Blog

  • ปลัดคมนาคม สั่งสอบเชิงลึก

    ปลัดคมนาคม สั่งสอบเชิงลึก

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า จากเหตุการณ์ปล้นรถไฟ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีมาตราการเข้มงวดในความปลอดภัย และเปิดโบกี้ เลดี้ สำหรับผู้หญิง แต่กลับกลายเป็นว่ามีการโจรกรรมในรถไฟขบวนดังกล่าว ดังนั้นจึงให้รถไฟสอบสวนข้อเท็จจริงในเชิงลึ กร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องนี้จะไม่ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดด้านนายออมสินชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด รฟท. กล่าวว่า ได้กำชับให้ร.ฟ.ท. เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพราะอยู่ในความสนใจของสังคม โดยจะต้องสรุปความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน และเบาะแสเบื้องต้นในคดีนี้ รายงานให้ตนได้รับทราบภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจจะไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนให้สื่อมวลชนรับทราบได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี และอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสักระยะ เนื่องจากจะต้องเชิญคนที่โดยสารมาในโบกี้ที่เกิดเหตุทั้ง 32คน มาสอบสวนให้ครบก่อน จึงจะทราบความชัดเจนทางคดี ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวด โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ และพนักงานรถไฟออกเดินตรวจความปลอดภัยทุก ๆ โบกี้ขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2เพิ่มเติมในยามวิกาลเวลา 24.00-05.00 น.ของทุก ๆ วัน โดยเฉพาะกรณีคนร้ายแฝงตัวเป็นผู้โดยสาร มานั่งอยู่ในตู้เดียวกัน ซึ่งจะฉวยโอกาสขณะที่ผู้โดยสารรายอื่นหลับ เข้ารื้อค้นและลักทรัพย์และเร่งรัดให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2 ในเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก เช่น เส้นทางสายใต้ และสายอีสานเบื้องต้น จะนำร่องติดตั้งกล้องในขบวนเลดี้โบกี้ก่อน 10 โบกี้รวม 100 ตัวให้เสร็จใน 3 เดือน ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนขบวนรถนอนชั้น 1 และ 2 ที่ไม่ใช่เลดี้โบกี้ ซึ่งเป็นขบวนที่เพิ่งเกิดเหตุลักขโมยนั้น ร.ฟ.ท. จะติดตั้งกล้องเพิ่มเติมด้วยเช่นกันแต่ต้องหารือรายละเอียดร่วมกับผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะติดตั้งจำนวนเท่าไรเพราะร.ฟ.ท.จะต้องกลับไปพิจารณาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่ายด้วย“การติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในขบวนรถนอน น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องของภาพสั่นไหว เหมือนกับรถขบวนท้องถิ่นสายใต้ที่ร.ฟ.ท.เคยติดตั้งไปแล้ว รวมทั้งกล้องชุดใหม่ ที่จะซื้อจะต้องเป็นกล้องที่มีคุณภาพดี สามารถบันทึกภาพได้นิ่งซึ่งเชื่อว่ากล้องวงจรปิดที่มีการขายกันในตลาดในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ ที่ราคาไม่แพงและมีระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพ ซึ่งจะเร่งติดตั้งในขบวนที่ไม่ใช่เลดี้คาร์ ให้ได้บางส่วนก่อนภายในปีนี้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดคมนาคม สั่งสอบเชิงลึก

  • ทัวร์เอสเอ็มอีปิดกิจการหนีขาดทุน

    ทัวร์เอสเอ็มอีปิดกิจการหนีขาดทุน

    นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัททัวร์ที่ทำตลาดรัสเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ได้ทยอยปิดบริษัทแล้ว เนื่องจากไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารกิจการ เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ประกอบกับผลกระทบจากการเมือง ที่ยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จึงขาดเงินทุนหมุนเวียนในระยะยาวด้วย ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงบริษัทรายใหญ่เท่านั้น ที่ยังมีสายป่านแข็งแรง ประคองบริษัทอยู่ได้นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศของรัสเซียเองที่ชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้บริษัททัวร์ของรัสเซียต้องปิดตัวลงด้วย ดังนั้นจึงเป็นการตัดช่องทางสำคัญในการเดินทางมาประเทศไทยด้วยเช่นกัน“ยอมรับว่าปัจจุบันทัวร์รัสเซีย เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยน้อยลงเรื่อย ๆ และ ขณะนี้มีเพียงรายใหญ่ ๆ เท่านั้น ที่อยู่ได้ หลังจากนี้จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดส่วนกรณีที่มีทัวร์รัสเซีย นำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวแล้ว ลอยแพนักท่องเที่ยว ไม่มีการส่งกลับประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง”ทั้งนี้ตัวเลขของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่เดินทางมาไทยตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ค.57พบว่ามี 296,030 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 384,506 คน หรือลดลงถึง 23%ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยว 13.62 ล้านคน ลดลง 10.47% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 631,013.38 ล้านบาท ลดลง 7.59% ด้านตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียในเดือน ก.ค.มีนักท่องเที่ยว 57,076 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 71,899 คน หรือลดลง 25%ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัททัวร์รัสเซียถึง 3 แห่ง ลอยแพนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วกว่า 50,000 คน เนื่องจาก บริษัทปิดตัวลง เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยเป็นอย่างมาก ทำให้ค่าเงินลดลงถึง 11% จากระดับสูงสุดที่เคยลดลงเมื่อเดือนก.ย.ปี56

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทัวร์เอสเอ็มอีปิดกิจการหนีขาดทุน

  • “อีซี่ แท็กซี่” หวังสิ้นปียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้ง

    “อีซี่ แท็กซี่” หวังสิ้นปียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้ง

    วันนี้(5 ส.ค.) ที่โรงแรมเอส 31 ถนนสุขุมวิท มีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวแอพพลิเคชั่นอีซี่แท็กซี่ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ โดยนายเฟลิปเป้ คาซินสกี้ ซีอีโอ อีซี่ แท็กซี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า อีซี่แท็กซี่ถือกำเนิดจากกลุ่มสตาร์ทอัพประเทศบราซิล เมื่อปี 2011โดยปัจจุบันเปิดให้บริการใน 32 ประเทศทั่วโลกและได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนแล้วประมาณ 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อนำไปขยายธุรกิจในประเทศต่างๆโดยมีเป้าหมาย คือประเทศในทวีปแอฟริกา และในเอเชีย ฯลฯ“จุดเด่นของอีซี่แท็กซี่ที่แตกต่างจากแอพเรียกแท็กซี่ทั่วไป คือ มีคุณภาพและบริการที่ดีกว่าและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงเครื่องเพียงครั้งเดียวก็สามารถนำไปใช้ในประเทศอื่นๆที่มีบริการได้โดยข้อมูลจะปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่นั้นๆด้วยการจับจีพีเอสและสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฎิบัติไอโอเอส แอนดรอยด์ วินโดว์โฟนและแบล็คเบอร์รี่และเตรียมจะเปิดให้ชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตได้ในอีก 2 เดือน ข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันอีซี่แท็กซี่ถือเป็นแอพเรียกใช้บริการแท็กซี่อันดับหนึ่งของโลกมีแท็กซี่ลงทะเบียนทั่วโลกแล้ว 185,000 คัน”นายณัฐภัค อติชาติการ กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ อีซี่ แท็กซี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ในไทยอีซี่แท็กซี่เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 10 เดือนแล้ว ซึ่งมีแท็กซี่ที่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้ ว8,000 คัน สิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มเป็น 28,000 คัน และมียอดดาวน์โหดแอพพลิเคชั่นแล้วประมาณ 5 แสนครั้ง สิ้นปีตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 1 ล้านครั้ง โดยแผนต่อจากนี้ไปเตรียมจะเพิ่มพันธมิตรธุรกิจชั้นนำให้มากขึ้นและเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ให้บริการในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ตและขอนแก่น ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมายเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการแท็กซี่อันดับ 1 ในไทยด้วย ซึ่งลูกค้าที่เรียกใช้บริการจะต้องรอแท็กซี่มารับเฉลี่ยประมาณ 10 นาที ตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ลูกค้ารอไม่เกิน 5 นาทีในอนาคต“ผู้ใช้บริการที่เรียกแท็กซี่จะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นอีก 2 0บาท จากราคามิเตอร์ โดยในส่วนนี้จะเป็นรายได้ของคนขับแท็กซี่ บริษัทไม่ได้มีการหักในส่วนนี้ เนื่องจากต้องการขยายฐานจำนวนแท็กซี่ให้เพิ่มมากขึ้นและคนขับมีรายได้อย่างเต็มที่จากการใช้แอพพลิเคชั่น เพราะไม่ต้องขับรถหาลูกค้าช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงและมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของรายได้หลักของบริษัทจะมาจากค่าโฆษณาบนแอพพลิเคชั่นซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อีซี่ แท็กซี่” หวังสิ้นปียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้ง