วันนี้ ( 20 ส.ค.) ที่สำนักงานศาลยุติธรรม นายสุรพล สงวนศิลป์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงข่าย บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กสท ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานศาลยุติธรรมเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย (CAT WiFi) แก่ประชาชนและข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมทั่วประเทศทั้งนี้ การให้บริการดังกล่าว เพื่อรองรับการให้บริการแก่ประชาชนผู้มาติดต่อราชการที่หน่วยงานในสังกัดศาลยุติธรรมทั่วประเทศโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายเป็นอีกหนึ่งนโยบายเพิ่มความสุขให้แก่ประชาชนด้วยการอำนวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตและยังเป็นการขยายช่องทางการให้บริการประชาชนของศาลยุติธรรมผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เช่น การให้บริการค้นหาข้อมูลคดีและวันนัดพิจารณาคดีผ่านเว็บไซต์ของศาลยุติธรรม เป็นต้นอย่างไรก็ตาม กสท จะดำเนินการติดตั้ง ณ ที่ทำการสำนักงานศาลยุติธรรม และที่ทำการศาลยุติธรรมทั่วประเทศ รวมทั้งบริเวณที่พักอาศัยของทางราชการสำหรับข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมรวมประมาณ 260 แห่ง ซึ่ง กสท เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งระบบเครือข่าย CAT WiFi รวมถึงการจัดการระบบ Log in ที่สะดวกต่อการเข้าใช้งาน และการจัดเก็บข้อมูลผู้ใช้บริการ (Log file) ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 หรือที่มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไข โดยคาดว่าจะติดตั้งแล้วเสร็จทั่วประเทศภายใน 6 เดือนหลังจากนี้นายภัทรศักดิ์ วรรณแสง เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่า การสื่อสารออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของมนุษย์เราอย่างรวดเร็วไม่ว่าจะเป็นการติดต่อระหว่างกัน หรือการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ดังนั้น สำนักงานศาลยุติธรรมจึงได้มีนโยบายในการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการและเพิ่มความสะดวกสบายให้กับประชาชนผู้มาติดต่อราชการศาลยุติธรรม และข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ด้วยการให้บริการอินเตอร์เน็ตสาธารณะแบบไร้สายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “กสท”ให้บริการไวไฟฟรีแก่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ
Blog
-

“กสท”ให้บริการไวไฟฟรีแก่ศาลยุติธรรมทั่วประเทศ
Facebook Comments -

สอท.หนุนบิ๊กตู่นั่งนายกฯ
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีความเหมาะสมที่สุดที่จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยเอกชนหวังว่า หลังจากมีรัฐบาลใหม่แล้วจะมีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณต่างๆ ที่ค้างอยู่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะแรงซื้อในช่วงไตรมาสสุดท้ายและเตรียมเสนอรัฐบาลใหม่ การแก้ไขกฎหมายและอุปสรรคการทำธุรกิจที่เกี่ยวข้อง การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี) ให้เป็นรูปธรรม , การเร่งเจรจาเขตการค้าเสรี ไทย-อียูเนื่องจากไทยถูกตัดสิทธิพิเศษอัตราภาษีศุลกากร (จีเอสพี)รวมถึงมาตรการส่งเสริมการใช้สินค้าไทย ( เมด อินไทยแลนด์)สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี)ปีนี้ คาดว่า ขยายตัว 2% ขณะที่การส่งออกขยายตัว 2.5 % ส่วนจีดีพีปีหน้าคาดว่า ขยายตัว 4.5– 5% เนื่องจากฐานปีนี้อยู่ในระดับต่ำรวมทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆและการมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศจะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นซึ่งต้องติดตามนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่เป็นอย่างไรจะสามารถกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภคของประชาชนได้หรือไม่ ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมไทย(ทีไอเอสไอ) เดือนก.ค. อยู่ที่ 89.7 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งเดือนธ.ค. 56 อยู่ที่ 88.3 เนื่องจากผู้ประกอบการเริ่มมั่นใจภาวะเศรษฐกิจที่จะขยายตัวดีขึ้นหลังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ และเชื่อว่าจะทำให้ยอดขายปรับตัวดีขึ้น ตามภาวะเศรษฐกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการภาคเอสเอ็มอี มีผลประอบการดีขึ้นชัดเจนขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่น ฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 103.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนมิ.ย. อยู่ที่ 101.9 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการแยกเป็นรายภาคพบว่า ปรับตัวดีขึ้นทุกภาค ยกเว้นภาคใต้เพราะราคาสินค้าเกษตรปรับลดลง โดยเฉพาะปาล์มน้ำมัน และยางพาราทำให้ผู้ประกอบการมองว่าจะกระทบต่อรายได้ของตน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สอท.หนุนบิ๊กตู่นั่งนายกฯFacebook Comments -

“ศุภชัย”แนะพัฒนานโยบายเศรษฐกิจ 4 ด้าน
นายศุภชัย พานิชภักดิ์ อดีตผู้อำนวยการใหญ่องค์การการค้าโลก(ดับบลิวทีโอ)และเลขาธิการการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (อังค์ถัด)กล่าวปาฐกถาเรื่อง “ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจยุคใหม่สู่การค้าที่ยั่งยืน”ว่า ต้องการเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่ให้ความสำคัญกับ4 นโยบายเศรษฐกิจหลักในการสร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืนประกอบด้วยการพัฒนาแรงงาน,การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้เป็นศูนย์กลางของภูมิภาค,การพัฒนากฎระเบียบต่างๆและการสร้างความโปร่งใส และการเร่งผลักดันการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของไทยกับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)และความร่วมมืออาเซียน + 6“แนวทางในการพัฒนาแรงงานนั้นยอมรับว่าแรงงานไทยยังมีมาตรฐานที่ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียซึ่งรัฐบาลควรให้ความสำคัญเรื่องแรงงานฝีมือให้มากขึ้นพร้อมทั้งกำหนดรายได้หรือเงินเดือนของแรงงานที่จบการศึกษาทางวิชาชีพให้เท่ากับผู้ที่จบปริญญาตรีจากอุดมศึกษาเพื่อรองรับความต้องการของภาคธุรกิจ ส่วนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนั้นนอกจากให้ความสำคัญการลงทุนในโครงการต่างๆที่มีอยู่ก็ต้องแก้ไขปัญหาเรื่องด่านตามชายแดนที่ยังมีอุปสรรค์ต่างๆสำหรับการค้า”นายศุภชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะพึ่งพากับเศรษฐกิจโลกมากเกินไปจนส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในแต่ละปีและที่สำคัญแนวโน้มเศรษฐกิจประเทศหลักๆของโลกที่ไทยส่งออกก็ขยายตัวต่ำหรือลดลงต่อเนื่องไม่ว่าจะเป็นกลุ่มยุโรป สหรัฐ และ ญี่ปุ่น ดังนั้นนอกจากจะพัฒนาปัจจัยต่างๆในประเทศแล้วไทยจำเป็นต้องให้ความสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจประเทศที่กำลังพัฒนามากขึ้นโดยการส่งเสริมให้เกิดการค้าและการลงทุนในต่างประเทศพร้อมๆกันทั้งนี้หากมีผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุนในต่างประเทศมากๆก็จะยิ่งผลักดันให้การส่งออกไทยเกิดความยั่งยืนมากขึ้นระหว่างไทยกับต่างประเทศขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมให้นักธุรกิจไทยไปเทคโอเวอร์กิจการสำคัญๆที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรมไทยเช่น กลุ่มอาหาร พลังงาน เหล็ก ยานยนต์และชิ้น รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ เป็นต้นโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรปหลายประเทศที่กิจการเหล่านี้ต้องการที่จะขายและที่สำคัญมีมูลค่าไม่สูงนักเนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัญหาเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มจะชะลอตัวอย่างหนักอีกรอบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ศุภชัย”แนะพัฒนานโยบายเศรษฐกิจ 4 ด้านFacebook Comments