วันที่ 31 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:23 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยคงที่จากเดิม ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขาย 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาท เวลา 09:23 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง31ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,050บาท
Blog
-

ราคาทอง31ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,050บาท
Facebook Comments -

รู้จักราแมลงผ่านแอพ Thai-Fungi – ฉลาดคิด
เพิ่มความรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ ให้กับคนไทย โดยเฉพาะเรื่อง “ราแมลง” ที่ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในแหล่งที่มีความหลากหลายมากแห่งหนึ่งของโลก แม้ว่า “รา” จะเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตในระบบนิเวศ เพราะส่วนใหญ่ทำหน้าที่เป็นผู้ย่อยสลายอินทรีย์สาร แต่ก็ยังมีราชนิดหนึ่งที่ทำลายและก่อโรคในสัตว์ขนาดเล็กเช่นแมลงและแมง ซึ่งเรียกว่า “ราแมลง” นั่นเอง คณะนักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้มีการออกสำรวจข้อมูลความหลากหลายของราแมลงในเขตอุทยานแห่งชาติและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทั่วประเทศไทยมากว่า 20 ปี “ดร.เจนนิเฟอร์ เหลืองสอาด” หัวหน้าห้องปฏิบัติการปฏิสัมพันธ์ของจุลินทรีย์ ไบโอเทค บอกว่า ที่ผ่านมา ทีมวิจัยไบโอเทคมีการค้นพบราแมลงในประเทศไทยกว่า 400 ชนิด เป็นราแมลงสายพันธุ์ใหม่ที่สำรวจพบครั้งแรกของโลกในประเทศไทยและรายงานไปแล้วจำนวน 24 ชนิด โดยราแมลงนั้นสามารถพบได้ตั้งแต่พื้นที่ในระดับน้ำทะเล เช่น ป่าพรุราบต่ำ จังหวัดนราธิวาส ไปจนถึงพื้นที่ที่มีระดับสูงสุดในประเทศไทยเช่น ที่ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะของราแมลง ก็คือ การงอกเส้นใยแทงผ่านผนังลำตัวแมลง และใช้แมลงเป็นแหล่งอาหาร หลังจากนั้นราจะพัฒนาโครงสร้างที่ใช้ในการแพร่กระจายสปอร์ งอกออกมาจากตัวแมลงเพื่อแพร่พันธุ์ต่อไปอย่างเช่น ราแมลงบนดินที่พบระบาดในประเทศไทย และมีผู้คนเก็บไปขายเพราะเห็นว่าเป็นของประหลาด เหมือนจักจั่นมีเขา แล้วเรียกกันว่า ว่านจักจั่น ซึ่งแท้จริงแล้วคือ ราแมลงที่ก่อโรคบนจักจั่นนั่นเอง ราแมลงใช่ว่ามีแต่โทษเท่านั้น จากผลการวิจัยพบว่าราแมลงบางชนิดมีคุณสมบัติในการสร้างสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพระดับห้องปฏิบัติการ สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายด้านทั้งด้านการเกษตรและอุตสาหกรรม ปัจจุบัน ไบโอเทคมีฐานข้อมูลวิจัยด้านราแมลงที่เก็บมากว่า 20 ปี และได้เผยแพร่ผ่านทางหนังสือแอทลาส ออฟ ฟังไจ (Atlas of Fungi ) ตั้งแต่ ฉบับที่ 1- 4 ล่าสุดเพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงความรู้ด้านราแมลง ให้ง่ายและสะดวกขึ้น ไบโอเทค ได้พัฒนาแอพพลิเคชั่น ไทย-ฟังไจ ( Thai-Fungi ) ราแมลง ขึ้น “ดร.สุภาวดี อิงศรีสว่าง” หัวหน้าห้องปฏิบัติการอินฟอร์เมชั่น ซิสเต็มส์ (Information Systems) ไบโอเทค บอกว่า พัฒนาแอพพลิเคชั่นไทย-ฟังไจ ขึ้น เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนรู้ความหลากหลายของราในประเทศไทย โดยรวบรวมข้อมูลราแมลงไว้ในแอพพลิเคชั่นนี้กว่า 100 ชนิด แสดงตัวอย่างราแมลง ระบุชื่อวิทยาศาสตร์ และลักษณะสัณฐานวิทยาของราแมลงแต่ละชนิดที่สำรวจพบในประเทศไทย ซึ่งนอกจากราแมลงแล้ว ต่อไปในอนาคตคาดว่าจะมีการเพิ่มข้อมูลของราชนิดอื่นเข้าไปเพิ่มเติมอีกด้วย สำหรับการนำราแมลงไปใช้ประโยชน์ ดร.เจนนิเฟอร์ บอกว่า ส่วนใหญ่มีการนำไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร ในการปราบศัตรูพืช ทดแทนการใช้สารเคมี บางชนิดนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม โดยใช้ในการสร้างและผลิตพลังงานทดแทนที่มีราคาต่ำ ปัจจุบัน ไบโอเทคอยู่ระหว่างการศึกษาจีโนมราแมลงบนมด ซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนพฤติกรรมทำให้มดเดินขึ้นที่สูงเช่น ต้นไม้ ซึ่งจะต้องมีการศึกษาต่อว่ายีนของราแมลงรวมถึงมด มีผลต่อพฤติกรรมนี้อย่างไร และมีกลไกการทำงานอย่างไรบ้าง การศึกษานี้ในอนาคต อาจนำไปสู่การศึกษาสารที่มีผลต่อระบบเซลล์ประสาทต่าง ๆ ได้ อย่างไรก็ดีแอพพลิเคชั่น ไทย-ฟังไจ จะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานประชุมราวิทยานานาชาติ (The 10th International Mycological Congress) หรือ IMC10 ซึ่งปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน โดยเปิดให้ประชาชนเข้าชมนิทรรศการฟรีที่ ฮอลล์ เอ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันที่ 4-8 สิงหาคม 2557 เวลา 09.00-18.00 น. แอพนี้ นอกจากจะให้ความรู้ด้านราแมลงแล้ว ยังมีส่วนของการถามตอบ หากพบราที่ไม่รู้จัก สามารถถ่ายภาพแล้วส่งเข้ามาเพื่อให้นักวิจัยช่วยตอบได้ทันที ไม่แน่ …ภาคประชาชนอย่างเรา ๆ อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ของโลกก็ได้!!!. นาตยา คชินทร nattayap.k@gmail.com
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รู้จักราแมลงผ่านแอพ Thai-Fungi – ฉลาดคิดFacebook Comments -

เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (2) – โลกาภิวัตน์
แจ๊คหม่า มักจะมีความคิดอะไรแปลกๆ นอกกรอบที่จะสร้างตลาดและผลิตภัณฑ์ใหม่ด้วยการนำจินตนาการอุตสาหกรรมเก่ามาสร้างเป็นธุรกิจใหม่ เช่น กรณีการค้าปลีกและการเงินมาร่วมกันเพื่อให้เกิดธุรกิจใหม่ด้วยระบบไอทีทันสมัย อาลีบาบาและคุณแจ๊คหม่าเองทำให้รัฐวิสาหกิจของจีนได้ไหวหวั่นเหมือนกันในฐานะบริษัทเอกชนจีนขนาดยักษ์ที่มีการลงทุนทั้งด้านการธนาคาร การเงินและการสื่อสารโทรคมนาคมด้วยโทรศัพท์เคลื่อนที่ และก็ยังเคลื่อนตัวเข้าสู่ธุรกิจห้างดีพาร์ตเมนต์สโตร์และการผลิตภาพยนตร์ คุณแจ๊คหม่าเองก็มีความเฉลียวฉลาด และมีความกล้าหาญที่จะแหวกกฎเกณฑ์เก่า ๆ ด้วยการกล้าขอการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน“นวัตกรรมในหลายอุตสาหกรรมมาจากคนนอก” แจ๊คหม่าได้เขียนบทความแสดงความคิดเห็นของเขาลงในหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี่ออกเผยแพร่โดยรัฐบาลจีนและพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน คนนอกนั้นหมายถึงเอกชนซึ่งก็เป็นการผลักดันให้ภาคเอกชนนั้นมีบทบาทในอุตสาหกรรมของจีน และก็ต้องทำให้ระบบธนาคารของประเทศจีนต้องพึ่งและเข้ามาช่วยสนับสนุนภาคเอกชนของคุณหม่า และในการตีพิมพ์บทความของหม่านั้นก็ตรงจังหวะช่วงที่ทางอาลีบาบาได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่นั้นคือธุรกิจการจ่ายเงินผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งเป็นตลาดเงินที่ดอกเบี้ยสูง แค่เพียงไม่กี่เดือนปรากฏว่ามีผู้เข้าลงทะเบียนใช้บริการมากถึง 81 ล้านคนและยังมีมูลค่าทรัพย์สินที่ผ่านระบบออนไลน์ถึง 1.2 ล้านล้านบาท ตอนช่วงที่เขาดิ้นรนเพื่อขอการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนก็ถือว่าท้าทายมากโดยที่คุณแจ๊คหม่าได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวอเมริกันว่า “คุณพ่อผมบอกว่า ถ้าหากเรื่องนี้เกิดเมื่อ 30 ปีก่อนในประเทศจีน ผมน่าจะถูกติดคุก เพราะความคิดผมเป็นอันตรายมาก” คุณพอร์ทเตอร์ อีริสแมน คนอเมริกันที่พูดภาษาจีนได้ดีมากและก็เคยทำงานให้กับแจ๊คหม่าในช่วงปี ค.ศ. 2000 – ค.ศ. 2008 ที่กรุงปักกิ่งได้เล่าให้ฟังว่า ในช่วงกลางปีทศวรรษ 1990 นั้น หม่าได้ลงไม้ลงมือเข้าไปขอร้องทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายหน่วยงานมาก ติดดินด้วยการสวมชุดกรรมกรนี่แหละ พร้อมทั้งมีแล็ปท็อปประจำกายและอธิบายให้เจ้าหน้าที่ของรัฐต่าง ๆ ได้เข้าใจว่าธุรกิจที่เขาคิดทำคืออะไร ต้องการการสนับสนุนอย่างไร ในช่วงนั้นเขาพยายามมากโดยอธิบายว่า “ ปัจจุบัน (สมัยนี้) คนต่างชาติในประเทศอื่น ๆ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะที่ไหนก็ได้เพื่อค้นหาและซื้อสินค้าได้จากทั่วโลก ยกเว้นจีน พวกเขาสามารถที่จะสั่งซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตได้โดยตรงจากไต้หวัน ฮ่องกง และสิงคโปร์ แต่จากในประเทศจีนเองไม่มีเลย” “ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าหน้าที่รัฐบาลจะให้การสนับสนุน” แต่เขาก็ได้รับการบอกปัดก็เลยทำให้แจ๊คหม่าล้มเลิกเว็บภาษาจีนไปในปี ค.ศ.1997 และเขาก็มาเริ่มงานใหม่โดยทำงานกับกระทรวงพาณิชย์ของประเทศจีน เพื่อช่วยสร้างเว็บไซต์เมื่ออยู่ได้2 ปี ในปี ค.ศ. 1999 เขาก็ลาออกมาตั้งบริษัทอาลีบาบา ในระยะเริ่มแรกบริษัทอาลีบาบาดอทคอม (Alibaba.com) ได้ประกอบธุรกิจอินเทอร์เน็ตระหว่างภาคธุรกิจต่อภาคธุรกิจโดยเชื่อมต่อระหว่างผู้ส่งออกของจีนและผู้ซื้อสินค้าในต่างประเทศ ว่ากันไปแล้วคุณแจ๊คหม่าก็มีความฝันที่ดีเลยพร้อมต่อสู้ จนกระทั่งก่อตั้งบริษัทอาลีบาบาได้แบบค่อยเป็นค่อยไปก่อน. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เจ้าพ่อไอทีเอเชีย (2) – โลกาภิวัตน์Facebook Comments