ้คจากสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในสิงคโปร์องค์การการท่องเที่ยวโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) มาเข้าร่วมงานโดยในส่วนของเฟสบุ้คถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมตอบรับมาประเทศไทยโดยได้มีการอบรมเรื่องการทำตลาดการท่องเที่ยวบนเฟสบุ้คเพื่อสร้างความรู้และเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้ หลังจากปัจจุบันกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ“ต้องยอมรับว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเพราะการประกาศแจ้งเตือนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจะอาศัยการพิจารณาปรับระดับขึ้นหรือยกเลิกก็จะดูจากกฎอัยการศึกตอนนี้เราจึงร่วมกับภาครัฐส่งเสริมให้กลุ่มผู้นำด้านการท่องเที่ยวต่างๆที่แบ่งเป็นจากภาครัฐกว่า 80 ราย เอกชนกว่า 100 รายมาเข้าร่วมงานก็จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างๆ เดินทางกลับมาได้ โดยในงานจะไม่ได้มีเพียงการสัมนาแต่จะนำกลุ่มผู้นำไปท่องเที่ยวรอบกรุงเทพฯ และ ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การชมมวยไทยเพื่อทำให้เห็นว่า ไทยมีกิจกรรมที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ”นางเบญจ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยจะต้องเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวในด้านอื่นๆในช่วงจำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่ดีได้เท่าที่ควร ได้แก่การปรับปรุงระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านการท่องเที่ยว อาทิการพัฒนาสนามบินตามภูมิภาคเพื่อรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)ที่เริ่มเติบโตและมีนักท่องเที่ยวใช้บริการมากขึ้น ,การเร่งหามาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งมาเฟีย แท็กซี่ และการปรับปรุงอบรมเรื่องภาษาที่สามเพื่อป้องกันแรงงานต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว

  • “ซิสโก้ ซีเคียวริตี้” เตือนภัยคุกคามแฝงใน“ฟรี ไว-ไฟ”

    “ซิสโก้ ซีเคียวริตี้” เตือนภัยคุกคามแฝงใน“ฟรี ไว-ไฟ”

    วันนี้(20 ส.ค.) นายสุธี อัศวสุนทรางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายระบบรักษาความปลอดภัย ซิสโก้ ซิเคียวริตี้ เปิดเผยผลการสำรวจล่าสุดจากซิสโก้พบว่า สามในสี่ของผู้ตอบแบบสำรวจต่างระบุว่าจะนำโมบายล์ดีไวซ์ที่ใช้ในการทำงาน อาทิ สมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แล็ปท็อป ติดตัวไปด้วยในช่วงพักร้อนซึ่งจากการสำรวจพบว่า 72% ของผู้ตอบแบบสอบถามคาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งถึงสองชั่วโมงต่อวันเพื่อเช็คดูว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในออฟฟิศ“โดยส่วนตัวเชื่อว่าตัวเลขที่แท้จริงอาจจะสูงกว่านี้ด้วยซ้ำ เนื่องจากหลายๆคนไม่สามารถขาดการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้นานถึง 24 ชั่วโมง ที่สำคัญส่วนใหญ่รู้สึกว่าจำเป็นที่ต้องติดตามงานเพื่อให้รู้ถึงความคืบหน้าในระหว่างวันหยุด ด้วยจุดนี้กลายเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทีมรักษาความปลอดภัยขององค์กรไปแล้วเพราะบ่อยครั้งผู้ที่นำดีไวซ์ส่วนตัวไปเชื่อมต่อกับระบบไวไฟสาธารณะ มักไม่ทันคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจมาพร้อมสัญลักษณ์ฟรี ไว-ไฟ “FreeWiFi” ที่อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมาเมื่อกลับเข้าสำนักงาน”นายสุธี กล่าวทั้งนี้จากผลการสำรวจของซิสโก้ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 60% ต่างยอมรับว่า ไม่ได้ตรวจสอบความปลอดภัยของเครือข่ายไว-ไฟ ก่อนเชื่อมต่อไม่ว่าจะเป็นในช่วงพักร้อนหรือในช่วงที่ทำงานอยู่ก็ตาม แม้ว่าอีก 69% จะยืนยันว่าองค์กรผู้ว่าจ้างเคยเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงที่อาจจะมาจากการใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อจากระยะไกลเพื่อทำงานก็ตามด้านนายสุวิชชา มุสิจรัล ที่ปรึกษาวิศวกรระบบรักษาความปลอดภัยซิสโก้ ซิเคียวริตี้ กล่าวว่า การใช้ ฟรี ไว-ไฟมีความเสี่ยงหลักๆ อยู่ 2 กรณี คือ 1.การติดมัลแวร์โดยบังเอิญเพราะว่า เมื่อพนักงานใช้ฟรี ไว-ไฟ ร่วมกับบุคคลอื่นๆในสถานที่ที่หนึ่งนั้นหนึ่งในกลุ่มคนนั้นมีมัลแวร์อยู่ในอุปกรณ์ของตัวเองหรือเปล่าจนกลายเป็นพาหะของไวรัสหรือมัลแวร์หรือไม่ หากใช่และเป็นชนิดที่เครื่องของพนักงานมีช่องโหว่อยู่ก็สามารถติดไวรัสหรือมัลแวร์เหล่านั้นได้จากการใช้ฟรี Wi-Fiเพียงครั้งเดียวและเมื่อกลับมาที่ทำงานพนักงานคนนั้นจะกลายเป็นพาหะอีกต่อหนึ่งที่จะแพร่มัลแวร์เหล่านั้นในองค์กรทันทีเมื่อใช้ฟรี ไว-ไฟ ขององค์กร ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์เดียวกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ต่างๆที่กระจายอยู่ในอากาศหรือมีผู้ป่วยเป็นพาหะหากร่างกายของเราไม่มีภูมิคุ้มกันเชื้อนั้นๆก็ป่วยได้และกลายเป็นพาหะแพร่เชื้อให้คนในบ้านหรือที่ทำงานได้เช่นกันในกรณีที่ 2 การจู่โจมโดยจงใจซึ่งอาชญากรไซเบอร์คือกลุ่มคนที่มีความเป็นมืออาชีพและมีเครื่องมือที่เหนือชั้นและที่สำคัญ ยังรู้ดีอีกว่าพนักงานคือจุดอ่อนเหมาะแก่การมุ่งเป้าการโจมตีเพื่อให้สามารถเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรแต่ละแห่งได้โดยสะดวกและยังรู้อีกว่าระบบป้องกันมักไม่ค่อยทำงานในช่วงที่พนักงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ผ่อนคลาย อาทิ วันพักร้อนหรือวันหยุดต่อเนื่องแบบยาวนานผู้โจมตีรู้ดีเสมอว่าในช่วงเวลาแบบนี้คนเรามักจะทำบางสิ่งที่ในเวลาปกติไม่สามารถทำได้ซึ่งส่วนหนึ่งในนั้นก็สามารถทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยหย่อนความเข้มแข็งลงได้“เชื่อว่าคงมีใครตั้งใจที่จะทำให้ระบบรักษาความปลอดภัยเครือข่ายขององค์กรหย่อนต้องเผชิญหน้ากับความเสี่ยงแต่พนักงานก็ต้องเรียนรู้ที่จะตรวจสอบและหลีกเลี่ยงการใช้เครือข่ายไว-ไฟ สาธารณะที่ไม่ปลอดภัยในการทำงานและต้องมั่นใจว่าได้ปฏิบัติตามนโยบายบริษัทอยู่ตลอดเวลาขณะเดียวกันองค์กรธุรกิจเองก็ต้องพร้อมรับมือกับความเสี่ยงและการโจมตีทุกรูปแบบ ที่สำคัญต้องมีความสามารถในการมองเห็นทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นบนเครือข่ายทั้งหมดเพื่อจับตากิจกรรมหรือพฤติกรรมที่ผิดปกติและจัดการกับมันได้ก่อนที่จะแพร่กระจายไปยังข้อมูลและแอพพลิเคชันสำคัญอื่นๆต่อไป” นายสุวิชชา กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ซิสโก้ ซีเคียวริตี้” เตือนภัยคุกคามแฝงใน“ฟรี ไว-ไฟ”