Blog

  • ระดมมาตรการรัรกษาความปลอดภัย

    ระดมมาตรการรัรกษาความปลอดภัย

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานราชการ รวมถึงขอความร่วมมือภาคเอกชน ที่ให้บริการเดินทางสาธารณะ ทั้งระบบราง ถนน น้ำ และอากาศ เพิ่มแนวทางสร้างความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้หญิง และเด็ก เพื่อสร้างความเชื่อมั่น ในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งขณะนี้ได้นำร่องเปิดให้บริการรถไฟสำหรับผู้หญิงและเด็กไปแล้ว และได้รับผลตอบรับเป็นอย่างดีนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.กล่าวว่า ได้จัดโครงการที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรี เลดี ปาร์กิง ที่ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง โดยนำร่องเปิดที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นที่แรกวันที่ 12 ส.ค.นี้ โดยจัดพื้นที่อาคารจอดรถ 2 ชั้น 3 ทั้งชั้น จอดรถได้ 450 คัน พร้อมจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสตรีอำนวยความสะดวก แต่จะอนุญาตให้เฉพาะสุภาพสตรีที่เดินทางคนเดียว หรือมีเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีสามารถจอดรถได้เท่านั้นส่วนสนามบินแห่งอื่น ที่ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวงเชียงราย และท่าอากาศยานภูเก็ต ขณะนี้ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยจัดพื้นที่จอดรถเลดี ปาร์กิง บริเวณหน้าอาคารจอดรถผู้โดยสาร ส่วนท่าอากาศยานดอนเมือง มีแผนปรับปรุงที่จอดรถชั้น 3เอ และ 3 บีของอาคารจอดรถ 7 ชั้น เพื่อเป็นที่จอดรถสำหรับสุภาพสตรีจอดรถได้ 200 คัน ซึ่งจะใช้เวลาปรับปรุง 2 เดือน ส่วนท่าอากาศยานหาดใหญ่ และท่าอากาศยานเชียงใหม่ อยู่ระหว่างการดำเนินการเช่นกัน ขณะเดียวกันยังมอบนโยบายให้ท่าอากาศยานทุกแห่งพิจารณา ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง ติดตั้งกล้องวงจรปิด เพื่อให้ความปลอดภัยแก่ผู้ใช้บริการสูงสุดด้วยด้านนางเครือวัลย์ วงศ์รักมิตร กรรมการผู้อำนวยการสายงานบริหาร บริษัทนครชัยแอร์ จำกัด กล่าวว่า นครชัยแอร์ได้เปิดบริการโซนที่นั่งพิเศษ สำหรับผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรี หรือเลดี้โซน เริ่มตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค.นี้ เป็นต้นไป เพื่อสร้างความปลอดภัยและสะดวกสบายแก่ผู้หญิงที่เดินทางคนเดียว บนรถนครชัยแอร์เฟิร์สคลาส และโกลดผคลาสในทุกเที่ยว ทุกคัน โดยนำร้องก่อนเส้นทางจากกรุงเทพฯ ไปขอนแก่น มหาสารคาม หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี อุตรดิตถ์ เชียงใหม่ และเชียงราย”นครชัยแอร์ได้เพิ่มความสะดวกสบาย และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการบริการ ด้วยความปลอดภัย ให้กับลูกค้าประชาชน ผู้โดยสาร ที่ใช้บริการรถโดยสารสาธารณะ เปิดให้บริการสำรองที่นั่งแล้ว และมีผู้สนใจเลือกที่นั่งเลดี้โซนถึง 12,000 คน และความจะได้รับผลตอบรับเพิ่มต่อเนื่อง”นายประเสริฐ อัตตะนันทน์ รักษาการผู้ว่าการ การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.ได้เปิดให้บริการรถโดยสารปรับอากาศนั่งและนอนชั้นที่ 2 สำหรับสุภาพสตรีและเด็ก (เลดี้แอนด์ชิลเด้นท์คาร์) ไปแล้ว โดยนำร่อง 4 ขบวน เส้นทาง กรุงเทพ- เชียงใหม่ กรุงเทพ-สุไหงโกลก กรุงเทพ- อุบลราชธานี และกรุงเทพ-หนองคาย เส้นทางละ 1 โบกี้ต่อขบวน ขบวนละ 40 ที่นั่ง ซึ่งผลปรากฎว่าได้รับความนิยมจากประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงหยุดยาววันแม่แห่งชาติ มีผู้โดยสารจองใช้บริการเต็มเกือบทุกที่นั่งทั้งนี้ภายในรถโดยสารสุภาพสตรีและเด็ก มีการจัดพนักงานประจำรถ พนักงานปูเตียง พนักงานประจำตู้เสบียงและพนักงานทำความสะอาด รวมทั้งเจ้าหนัาที่ตำรวจเป็นผู้หญิงทั้งหมด และมีข้อกำหนดว่าผู้ใช้บริการจะต้องเป็นสุภาพสตรี หรือเด็กที่มีอายุไม่เกิน 10 ขวบ ความสูงไม่เกิน 150 ซม. พร้อมกับดูแลความปลอดภัยเข้มงวด ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 นด้านนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กำลังอยู่ระหว่างศึกษาจัดทำโครงการ เลดี แท็กซี่ หรือรถแท็กซี่สำหรับสุภาพสตรี โดยจะมีคนขับเป็นผู้หญิง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้โดยสารสุภาพสตรีมากขึ้น ซึ่งขณะนี้กำลังดูในรายละเอียด พร้อมทั้งหารือกับสหกรณ์แท็กซี่ รวมถึงผู้ประกอบการ และอู่แท็กซี่ ถึงข้อดีข้อเสียของการทำรถเลดี แท็กซี่ว่ามีความเหมาะสมในการทำรูปแบบใดรายงานข่าวแจ้งว่า การทำเลดี แท็กซี่ ยังติดปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ในการให้บริการ รวมถึงปัญหาการขาดแคลนคนขับที่เป็นผู้หญิงน้อย โดยฝ่ายเอกชนกังวลว่าหากผลักดันให้เกิดไป อาจทำให้ไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ เพราะรถเลดี้แท็กซี่จะรับได้เฉพาะผู้หญิงอย่างเดียว หากมีผู้ชายมาด้วยก็ขึ้นไม่ได้ จึงอาจต้องวิ่งรถเปล่านานกว่าปกติ ซึ่งอาจไม่คุ้มค่าเช่ารถและค่าเชื้อเพลิง ขณะเดียวกันยังห่วงว่าหากมีคนขับหญิง และรถแท็กซี่ออกมาน้อย ก็ทำให้โครงการไม่ค่อยได้รับนิยม ดังนั้นจึงเสนอให้กรมการขนส่งทางบกศึกษาหลักเกณฑ์รายละเอียดอย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์ ควบคู่ไปกับการสร้างความปลอดภัยเพิ่ม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ระดมมาตรการรัรกษาความปลอดภัย

  • ดันตั้งชุมชนท่องเที่ยว

    ดันตั้งชุมชนท่องเที่ยว

    พันเอกนาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทุกพื้นที่พิเศษไปดำเนินการจัดตั้งชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบ เพิ่มอีกอย่างน้อย 1 ชุมชน เพื่อผลักดันชุมชนในแหล่งท่องเที่ยวให้มีมาตรฐานมากขึ้น เพื่อสร้างรายได้ทางการท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น ภายหลัง ชุมชนต้นแบบ กว่า 13 แห่งที่นำร่องทำแผนพัฒนาเพิ่มเติมไปแล้ว ได้ทำรายได้ในชุมชนให้เพิ่มขึ้นกว่า 87% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน“ยอมรับว่า ทั้ง 13 ชุมชนต้นแบบ ที่ได้ดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์พัฒนาการท่องเที่ยวโดยชุมชนระยะ 4 ปี ที่เริ่มตั้งแต่ปี 55 ปัจจุบันชุมชนมีความรู้ความเข้าใจการบริหารจัดการพื้นที่ของตัวเองให้มีความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวมาก และสร้างจุดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาได้มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มนักท่อ งเที่ยวต่างชาติ จากนี้ก็จะต้องทำการพัฒนาแบบบูรณาการ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผิดชอบ และร่วมรับผลประโยชน์ไปด้วยกัน”ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาได้มอบหมายให้สำนักท่องเที่ยวโดยชุมชน (สทช.) ไปจัดทำเกณฑ์มาตร,ฐาน โดยมีทั้งหมด 5 ด้านได้แก่ การจัดทำกลุ่มท่องเที่ยวชุมชนมีการจัดการอย่างยั่งยืน ,การท่องเที่ยวโดยชุมชนมีการกระจายผลประโยชน์สู่ท้องถิ่น สังคม และคุณภาพชีวิต ,การท่องเที่ยวโดยชุมชนมีการอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรม ,การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบและยั่งยืน และ การบริการและความปลอดภัย โดยเกณฑ์มาตรฐาน ดังกล่าว พัฒนาขึ้นตามหลักเกณฑ์ ของ โกลบอล ซัสเทนเนเบิ้ล ทัวร์ริสซึ่ม ครีเทอเรียล และนำมาปรับให้เหมาะกับชุมชนของไทย เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับ 13 ชุมชนต้นแบบที่มีอยู่ปัจจุบัน ได้แก่ ชุมชนแหลมกลัด ชุมชนบ้านน้ำเชี่ยว จังหวัดตราด ชุมชนห้วยใหญ่ ชุมชนบ้านตะเคียนเตี้ย เมืองพัทยา ชุมชนนครชุม จังหวัดกำแพงเพชร ชุมชนบ้านคุกพัฒนา ชุมชนเมืองเก่าสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย ชุมชนกกสะทอน ชุมชนปลาบ่า จังหวัดเลย ชุมชนน่านในเวียง ชุมชนบ่อสวก จังหวัดน่าน ชุมชนบ้านไร่กองขิง และชุมชนสันลมจอย จังหวัดเชียงใหม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดันตั้งชุมชนท่องเที่ยว

  • รยส.ซื้อใบยาสูบเกินโควต้าช่วยชาวไร่

    รยส.ซื้อใบยาสูบเกินโควต้าช่วยชาวไร่

    น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ (รยส.) เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ รยส.ได้ลงพื้นที่หารือกับเกษตรกรชาวไร่ใบยาในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาผลผลิตเกิน โดยมีมติรับซื้อใบยาที่เกินโควต้าทั้งหมด 15% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้ง กำหนดให้เป็นบรรทัดฐานการรับซื้อใบยาเกินโควต้าในพื้นที่อื่นๆ ถือเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว 3 ปี ตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไร่ยาสูบทั้งนี้ โรงงานยาสูบมีหน่วยงานในส่วนภูมิภาค กระจายในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานยาสูบเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ สุโขทัย เพชรบูรณ์ บ้านไผ่ หนองคาย และนครพนม มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมการผลิตและรับซื้อใบยาจากชาวไร่ในสังกัด ทั้ง 3 ชนิดใบยา ประกอบด้วย ใบยาเวอร์ยิเนีย ใบยาเบอร์เลย์ และใบยาเตอร์กิซ ซึ่งกระบวนการจัดหาใบยามีระบบการดำเนินงานอย่างครบถ้วน โดยปัจจุบันมีชาวไร่ในสังกัดมากกว่า 17,000 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 100,000 ไร่ รับซื้อใบยาปีละกว่า 30-33 ล้านกิโลกรัม และคิดเป็นมูลค่าใบยาที่โรงงานยาสูบกระจายรายได้สู่เกษตรกรปีละ 2,800 ล้านบาทขณะเดียวกัน รยส.ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพใบยาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมให้ชาวไร่เพาะปลูกใบยาให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี เพื่อให้ใบยาสูบไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้ง จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ชาวไร่ สนับสนุนการสร้างโรงบ่มใบยาแบบประหยัดพลังงาน การส่งเสริมให้มีศูนย์เผยแพร่การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและชุมชนในท้องถิ่น"โรงงานยาสูบได้ให้ความสำคัญของคุณภาพใบยา ซึ่งจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค การสร้างความยั่งยืนให้ชาวไร่ที่ยึดอาชีพเพาะปลูกยาสูบเป็นหลัก รวมทั้งการดูแลคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นด้วยโดยเฉพาะการพัฒนาผลผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพใบยาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นส่งเสริมให้ชาวไร่ทำการผลิตใบยาสูบตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ตามกรอบของสมาคมวิทยาศาสตร์ยาสูบนานาชาติ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพที่ดี คุ้มค่าในการลงทุน เกิดการพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจไปสู่ระบบการเกษตรที่ยั่งยืน"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รยส.ซื้อใบยาสูบเกินโควต้าช่วยชาวไร่