2 เดือนเต็ม คนไทยเตรียมตัวเพลิดเพลิน เปิดโลกทัศน์กับนิทรรศการอวกาศ “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” ภายใต้แนวคิดจินตนาการสำคัญกว่าความรู้ อาสาสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้เด็กและเยาวชน หันมาสนใจด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น นางศุภจี สุธรรมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงนิทรรศการดังกล่าวว่า จะเป็นการกระตุ้นให้เด็ก นักเรียน นักศึกษา เยาวชนชาวไทย ได้เข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจให้ตัวเอง สร้างองค์ความรู้ผ่านจิตนาการ ซึ่งคาดหวังว่านิทรรศการนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลให้สัดส่วนเด็กหันมาสนใจเรียนด้านวิทยาศาสตร์มากขึ้น เพื่อเป็นการสร้างบุคลากรที่มีคุณภาพให้ประเทศต่อไปได้ สำหรับงานนิทรรศการฯ ดังกล่าวจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 ธ.ค. 57–1 ก.พ. 58 บนพื้นที่บางกอกคอนเวนชัน เซ็นเตอร์ ชั้น 5 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยเป็นการร่วมมือของ 3 รายใหญ่ นำโดยหัวเรือใหญ่อย่าง บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ภายใต้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ด้านนายเอกชัย ภัคดุรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อํานวยการอาวุโส ส่วนงานกิจการองค์กร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นิทรรศการฯที่จัดแสดงในไทย จะปรับรูปแบบให้เหมาะสมกับคนไทย โดยการเน้นอินเตอร์แอ๊คทีฟ มีการให้ความรู้ผ่านนักศึกษามาเป็นไกด์ร่วมกับบุคลากรของไทยคม รวมถึงนักเรียนคนหูหนวก เข้ามาร่วมให้ข้อมูล นิทรรศการฯ เพื่อส่งเสริมความเท่าเทียมกันในสังคม จึงเปิดโอกาศให้นักเรียนพิการด้านหูหนวกได้เข้ามาหาแรงบันดาลใจเหมือนคนปกติ โดยนิทรรศการฯ จะเสนอนวัตกรรมทางด้านวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับอวกาศของประเทศไทยมาจัดแสดง อาทิ ชิ้นส่วนดาวเทียมลำแรกของไทย ไอพีสตาร์ และอุปกรณ์ความก้าวหน้าต่าง ๆ ร่วมกับสํานักงานเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ GISTDA ข้อมูลของดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาล ตั้งแต่ ดาวพุธ, ดาวศุกร์, โลก, ดาวอังคาร, ดาวพฤหัส, ดาวเสาร์, ดาวยูเรนัส, ดาวเนปจูน และดาวพลูโต ทั้งนี้การแสดงข้อมูลจะเป็นแบบอินเตอร์แอ๊คทีฟสนุกสนานเหมือนการเล่นเกม นอกจากนี้คนไทยจะชมไฮไลต์ชุดนัก บินอวกาศจําลองที่ Neil Armstrong ใส่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ ประตูยานอพอลโลจําลอง ยานอวกาศ วิวัฒนาการชุดนักบินอวกาศ ดาวเทียม รถยนต์อวกาศ หุ่นยนต์อวกาศ อาหารอวกาศ ห้องน้ําอวกาศ เครื่องมือติดต่อสื่อสาร ความมานะอดทน และนวัตกรรมการ ดํารงชีวิตของมนุษย์อวกาศ ตั้งแต่การแต่งตัว อาหารการกิน และชีวิตประจําวันทั่วไป เด็ดสุดเพื่อเป็นการให้คนไทยใกล้ชิดมากขึ้น จะมีกิจกรรมถ่ายรูปในชุดนักบินอวกาศเป็นครอบครัว ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้งานนิทรรศการมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (องค์การนาซา) ได้เลือกประเทศไทยให้จัดนิทรรศการเป็นครั้งที่ 6 ต่อจากประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเห็นว่ามีศักยภาพและมีความสนใจด้านอวกาศ “นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์” ถือเป็นอีกนิทรรศการระดับโลกที่น่าสนใจ ที่ยกมาไว้ให้คนไทยได้ชม ปลายปีเจอกัน. สุรัสวดี สิทธิยศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สร้างแรงบันดาลใจผ่าน‘นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์’
Blog
-

สร้างแรงบันดาลใจผ่าน‘นาซา เอ ฮิวแมน แอดเวนเจอร์’
Facebook Comments -

ทีดีอาร์ไอแนะตั้งวันสต๊อปเซอร์วิสบริการภาครัฐ
นายอิสรกุล อุณหเกตุ นักวิชาการสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า ได้เสนอให้แก้ไขร่างพ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ที่ผ่านการเห็นชอบจากครม.มาตั้งแต่ปี 55 แต่ยังไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากรัฐสภา โดยให้แก้ไขมาตรา 14 กำหนดให้ครม.ออกพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งศูนย์รับคำขออนุญาต เพื่อช่วยลดต้นทุนปัญหาการขออนุญาตต่าง ๆ ของประชาชน ที่ต้องมาติดต่อกับหน่วยงานหลายแห่งให้เป็นไปในลักษณะคล้ายกับศูนย์บริการออกใบอนุญาตณ จุดเดียวทั้งนี้การจัดตั้งศูนย์ดังกล่าว ควรกำหนดเวลาของการขอรับอนุญาตให้ชัดเจน คู่กับการส่งเสริมให้ประชาชนใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ขออนุญาตจากภาครัฐ รวมทั้งให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เผยแพร่คู่มือสำหรับประชาชน และการยื่นคำขออนุญาตผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะการกำหนดเวลา จะช่วยปิดช่องทางการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ พร้อมให้เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งผู้ขออนุญาตทันที หากรายการเอกสาร หรือหลักฐานไม่ถูกต้อง แต่ไม่ให้เรียกเอกสารเพิ่มเติม หรือปฏิเสธคำขอได้ หากรายการเอกสาร หรือหลักฐานถูกต้องแล้ว นอกจากนี้ยังกำหนดให้เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดทางวินัย หรือต้องถูกดำเนินคดี หากตรวจสอบคำขอ และรายการเอกสา รหรือหลักฐานโดยประมาทหรือทุจริต“แม้ว่าการแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในภาครัฐ กฎหมายจะเป็นเครื่องมือสำคัญ ในการควบคุมกิจกรรมทางสังคม และเศรษฐกิจ แต่หากควบคุมโดยใช้กฎหมาย และกฎระเบียบมากเกินไป ก็ย่อมสร้างภาระต้นทุนแก่สังคม และส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ โดยเฉพาะขั้นตอนทางกฎหมาย และกฎระเบียบที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และใช้เวลานานเกินความจำเป็น ซึ่งในหลาย ๆ กรณีกระบวนการพิจารณาอนุญาต ทำให้เกิดความล่าช้ากับการประกอบกิจกรรมทางเศรษฐกิจของประชาชนในภาคธุรกิจ ขณะเดียวกัน ขั้นตอนพิจารณาอนุญาตเหล่านี้ ยุ่งยาก ซับซ้อน และใช้เวลานาน จึงสร้างต้นทุนมากเกินความจำเป็น และให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่ในการใช้ดุลพินิจมาก ก็จะนำไปสู่การทุจริตคอร์รัปชั่นได้”อย่างไรก็ตาม ยังเสนอให้ก.พ.ร.ประเมินต้นทุนการพิจารณาอนุญาตแต่ละแบบ ที่ประชาชนต้องรับภาระ ทั้งต้นทุนที่เป็นตัวเงิน และเวลารวมถึงความถี่ หรือปริมาณการขออนุญาตนั้น ๆ ก่อนเปิดเผยข้อมูลต้นทุนดังกล่าว ให้ประชาชนโดยทั่วไปรับทราบ โดยอาจกำหนดให้ต้องรายงานผลเป็นประจำทุกปี รวมทั้งต้องแก้ไขมาตรา6กำหนดให้ก.พ.ร.ปรับปรุงกฎหมาย เพื่อยกเลิกการอนุญาต หรือให้มีมาตรการอื่นแทนการอนุญาต โดยรับฟังความเห็นจากหน่วยงานผู้อนุญาต และผู้มีส่วนได้เสีย จากนั้นจึงเสนอให้ครม.พิจารณาสำหรับพ.ร.บ.ฉบับนี้ มีเป้าหมายที่ต้องการปรับปรุงการขออนุญาตภาครัฐ ทั้งในส่วนการประกอบธุรกิจ และการขออนุญาตต่าง ๆ ที่ประชาชนต้องขอจากภาครัฐ โดยเน้นปรับปรุงสองส่วนคือลดต้นทุนเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มความโปรงใส เพิ่มความรับผิดชอบ ซึ่งการลดต้นทุน และเพิ่มประสิทธิภาพปัจจุบันการประกอบกิจการ หรือการดำเนินการต่าง ๆ ประชาชนต้องดำเนินการผ่านการอนุมัติการอนุญาต การออกใบอนุญาตการขึ้นทะเบียน โดยภาครัฐ เพราะกฎหมายหลายฉบับไม่ได้กำหนดระยะเวลา และขั้นตอนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีดีอาร์ไอแนะตั้งวันสต๊อปเซอร์วิสบริการภาครัฐFacebook Comments -

ตลาดอสังหาครึ่งปีหลังแข่งเดือด
นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมที่แข่งขันปล่อยสินเชื่อคอนโดมิเนียมให้ลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 30% เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ และพร้อมโอน 63,000 ยูนิต คิดเป็นเงิน 136,000 ล้านบาท จากตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้มียอดขาย 570,000 ล้านบาท สูงกว่าตัวเลขเดิมที่คาดการณ์ไว้ 470,000 ล้านบาท เพราะมีความเสี่ยงต่ำ และลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่มีรายได้ประจำ ขณะที่การซื้อเพื่อเก็งกำไรลดลงสำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) 0.80% ส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2%“ปัจจุบันสินเชื่อที่อยู่อาศัย คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีอยู่ที่ 4.25-4.50% ต่อปีหากคอนโดฯ ที่มีการแข่งขันรุนแรงธนาคา รพร้อมจะลดดอกเบี้ยให้อีก 0.25% และปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย 100,000 ล้านบาท ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 50,000 ล้านบาท มียอดสินเชื่อเติบโตสุทธิ 20,000 ล้านบาท และสิ้นปีนี้พอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ 520,000 ล้านบาทด้านนายอำนวย ศรีพูนสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและกฎหมาย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะฟื้นตัวตามความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ที่จะมีกำลังซื้อเพื่อการเก็งกำไร และเพื่ออยู่อาศัยจริงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์นั้น มองว่าถ้าเป็นในเมืองจะค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ และทำเล ส่งผลให้การเติบโตยังไม่มากนัก“พื้นที่ในเมืองนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นไปที่คอนโดฯเป็นหลัก เนื่องจากใช้พื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่ากว่า ส่วนบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์นั้น มองว่าแถบชานเมืองหรือนอกเมือง จะมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าเช่นเดียวกับบ้านมือสอง เนื่องจากราคาถูกกว่าและทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างดี"นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านมองว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังนี้เช่นกัน โดยเฉพาะปัจจัยบวกจากการเดินหน้าโครงการลงทุนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ความเชื่อมั่นทางการเมือง ส่งผลให้ประชาชนมั่นใจที่จะสร้างบ้านอีกครั้ง แม้ว่าจะทำให้การแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานก็ตาม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดอสังหาครึ่งปีหลังแข่งเดือดFacebook Comments