นางระวีวรรณ เนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เปิดเผยถึงกรณีมีข่าวชายต้องสงสัยเสี่ยงติดเชื้ออีโบล่า เดินทางมาพักต่อเครื่องในสนามบินสุวรรณภูมิก่อนบินต่อไปเมียนมาร์ว่า ได้รับการยืนยันชายคนดังกล่าวเป็นชาวเมียนมาร์ ที่เคยไปทำงานในประเทศกินีที่มีการระบาดของอีโบลา และได้เดินทางมาต่อเครื่องสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังสรุปไม่ได้ว่ามีการติดเชื้ออีโบล่าหรือไม่ เพราะต้องรอผลการตรวจจากทางการเมียนมาร์ก่อน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างในการนำตัวไปเพาะเชื้อ และเฝ้าสังเกตอาการที่โรงพยาบาลในเมียนมาร์“ชาวเมียนมาร์รายนี้ ได้เดินทางจากประเทศกาตาร์ ด้วยสายการบินกาตาร์แอร์ไลน์ มาที่สุวรรณภูมิ ก่อนจะต่อเครื่องไปประเทศเมียนมาร์ ซึ่งหลังจากนั้นทางการเมียนมาร์พบว่ามีไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียส จึงได้กักตัวเพื่อรอดูผล และมีการสืบประวัติย้อนหลัง ซึ่งพบว่าเคยไปทำงานที่ประเทศกินีมาก่อน”อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชน อย่าตื่นตระหนกเพราะโรคอีโบล่าไม่ได้ติดต่อกันได้ทางลมหายใจ แต่ต้องติดต่อผ่านสารคัดหลั่งจากร่างกาย ซึ่งที่ผ่านมาสนามบินสุวรรณภูมิมีมาตรการป้องกันโรคระบาดตามกฎองค์การอนามัยโลก และกระทรวงสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด แต่จะต้องเพิ่มมาตรการป้องกัน ผู้โดยสารที่มาต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิอีกหรือไม่นั้น จะต้องรอทางกระทรวงสาธารณสุขประสานมาอีกครั้ง ซึ่งทาง ทอท.พร้อมดำเนินการตาม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุ่มพม่าเสี่ยงติดเชื้ออีโบล่า
Blog
-

หนุ่มพม่าเสี่ยงติดเชื้ออีโบล่า
Facebook Comments -

ไทยไลอ้อนแอร์ย้ำนักบินแข็งแรง
นายวรวุฒิ วงศ์โกสิตกุล ผู้อำนวยการ ฝ่ายปฏิบัติการบิน สายการบินไทย ไลอ้อน แอร์ เปิดเผยกรณีที่นักบินผู้ช่วยของชาวเนเธอร์แลนด์ สายการบินไทย “ไลอ้อนแอร์” หมดสติกลางอากาศ และเสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาลว่า การเกิดเหตุนี้ถือเป็นเหตุสุดวิสัย ไม่คิดฝันมาก่อน และรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะผู้เสียชีวิต ปีเตอร์ เอ็กซ์เบิร์ก ผู้ช่วยนักบิน ชาวฮอลแลนด์ วัย 47 ปี มาทำงานกับไทยไลอ้อนแอร์ตั้งแต่เริ่มเปิดสายการบินเมื่อปีที่แล้ว และโดยส่วนตัวก็มีสุขภาพแข็งแรงมาก ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคหัวใจมาก่อน และที่ผ่านมาได้ผ่านการทดสอบร่างกายอย่างละเอียดเมื่อเดือนก.พ.57 และผ่านการตรวจคลื่นหัวใจเมื่อมี.ค.57 ซึ่งไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ขอสรุปว่านายปีเตอร์ เสียชีวิตจากสาเหตุอะไร จะต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์เสียก่อน แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมาไทยไลอ้อนแอร์ มีการคัดเลือกและดูแลมาตรฐานด้านสุขภาพของนักบินอย่างเคร่งครัด ตามมาตรฐาน ของกรมการบินพลเรือน และมาตรฐานสากล จากสหราชอาณาจักร รวมถึงก็มีการฝึกนักบินเป็นอย่างดี ซึ่งอย่างในกรณีนี้แม้จะเกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น แต่นักบินก็สามารถควบคุมเครื่อง นำลงจอดได้อย่างปลอดภัยด้านนายวรเดช หาญประเสริฐ อธิบดีกรมการบินพลเรือน กล่าวว่า ได้รับรายงานว่าสายการบินไทยไลอ้อนแอร์ เที่ยวบิน เอสแอล8527 หาดใหญ่-ดอนเมือง เริ่มบินขึ้นเหนือท้องฟ้าไป 3,000 ฟุต และต่อมาขอบินวกกลับลงจอดใหม่ที่สนามบินหาดใหญ่อีกครั้ง หลังจากพบว่าผู้ช่วยนักบินเกิดหมดสติ และต่อมาทราบว่าได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งเรื่องนี้จะมีการตรวจสอบอีกครั้งว่าเกิดจากสาเหตุอะไร หรือเกิดจากข้อบกพร่องอันใดหรือไม่ แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมา กรมฯ มีการกำหนดมาตรฐานสุขภาพนักบิน ต้องตรวจสุขภาพทุก 1 ปี ส่วนคนที่เป็นโรคหัวใจ หากมีการทดสอบสุขภาพผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดก็สามารถเป็นนักบินได้ ไม่ได้มีข้อสั่งห้ามแต่อย่างใด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยไลอ้อนแอร์ย้ำนักบินแข็งแรงFacebook Comments -

เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ว่า ได้เร่งสรุปแผนโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมทั้งถนนราง ท่าเรือ ท่าอากาศยาน และสถานีสินค้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5พื้นที่ 6 ด่าน ให้เสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการแปรญัตติของบประมาณปี 58 เพิ่มอีก 5,000 ล้านบาทพร้อมกับต้องเร่งแก้ปัญหาความแออัดบริเวณด่านการค้าชายแดนต่างๆ โดยเฉพาะด่านแม่สอดจ.ตาก ด่านสะเดา จ.สงขลา ด่านบ้านคลองลึกและบ้านคลองใหญ่ จ.สระแก้ว ด่านมุกดาหารจ.มุกดาหาร ไปด้วยทั้งนี้ตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ในปี57 -64 รวมทั้งสิ้น 55 โครงการ แบ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 40 โครงการในจำนวนนี้เป็นแผนเร่งด่วน18 โครงการ วงเงิน 120,294.94 ล้านบาทซึ่งประกอบด้วยการขยายโครงข่ายถนนทั้งสายหลักและสายรองเพื่อเชื่อมต่อไปยังด่านต่างๆส่วนโครงสร้างพื้นฐานด่านศุลกากร 10 โครงการ 5,146.87 ล้านบาทเช่นการก่อสร้างด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 ก่อสร้างด่านอรัญประเทศแห่งที่ 2ก่อสร้างด่านพรมแดนคลองใหญ่(จุดผ่านแดนบ้านมหาดเล็ก) ขยายพื้นที่ลานตรวจสินค้าก่อสร้างที่พักอาศัยด้านศุลกากรปรับปรุงด่านพรหมแดนสะเดา(เดิม)และปรับปรุงด่านสะเดาใหม่ เป็นที่ต้นนางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้สรุปและติดตามความคืบหน้าการเตรียมแผนพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานต่างๆทั้ง6 ด่าน แต่มีการพิจารณาเฉพาะด่านแม่สอด ส่วนอีก 5 ด่านที่เหลือจะนัดสรุปในวันที่25 ส.ค.นี้ เพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการ กนพ. ต่อไป แต่ในภาพรวมพบว่าด่านค้าชายแดนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องความแออัดมากจะต้องมีการขยายพื้นที่บางส่วนมีแผนดำเนินการแต่ไม่มีคามคืบหน้า เช่นด่านแม่สอด จ.ตากเป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมFacebook Comments