นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีที โดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้จัดกิจกรรมการฝึกอบรมวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ ภายใต้โครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(Cyber Scout) ให้กับบุคลากรทางด้านการศึกษาของสถานศึกษาต่างๆได้แก่ ครู-อาจารย์ทางด้านลูกเสือ ครู-อาจารย์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งกระทรวงไอซีที ได้สนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ ทั่วถึงและคุ้มค่า เพื่อให้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การให้หรือรับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนการเผยแพร่และเข้าถึงข้อมูลที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงการเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานและสังคมออนไลน์จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญในการคัดกรองหรือเลือกที่จะเข้าถึงรวมทั้งช่วยกันสอดส่องสื่อที่ไม่เหมาะสมเหล่านั้น ดังนั้น การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์จึงมีความจำเป็นโดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมมือกันส่งเสริม และปกป้องให้สังคมไทยเกิดความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ตลอดจนร่วมมือเป็นหูเป็นตาให้แก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อรู้เท่าทันการใช้สื่อการลด และการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม สำหรับการฝึกอบรมวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ภายใต้โครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Cyber Scout) กำหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 29 สิงหาคม 2557 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)กับสถานศึกษา จำนวน 200 แห่ง ในวันที่ 29สิงหาคม 2557 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวท่าชัยโฮมสเตย์อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ในการทำหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้ ICTอย่างสร้างสรรค์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวิจารณญาน รู้เท่าทัน และการนำICT มาใช้ได้อย่างเหมาะสม ให้กับเด็กนักเรียนในสถานศึกษาซึ่งจะร่วมเป็นอาสาสมัครลูกเสือไซเบอร์ต่อไป “ต่อไปเด็กนักเรียนจะช่วยกันสอดส่องดูแลภัยอันตรายและเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อสถาบันรวมถึงความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนเพื่อเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับภาคประชาชนที่จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีบุคลากรทางด้านการศึกษาจากสถานศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมฯ กว่า 200 คน”นางเมธินี กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีทีผนึกสถานศึกษา 200 แห่ง ปั้นแกนนำลูกเสือไซเบอร์
Blog
-

ก.ไอซีทีผนึกสถานศึกษา 200 แห่ง ปั้นแกนนำลูกเสือไซเบอร์
Facebook Comments -

“KNIGHTTEK” คว้า สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์
วันนี้(5 ส.ค.) ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดา นายฉัตรชัยคุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ซิป้าได้จัดโครงการซอฟต์แวร์ตีแตกถือเป็นเวทีการแข่งขันที่จะปั้นให้เป็นนักธุรกิจซอฟต์แวร์มืออาชีพ เพื่อก้าวเป็น“เซียนซอฟต์แวร์” ด้วยการคัดเลือกนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วประเทศทั้งระดับมืออาชีพ และนักเรียนนักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการฯ ทั้งซอฟต์แวร์ด้านการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ สุขภาพ การศึกษา อาหารและการเกษตร อัญมณี ดิจิทัลคอนเทนต์ และ NewMedia และซอฟต์แวร์ด้านอื่นๆ ซึ่งเปิดรับสมัครเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประกาศผลคัดเลือกผู้ชนะได้เซียนซอฟต์แวร์ 8 ทีม ประกอบด้วย ภาคเหนือคือ ทีม SoGoodWeb ทีม Clear Projects ภาคใต้คือ ทีม School Os ทีม faceBIZ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือทีม Digix ทีม Ideon ภาคกลาง คือ ทีม ROOMLINKSAAS ทีม KNIGHTTEK จาก 40 ทีมที่สมัครร่วมแข่งขันโครงการฯระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ปรากฏว่าผลผู้ชนะเลิศสุดยอดเซียนซอฟต์แวร์คือ นายโสภณ เตตะยานนท์ ซีอีโอ ทีมKNIGHTTEK ผลงานซอฟต์แวร์ โมบาย แอพพลิเคชั่น มาใช้งานกับระบบแบ็คออฟฟิศเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพของกิจการ เอสเอ็มอี ทั้งระบบตรวจสอบลดต้นทุน โดยซอฟต์แวร์สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งนี้ การแข่งขันชิงแชมป์สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์ระดับประเทศโดยมีกรรมการตัดสินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเทคโนโลยี ดังนี้ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัยอาจารย์ ปานระพี รพิพันธุ์ ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นการสร้างเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยก้าวสู่มืออาชีพอย่างสมบูรณ์ และโครงการซอฟต์แวร์ตีแตกนี้ จะช่วยส่งเสริมผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดไอทีที่ยังต้องการบุคคลากรด้านนี้อีกมาก โดยปีที่ผ่านมาได้สำรวจความต้องการนักซอฟต์แวร์ ปรากฏว่ายังขาดแคลนถึง 8,136 คน “ซิป้า จึงเร่งผลักดันบุคลากร นักธุรกิจซอฟต์แวร์หน้าใหม่สู่ตลาดโดยเฉลี่ยปีละ 20,000 คน โดยที่เราจะเข้าไปสนับสนุน ปีละ 400-500คน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเทนต์ ขยายตัวเต็มปี ทั้งนี้ ในปี 2558 ตลาดนี้จะขยายตัวมีมูลค่ามากว่า 40,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตถึง 8%” นายฉัตรชัยกล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “KNIGHTTEK” คว้า สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์Facebook Comments -

บางจากเสนอซื้อข้าวเน่าแลกเลิกขายเบนซิน 95
นายวิเชียร อุษณาโชติ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้แจ้งพล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ เลขานุการคณะที่ปรึกษาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งเป็นคณะกรรมการบมจ.บางจากฯ ว่า บางจากฯ พร้อมที่รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ (ข้าวเน่า) จากโครงการรับจำนำข้าวของภาครัฐ มาผลิตเอทานอล แต่ทั้งนี้ ต้องการให้คสช.พิจารณายกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน 95 เพื่อขยายปริมาณการใช้เอทานอลเพิ่มขึ้น เพราะหากรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ เท่ากับว่า โรงงานเอทานอล จะใช้ผลผลิตจากมันสำปะหลังลดลง และจะกระทบเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าจะรับซื้อปริมาณข้าวเสื่อมคุณภาพจากรัฐ มาทำเอทานอลได้เท่าไร ราคารับซื้อเป็นอย่างไร เพราะต้องรอให้ภาครัฐระบุให้ชัดก่อน ว่าข้าวเสื่อมคุณภาพในสต๊อกรัฐบาล มีเท่าไร และขณะนี้ได้เตรียมความพร้อมในการรับซื้อ โดยอยู่ระหว่างการศึกษาปริมาณ คุณภาพแป้งในข้าว ว่าจะสามารถผลิตเอทานอลได้อย่างไรบ้าง และมีต้นทุนการผลิตเปรียบเทียบกับมันปะหลัง ราคาต่างกันแค่ไหน“การรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพจากรัฐบาล เพื่อเป็นการช่วยเหลือรัฐบาล ในการบริหารข้าวเสื่อมคุณภาพในขณะนี้ ส่วนที่ต้องการให้รัฐพิจารณายกเลิกใช้เบนซิน 95 เนื่องจากต้องการขยายปริมารการใช้เอทานอลมากขึ้น เพราะหากใช้ข้าวผลิตเอทานอล ก็ต้องใช้มันสำปะหลังลดลง จะกระทบต่อผู้ปลูกมันสำปะหลัง โดยขณะนี้ยอดใช้อยู่ที่ 2.87ล้านลิตรต่อวันเท่านั้น และขณะนี้รถทั้งหมด ทั้งมอเตอร์ไซค์ รถหรู รถยนต์ต่าง ๆ สามารถใช้แก๊สโซฮอล์ได้แล้วทั้งหมด แต่หากรัฐบาลให้รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ แต่ยังไม่ยกเลิกใช้เบนซิน 95 ก็ต้องดูกันอีกครั้ง ว่าจะกระทบผู้ปลูกมันสำปะหลังหรือไม่”ส่วนผลการดำเนินงานในปีนี้มั่นใจว่า บางจาก ฯ จะมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษี และค่าเสื่อมราคา (อิบิทด้า) จะเป็นไปตามเป้าหมาย 10,000 ล้านบาท มาจากรายได้โรงกลั่นน้ำมัน และค้าปลีกน้ำมัน 70% และมาจากธุรกิจใหม่ และพลังงานทดแทนอีก 30% และในปี 63 อิบิด้าจะอยู่ที่ 25,000 ล้านบาท จะเป็นรายได้จากโรงกลั่นน้ำมันและการขายปลีกน้ำมัน 50% ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะมาจากธุรกิจใหม่และพลังงานทดแทนนอกจากนี้ บางจากยังได้เข้าซื้อหุ้นของบริษัทนิโด้ ปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย ที่ดำเนินธุรกิจด้านการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียมสัดส่วน 19.66% มูลค่า22.2ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 670 ล้านบาท และได้เสนอขอซื้อหุ้นนิโด้จากผู้ถือหุ้นที่เหลือทั้งหมดในราคาเดียวกัน เป็นการเสนอซื้อนอกตลาดหลักทรัพย์ ด้วยเงินสดวงเงินรวมไม่เกิน 98.2 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ2,950ล้านบาท เมื่อรวมกับครั้งก่อน คิดเป็นวงเงินทั้งสิ้น 120.4 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 3,620 ล้านบาท การเข้าซื้อหุ้นครั้งนี้จะทำให้บางจากฯ มีวัตถุดิบของตัวเองและดำเนินธุรกิจครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำแหล่งข่าวจากบมจ.ปตท. กล่าวถึงกรณีนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะบอร์ดบมจ.ปตท.ระบุว่าจะให้บมจ.ปตท.รับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพที่มีอยู่ในสต็อกโครงการรับจำนำข้าว100,000ตัน เพื่อนำไปผลิตเอทานอล ว่า ในส่วนของปตท.ไม่มีโรงผลิตเอทานอลเป็นของตัวเอง จึงไม่สามารถผลิตได้ แต่ถ้าต้องให้ปตท. ต้องรับซื้อจริง คงจะต้องให้บริษัทที่ปตท.ถื อหุ้นที่มีโรงผลิตเอทานอล คือ บมจ.ไทยออยล์ และบมจ.บางจากฯ เป็นผู้รับซื้อแทน ส่วนราคารับซื้อจะเป็นอย่างไร จะต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง ส่วนสถานีบริการน้ำมันที่ยังจำหน่ายเบนซิน 95 เช่นปั๊มปตท., ปั๊มเชลล์,ปั๊มเอซโซ่,ปั๊มคาลเท็กซ์ ขณะที่ปั๊มบางจาก ฯ ยกเลิกการจำหน่ายเบนซิน 95 เน้นการผลิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ซึ่งมีส่วนผสมจากเอทานอลรายงานข่าวจากกระทรวงการคลั งกล่าวว่า เบื้องต้นได้คำนวณต้นทุนข้าวที่รับจำนำจะเฉลี่ยอยู่ที่ 24,000 บาทต่อตัน เป็นในส่วนของค่ารับจำนำ 15,000 บาทต่อตัน ค่าใช้จ่ายสีข้าว ค่าเก็บดูแลรักษา และต้นทุนดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่กระทรวงการคลัง คาดว่าจำนวนข้าวที่เสียหาย 1 แสนตันนั้น จะคิดเป็นมูลค่า2,400 ล้านบาท ซึ่งยังไม่รู้ว่าปตท.จะรับซื้อในราคาดังกล่าวหรือไม่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บางจากเสนอซื้อข้าวเน่าแลกเลิกขายเบนซิน 95Facebook Comments