วันนี้ (30ก.ค. 2557 )ที่จัตุรัสจามจุรี กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีโดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) แถลงข่าวจัดงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติประจำปี2557” โดย รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่ากระทรวงฯ ได้จัดมหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขึ้นเนื่องในสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ เพื่อเทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว“พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย” และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช “พระบิดาแห่งเทคโนโลยีของไทย”และ ”พระบิดาแห่งนวัตกรรมไทย” โดยถือเป็นกิจกรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งปีระดับประเทศและระดับภูมิภาคเอเชียทั้งในด้านการแสดงความก้าวหน้าศักยภาพทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่ทันสมัยรวมถึงศักยภาพของนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ไทย ที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมไปใช้ในการเพิ่มมูลค่าผลผลิตและพัฒนาเศรษฐกิจ ทั้งนี้งานดังกล่าวได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่9 ซึ่งทุกปีมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานมากกว่า 1ล้านคน และในปีนี้ กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ มีแนวคิดกระจายโอกาสให้เยาวชนนักเรียนภาคเหนือสามารถเข้าชมงานได้อย่างเต็มที่ จึงได้จัดงานมหกรรมวิทยาศาสตร์ฯ ขึ้น ที่จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งถือเป็นการจัดงานในต่างจังหวัดเป็นครั้งแรก โดยจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “จุดประกายความคิดพัฒนาชีวิตด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 7กระทรวง 5 ประเทศ มากกว่า 100หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชน สำหรับไฮไลต์ที่จะนำมาแสดง คือ นิทรรศการยุคน้ำแข็ง ที่จะนำสัตว์ดึกดำบรรพ์ 6 ชนิดมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย คือ ช้างแมมมอธ ขนปุย ขนาดความสูง 4เมตร ยาว 5 เมตร เหมือนจริงเคลื่อนไหวได้ ตัวมาครอคีเนียหรือ ตัวยาม่าใหญ่ ลำตัวมีขนาดเล็กกว่าอูฐปัจจุบัน จัดเป็นสัตว์ในกลุ่ม “สัตว์กีบส้นเรียบ” ชนิดสุดท้ายที่เหลือรอดในทวีปอเมริกาใต้ ช้างมาสโตดอน น้ำหนักเกือบ 4ตัน เสือเขี้ยวดาบ “สไมโลดอน”สัตว์ในวงศ์แมวป่าที่มีขนาดใกล้เคียงกับสิงโต หมียุคน้ำแข็ง –พาราร์คโตเธเรียมสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ที่อพยพจากทวีปอเมริกาเหนือสู่ทวีปอเมริกาใต้ ม้าอเมริกาใต้ –ฮิปปิเดียน และจะมีการนำโครงกระดูกไดโนเสาร์ ความยาวกว่า 36เมตร สูง 7 เมตรมาจัดแสดงอีกด้วย ด้านนายสาคร ชนะไพฑูรย์ รองผู้อำนวยการรักษาการแทนผู้อำนวยการอพวช. ในฐานะผู้ดำเนินการจัดงานครั้งนี้กล่าวว่า ปีนี้ได้เตรียมความพร้อมและความพิเศษทุกๆด้านเพื่อรองรับผู้เข้าชมจำนวนมากทั้งความยิ่งใหญ่ของนิทรรศการเทิดพระเกียรติ การแสดงนวัตกรรมล้ำยุค และการร่วมฉลองวาระสำคัญทางวิทยาศาสตร์ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ปีนี้เป็นปีสากลแห่งผลึกศาสตร์ (International Year ofCrystallography : IYCT) และปีสากลแห่งเกษตรกรรมแบบครอบครัว (InternationalYear of Family Farming : IYFF) มีกิจกรรมและการทดลองทางวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอาทิ นิทรรศการคณิตศาสตร์ นิทรรศการจากสมุนไพรในบ้านสู่อาหารไทย การแสดงนวัตกรรมโดมเปลือกหอยและมหกรรมรวมกล้องโทรทรรศน์ที่อลังการที่สุดในประเทศและชมต้นแบบการบริหารจัดการน้ำในชุมชน นอกจากนี้ยังได้ดึง หนุ่มเก้า – จิรายุละอองมณี และ สาวมิ้นต์ – ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง สองดาราวัยรุ่นชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ของงาน สำหรับนักเรียนนักศึกษาและประชาชนทั่วไปที่สนใจ สามารถเข้าชมงาน “มหกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ2557” ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ระหว่างวันที่ 12- 28 สิงหาคม 2557 เวลา09.00 – 20.00 น. ณศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ ดูรายละเอียดงานได้ที่ www.nsm.or.th/nst2014
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชม “แมมมอธ”สัตว์ดึกดำบรรพ์ ในมหกรรมวิทย์ปีนี้ที่เชียงใหม่
Blog
-

ชม “แมมมอธ”สัตว์ดึกดำบรรพ์ ในมหกรรมวิทย์ปีนี้ที่เชียงใหม่
Facebook Comments -

กลุ่มนักลงทุน เท 20 ล้าน หนุนแอพ“ถามครู”ลุยตลาดตปท.
วันนี้(30 ก.ค.)ที่โรงแรมปทุมวันปริ๊นเซส นายวิชานน์ มานะวาณิชเจริญ ประธานกรรมการบริหารแ อพพลิเคชั่นถามครู(Taamkru) เปิดเผยทางทีมได้รับเงินลงทุนจำนวน20 ล้านบาท จากกลุ่มนักลงทุนจากต่างประเทศ ประกอบด้วย500 startups ,M&S Partners ,IMJ investment Partners ,Ookbee และ Red Dot Ventures ซึ่งเป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อนำแอพพลิเคชั่นถามครู ซึ่งเป็นคลังข้อสอบสำหรับเด็กอนุบาลไปทำตลาดในต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศในอาเซียน อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงการขยายทีมงานเพื่อพัฒนาคอนเทนต์ให้เพิ่มมากขึ้น “ปัจจุบันถามครูมีทีมงานทั้งหมด7 คน เมื่อได้เงินลงทุนมาแล้วจะเพิ่มทีมงานทั้งในส่วนของโปรแกรมเมอร์ทีม การตลาด เพื่อรุกตลาดอย่างเต็มที่ โดยปัจจุบันมีข้อสอบหลักแสนข้อและมีการพัฒนาข้อสอบใหม่ๆมากกว่าวันละ 100 ข้อ ถือว่าเป็นคลังข้อสอบสำหรับเด็กอนุบาลที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียซึ่งได้ตังเป้าหมายว่าเมื่อถึงสิ้นปีจะมีข้อสอบมากกว่า 1 ล้านข้อ ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลก” นายวิชานน์กล่าวต่อว่า ทางทีมยังได้คุณกระทิง เรืองโรจน์ พูนผลผู้อำนวยการร่วมฏครงการผู้สร้างเครือข่ายสตาร์ทอัพประเทศไทย เข้ามาเป็นที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการซึ่งจะสามารถช่วยเสริมในการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ปกครองจากทั่วโลกเข้ามาดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นถามครูได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่มีผู้ดาวน์โหลดไปแล้วประมาณ 1.2 แสน และเมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วภายใน 3 เดือน จะสามารถเริ่มมีรายได้เข้ามาอย่างแน่นอน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กลุ่มนักลงทุน เท 20 ล้าน หนุนแอพ“ถามครู”ลุยตลาดตปท.Facebook Comments -

เสวนาเลื่อน4 จี ใครได้ใครเสียผลประโยชน์
วันนี้ (30ก.ค.) ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ท่าพระจันทร์ โครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม(NBTC Policy Watch ) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย(สกว.) เสวนาเรื่อง " การเลื่อน-เลิกประมูล 4 จี ใครได้ -ใครเสีย : รัฐ ผู้ประกอบการ ประชาชน ? จากกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ได้สั่งชะลอการประมูลคลื่นความถี่ย่าน 1800 เมกะเฮิร์ตซ สำหรับให้บริการ 4 จี ออกไปเป็นระยะเวลา 1 ปี พร้อมทั้งให้คงมาตรการเยียวยาดูแลลูกค้าไปจนกว่าการจะมีการประมูลใหม่ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้ใช้บริการสาธารณะนางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า จากการเลื่อนประมูลครั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก กสทช. ที่มีความล่าช้าในการนำคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ โดยกสทช. ควรเร่งดำเนินการประมูลก่อนที่ อายุสัญญาสัมปทานก่อนวันที่ 15 ก.ย.56 จึงประกาศเกี่ยวกับมาตรการเยียวยาลูกค้าในระบบให้มีการใช้บริการต่อเนื่องอีก1ปี จึงไม่ต่างจากการขยายอายุสัญญาสัมปทานออกไป อีก 1 ปี ซึ่งส่งผลให้บริษัท ทรูมูฟ และ บริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี ) ได้รับผลประโยชน์กว่า 6,800 ล้านบาท โดยจากนี้ต้องพิจารณาการโอนย้ายลูกค้าออกจากระบบให้ง่ายและสะดวกต่อผู้บริโภค รวมถึงการเร่งประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนลูกค้าในระบบเช่นกันนายธีระ กนกกาญจนรัตน์ นักวิเคราะห์อาวุโสด้านไอซีที บริษัท ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน เปิดเผยว่า การเลื่อนประมูล 4 จี ครั้งนี้ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของธุรกิจ การแข่งขัน รวมถึงการลงทุนด้านโทรคมนาคม ส่งผลต่อการจ้างงานในอุตสาหกรรม และผู้ประกอบการโทรคมนาคมถูกผลกระทบ เนื่องจากปัจจุบันผู้บริโภคมีความต้องการใช้งานด้านข้อมูลมากกว่าด้านเสียง แต่ในขณะเดียวกันการเลื่อนประมูลครั้งนี้ อาจจะช่วยส่งผลดีในแง่ของผู้ให้บริการมีเวลาพัฒนาเทคโนโลยีการลงทุน 4 จี ให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจาก 4 จี ถือว่าเป็นการเปิดทางสร้างโอกาสทางธุรกิจ โดยตัวอย่างในประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น เปิดให้บริการ 4 จี ผู้ใช้งานด้านข้อข้อมูลปรับสูงขึ้นเกือบเท่าตัว อาจช่วยเปิดประตูสร้างการพัฒนาด้านดร.พรเทพ เบญญาอภิกุล เปิดเผยว่า การจัดสรรคลื่นด้วยการประมูลถือว่าเป็นวิธีที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพที่สูงสุด เนื่องจากการประมูลเปิดให้มีการแข่งขันด้านราคา ซึ่งแสดงถึงความต้องการใช้คลื่นที่แท้จริงมากกว่าการจัดสรรคลื่นแบบวิธีคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสม (บิวตี้ คอนเทสต์) และการใช้รูปแบบบิวตี้ คอนเทสต์ มีความโปร่งใสน้อยกว่า อาจจะไม่มีความเป็นธรรมต่อการคัดเลือกใบอนุญาตประกอบกิจการ และเป็นการใช้ดุลยพินิจที่อาจเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ได้ง่าย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เสวนาเลื่อน4 จี ใครได้ใครเสียผลประโยชน์Facebook Comments