Blog

  • ไทยคมเผยทีวีดาวเทียม-เคเบิลครองพื้นที่มากกว่า

    ไทยคมเผยทีวีดาวเทียม-เคเบิลครองพื้นที่มากกว่า

    แม้กสทช. แจกคูปองให้แลกเฉพาะกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์  และทีวีดิจิตอล  ก็ไม่กระทบไทยคม เหตุทีวีผ่านเคเบิลดาวเทียมออกอากาศครอบคลุมพื้นที่กว่า 70% นางศุภจี  สุธรรมพันธุ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันยอดการรับชมทีวีผ่านระบบดาวเทียมและเคเบิลทีวี มีจำนวนกว่า 70% ถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถเข้าถึงและครอบคลุมประชากรได้ทั่วถึง การที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอล ผ่านการแจกจ่ายคูปองเงินสดส่วนลดราคา 690 บาท เพื่อแลกซื้อทีวีดิจิตอล ที่มีจูนเนอร์ในตัวเครื่อง และกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ ดิจิตอล (ดีวีบี ที 2 ) นั้น  ไม่กระทบธุรกิจของไทยคม ทั้งนี้ กรณีที่ กสทช.ไม่สนับสนุนให้การแลกกล่องทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวี เข้าร่วมโครงการด้วย ไทยคม มองว่าอาจทำให้คนดูรับชมไม่ทั่วถึง เนื่องจากการออกอากาศทีวีดิจิตอลในขณะนี้ยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่  เป็นไปตามการขยายโครงข่ายทีวีดิจิตอล หรือในขณะที่โครงข่ายที่ให้บริการแล้ว แต่ประชาชนยังไม่สามารถรับชมได้เนื่องจากอาจมีจุดอับสัญญาณ มีตึกสูงบังสัญญาณ  ส่งผลให้เกิดความไม่เสถียรในการรับชมทีวีดิจิตอล ปัจจุบันไทยคมดำเนินการตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไป(มัสต์ แคร์รี่) ที่บังคับให้ผู้ประกอบการช่องรายการทีวีดิจิตอล ต้องส่งสัญญาณขึ้นดาวเทียม เพื่อให้ผู้ให้บริการทีวีดาวเทียมและเคเบิลทีวีออกอากาศทีวีดิจิตอล ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการเจรจากับผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม  เพื่อจัดระเบียบการใช้งานช่องสัญญาณที่ออกอากาศในระบบความคมชัดสูง (เอชดี) บนดาวเทียมไทยคมดวงต่าง ๆ เพื่อหาพื้นที่ว่างรองรับการส่งสัญญาณออกอากาศทีวีดิจิตอลในระบบเอชดีผ่านทีวีดาวเทียมทุกโครงข่าย เพื่อให้ประชาชนที่รับชมผ่านดาวเทียมและเคเบิลรับชมระบบเอชดีได้.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยคมเผยทีวีดาวเทียม-เคเบิลครองพื้นที่มากกว่า

  • จะยื้อการขึ้นราคาแอลพีจี ไปถึงไหน? – พลังงานรอบทิศ

    จะยื้อการขึ้นราคาแอลพีจี ไปถึงไหน? – พลังงานรอบทิศ

    ข้อโต้แย้งของฝ่ายที่คัดค้านการขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (LPG) ในภาคครัวเรือนและขนส่งที่ใช้อ้างมาตลอดก็คือภาคปิโตรเคมีมาแย่งก๊าซประชาชนใช้ ทำให้ประชาชนต้องไปใช้ก๊าซนำเข้าจากตลาดโลกที่มีราคาแพง ถ้าให้ภาคปิโตรเคมีเปลี่ยนไปใช้ก๊าซนำเข้าแทนประชาชนก็จะได้ใช้ก๊าซถูก ๆ จากโรงแยกก๊าซ โดยไม่ต้องขึ้นราคา คำกล่าวหรือข้อโต้แย้งดังกล่าวนี้ฟังดูดีน่าเชื่อถือและสามารถชักจูงใจให้ประชาชนที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของข้อมูลด้านพลังงานเห็นคล้อยตามได้เป็นจำนวนมากแต่ผมจะบอกให้ว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง! วันนี้เราไม่ต้องไปพูดถึงภาคปิโตรเคมีมาแย่งก๊าซประชาชนใช้ก็ได้ไม่ต้องไปพูดถึงราคาก๊าซนำเข้าที่สูงถึง 800-900 $/ตัน ก็ได้ เรามาพูดกันแค่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่เอามาใช้เป็นวัตถุดิบป้อนโรงแยกก๊าซแล้วผลิตออกมาเป็นก๊าซแอลพีจีให้เราได้ใช้กันทุกวันนี้ก็พอ เมื่อปีพ.ศ.  2547 ราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (ราคา ณ ปากหลุม) อยู่ที่ 236 $/ตัน ตอนนั้นรัฐบาลตั้งราคาขายแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซที่ 333 $/ตัน เวลาผ่านไปสิบปี ปีนี้ พ.ศ. 2557 ราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย (ราคา ณ ปากหลุม) ขึ้นมาอยู่ที่ 360 $/ตัน (ตามสูตรราคาซื้อขายที่อิงราคาน้ำมันเตาและอัตราเงินเฟ้อ)แต่ราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซยังอยู่ที่ 333 $/ตันเหมือนเดิม ดูตัวเลขแค่นี้เด็กป.สี่ก็วิเคราะห์ได้ว่า โรงแยกก๊าซขาดทุนแน่นอนเพราะต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปที่ผลิตได้ นอกจากนั้น ต้นทุนวัตถุดิบ (ก๊าซธรรม ชาติ) ที่ว่า ยังไม่รวมค่าผ่านท่อจากปากหลุมมาถึงโรงแยกก๊าซและยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในกระบวนการผลิตของโรงแยกก๊าซอีกด้วย ซึ่งถ้ารวมทั้งหมดแล้วต้นทุนที่แท้จริงของโรงแยกก๊าซจะอยู่ที่ 555 $/ตัน (ตามผลการศึกษาของสถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย-PTIT) ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัยว่าในเมื่อต้นทุนโรงแยกก๊าซสูงแต่ต้องมาขายในราคาต่ำตามที่รัฐบาลกำหนดนับเป็นสิบปีอย่างนี้รัฐบาลได้นำเงินมาอุดหนุนโรงแยกก๊าซให้อยู่ได้บ้างหรือไม่ถ้าไม่ได้อุดหนุนโรงแยกก๊าซอยู่ได้อย่างไร คำตอบก็คือโรงแยกก๊าซไม่ได้รับเงินอุดหนุนใด ๆ จากรัฐบาลเลย แต่โรงแยกก๊าซอยู่ได้จากการขายก๊าซในราคาที่สูงกว่า (590 $/ตัน) ให้กับภาคปิโตรเคมี เมื่อนำมาเฉลี่ยกับภาคครัวเรือนก็แค่ทำให้พออยู่ได้เท่านั้น ดังนั้นถ้าปฏิบัติตามข้อเสนอของฝ่ายที่คัดค้านการขึ้นราคาก๊าซแอลพีจีโดยการให้ภาคปิโตรเคมีไปใช้ก๊าซนำเข้าแล้วให้ประชาชนมาใช้ก๊าซจากโรงแยกก๊าซทั้งหมด โรงแยกก๊าซก็จะอยู่ไม่ได้รัฐบาลก็ต้องปรับราคาแอลพีจีหน้าโรงแยกก๊าซขึ้นไปจาก 333 $/ตันเป็น อย่างน้อย 555 $/ตัน อยู่ดี ซึ่งจะมีผลให้ราคาขายปลีกก๊าซแอลพีจีขึ้นไปอีกก.ก.ละ 7 บาท ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพราะทุกวันนี้รัฐบาลไปตรึงราคาขายหน้าโรงแยกก๊าซให้ต่ำกว่าต้นทุนที่แท้จริงนั่นเองไม่ได้มีอะไรไปเกี่ยว ข้องกับเรื่องการแย่งใช้ก๊าซของภาคปิโตรเคมีหรือราคาก๊าซในตลาดโลกอย่างที่มีผู้พยายามบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิดกันแต่อย่างใด ผมจึงไม่เข้าใจว่าจะพยายามยื้อการขึ้นราคาแอลพีจีกันไปถึงไหนทั้ง ๆ ที่เห็นกันอยู่ว่า ทุกวันนี้ก็ขายต่ำกว่าต้นทุนกันอยู่แล้ว!!!.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จะยื้อการขึ้นราคาแอลพีจี ไปถึงไหน? – พลังงานรอบทิศ

  • ดึงข้าวเน่าแสนตันทำเอทานอล

    ดึงข้าวเน่าแสนตันทำเอทานอล

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ได้หารืออย่างไม่เป็นทางการกับคณะกรรมการ ปตท. โดยมีความเห็นว่า มีความเป็นไปได้ที่ ปตท.จะรับซื้อข้าวเสื่อมคุณภาพ (ข่าวเน่า) ที่อยู่ในสต็อก โครงการรับจำนำข้าว ประมาณ 100,000 ตัน เพื่อนำไปใช้ผลิตเป็นเอทานอล โดย ปตท.ยืนยันว่า กระบวนการผลิต เครื่องจักรที่มีอยู่สามารถรองรับได้ แต่ในหลักการว่าจะซื้อขายรูปแบบใด ราคาเท่าไหร่นั้นจะต้องมีการหารืออีกครั้ง“การขายข้าวให้กับ ปตท.นั้นดำเนินการได้เลย เพราะข้าวที่เสื่อสภาพ ก็มาใช้บริโภคไม่ได้ จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าโกดัง ค่ารักษา โดยใช่เหตุ ซึ่งผมเป็นบอร์ด ปตท.สามารถหารือเรื่องนี้ในที่ประชุมได้ทุกเดือนอยู่แล้ว”ทั้งนี้ หลักการขายข้าวให้กับ ปตท. กระทรวงการคลัง จะต้องมีการหารือกับ คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ว่าจะดำเนินการในลักษณะใด และต้องฟังความเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วย ส่วนจะขายข้าวที่อยู่ในสต็อกทั้งหมด หรือขายมากกว่าที่คาดไว้หรือไม่ ยังไม่มีความเห็น และการขายข้าวจะไม่ซ้ำซ้อนในส่วนพิจารณาคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปรามปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาอยู่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงข้าวเน่าแสนตันทำเอทานอล