Blog

  • ขายเซตท็อปบ็อกซ์-มือถือราคาถูก กสทช.จัดให้ในงาน‘สื่อสารแห่งชาติ’

    ขายเซตท็อปบ็อกซ์-มือถือราคาถูก กสทช.จัดให้ในงาน‘สื่อสารแห่งชาติ’

    กสทช. ขนทัพกล่อง เซต ท็อป บ็อกซ์- มือถือ ราคาถูก หนุนให้ความรู้เทคโนโลยี วิวัฒนาการการสื่อสารไทย ในงาน “สื่อสารแห่งชาติ”ระหว่าง  2-4 ส.ค. นี้ นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) กล่าวว่า  กสทช.เชิญชวนให้ประชาชนเข้ามาเยี่ยมชมงานวัน “สื่อสารแห่งชาติ” หรือ NBTC EXPO THAILAND 2014 (NET 2014) ในระหว่างวันที่  2–4 ส.ค. 57 บริเวณพื้นที่สำนักงาน กสทช. ซอยพหลโยธิน 8 (สายลม) โดยร่วมกับกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ผู้ให้บริการกระจายเสียง โทรทัศน์ ซึ่งภายในงานจะจำหน่ายกล่องรับสัญญาณดิจิตอล หรือกล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ (ดีวีบี ที2) ในราคาเริ่มต้น 690 บาท และอุปกรณ์มือถือราคาถูกของผู้ให้บริการมือถือ ซึ่งจะช่วยสร้างการตื่นตัวให้แก่ประชาชนในเรื่องการเปลี่ยนผ่านทีวีอะนาล็อกไปสู่ดิจิตอล ขณะเดียวกันยังจัดแสดงศักยภาพด้านการสื่อสาร ประวัติการพัฒนาการอุตสาหกรรมที่มีความยาวนาน  การเผยแพร่ผลงาน ข้อมูล ข่าวสาร ความเคลื่อนไหวและนวัตกรรมที่สำคัญ โดยแบ่งพื้นที่การจัดนิทรรศการเป็น 3 โซนคือ โซนที่ 1 การแสดงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่  ผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิตอล โซนที่  2 นิทรรศการ ไฮไลต์ เทิดพระเกียรติ และนิทรรศการที่นำเสนอความเป็นมา ลำดับความสำคัญของการสื่อสาร อนาคตทิศทางการสื่อสารของประเทศไทย และโซนที่ 3 การนำเสนอผลิตภัณฑ์โทรศัพท์มือถือ กล่องเซต ท็อป บ็อกซ์ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม กสทช.ยังได้มีการนำเสนอ วิสัยทัศน์อนาคตประเทศในการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งประชาชนจะได้รับความรู้เรื่องการกำกับดูแลคลื่นความถี่เพื่อประโยชน์การใช้งานด้านการสื่อสาร การพัฒนาเทคโนโลยี  รวมถึงการเตรียมพร้อมการเข้าสู่เทคโนโลยี 4 จี แอลทีอี และการจัดการประมูลคลื่นความถี่ย่าน  1800 เมกะเฮิรตซ์ และ คลื่นความถี่ย่าน 900 เมกะเฮิรตซ์ในอนาคตด้วย.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขายเซตท็อปบ็อกซ์-มือถือราคาถูก กสทช.จัดให้ในงาน‘สื่อสารแห่งชาติ’

  • “ไดเมนชั่น ดาต้า” เผยผลประกอบการธุรกิจไร้สายโตขึ้น30%

    “ไดเมนชั่น ดาต้า” เผยผลประกอบการธุรกิจไร้สายโตขึ้น30%

    วันนี้(28 ก.ค.) นายเบรนท์ แองกัส ผู้จัดการทั่วไป ด้านระบบเครือข่าย บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า จากรายงาน Network Barometer Report 2014 ที่ผ่านมา ได้นำเสนอข้อมูลที่เก็บรวบรวมจากการประเมินการจัดการวงจรชีวิตของเทคโนโลยีของ บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า ได้แสดงให้เห็นว่า เอ็นเตอร์ไพรซ์ โมบิลิตี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่นำไปสู่การปฏิวัติด้านสถาปัตยกรรมเครือข่ายแบบสวิตชิ่ง จากโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้การการเชื่อมต่อผ่านสายได้ กลายมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้การเชื่อมต่อแบบไร้สายเป็นหลักทั้งนี้ในช่วง12เดือน ที่ผ่านมา บริษัทมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจไร้สายประมาณ 30% และในขณะนี้ พบว่ามีการอัพเกรดโครงสร้างพื้นฐานระบบสวิตชิ่ง เพื่อรองรับการเชื่อมต่อแบบระบบไร้สายด้วยเช่นกั นเห็นได้จากตัวอย่างเช่น สัดส่วนของGigabitAccess Switch Portเมื่อปีที่แล้วได้เพิ่มขึ้นจาก33%เป็น45%ของจำนวนพอร์ตทั้งหมดในขณะที่สัดส่วนของสวิตช์ที่รองรับการอัพลิงก์แบบ10 กิกะบิต ก็เพิ่มขึ้นจาก 11% เป็น 23% ด้วยเช่นกันสำหรับสัดส่วนของพอร์ตที่รองรับPowerover Ethernet (PoE)ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากจำนวนเกือบถึง50%ในปีที่แล้วเป็นมากกว่า50%ในปีนี้สำหรับข้อมูลที่น่าสนใจอีกประการก็คือมีการอัพเกรดสวิตช์เชื่อมต่อเป็นจำนวนมากทั้งๆที่อุปกรณ์ที่ติดตั้งใช้งานอยู่ภายในองค์กรยังมีอายุการใช้งานเหลืออยู่อีกหลายปีอย่างไรก็ตามแม้ว่าหลายองค์กรมีแนวโน้มที่จะยืดอายุการใช้งานเครือข่ายที่มีอยู่ออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายแต่องค์กรเหล่านั้นก็จะอัพเกรดเครือข่ายของตนเมื่อมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ฟีเจอร์ใหม่อย่างเร่งด่วน“หากองค์กรใดจำเป็นต้องขยายแบนด์วิธเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายให้ครอบคลุมทั่วทั้งองค์กรเพื่อรองรับอุปกรณ์เคลื่อนที่รุ่นใหม่ๆที่พนักงานนำมาใช้งานในที่ทำงานองค์กรแห่งนั้นก็จะต้องอัพเกรดอุปกรณ์เหล่านั้นก่อนกำหนด”นายเบรนท์แองกัส กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไดเมนชั่น ดาต้า” เผยผลประกอบการธุรกิจไร้สายโตขึ้น30%

  • คมนาคมตีกลับแผนกู้หนี้บินไทย รถไฟ

    คมนาคมตีกลับแผนกู้หนี้บินไทย รถไฟ

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยหลังประชุมแผนฟื้นฟูกิจการบริษัท การบินไทย จำกัด(มหาชน) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปการทำแผนกู้วิกฤตทั้ง 2 หน่วยงาน เพราะแผนของการบินไทยยังไม่ชัดเจนเรื่องการลดรายจ่ายและเพิ่มรายได้ขณะที่ ร.ฟ.ท.ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะใช้แนวทางใดล้างขาดทุนสะสม การบริหารที่ดิน รวมถึงการชำระหนี้บำนาญที่การรถไฟฯต้องรับภาระไปอีก30 ปี วงเงิน 60,000 ล้านบาท ดังนั้นจึงจะขอกระทรวงการคลัง ยืดเวลาส่งแผนฟื้นฟูวิกฤตทั้ง2 รัฐวิสาหกิจใหญ่ จากสัปดาห์นี้ไปเป็นสัปดาห์หน้าแทน “ทั้ง 2 หน่วยงานมีปัญหาขาดทุนมากที่สุดจึงต้องเร่งพิจารณาก่อน เพื่อเร่งให้เสร็จภายใน 15 วันตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.)กำหนดไว้เบื้องต้นได้สั่งการให้การบินไทยกลับไปจัดทำรายละเอียดเพิ่มให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงรายได้ลดลง รวมถึงสถานการณ์การแข่งขันกับคู่แข่ง โดยให้เสนอกลับมาอีกครั้งวันที่ 30ก.ค.นี้  ก่อนเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(คนร.)หรือซูเปอร์บอร์ดต่อ” ทั้งนี้การทำแผนของการบินไทยต้องฉายภาพให้ชัดเจนกว่านี้ จึงจำเป็นต้องหารือร่วมกันอีกรอบต้องนำแผนยุทธศาสตร์ที่มีให้สอดรับกับแผนฟื้นฟูทั้งด้านการบริหารจัดการ บุคคลการให้บริการ การเงิน ซึ่งต้องแยกออกเป็นหมวดๆให้ชัดว่าเป็นอย่างไร  แต่แม้การบินไทยจะขาดทุนอยู่ แต่ก็ถือเป็นองค์กรมีศักยภาพเพราะมีทรัพย์สินถึง3 แสนล้านบาทสูงกว่าหนี้ นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า ได้ให้ ร.ฟ.ท.ไปทำสรุปแยกรายละเอียดหนี้สะสม109,317ล้านบาท ในส่วนที่รัฐจะต้องรับภาระและส่วนที่ ร.ฟ.ท.ต้องรับผิดชอบ  เพื่อสรุปให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาวันที่ 1 ส.ค. นี้ก่อนที่จะนำเสนอ สคร. ส่วนแผนการปรับโครงสร้าง ร.ฟ.ท. จากเดิมกำหนดขยายรถไฟทางคู่การจัดหารขบวนรถ หัวรถจักรและระบบอาณัติสัญญาณให้ได้ปี 53 – 57 แต่ปรากฏว่าการดำเนินงานไม่มีความคืบหน้าจึงต้องปรับเป็นแผนดำเนินการปี57–60ทำให้ตั้งแต่ปี 60 เป็นต้นไป จะเป็นช่วงที่ ร.ฟ.ท.เริ่มหารายได้เดินรถได้อย่างเต็มที่  แต่ช่วงรอยต่อปี 57-60จะต้องทำแผนเพิ่มว่าจะบริหารจัดการอย่างไร ส่วนการพัฒนาที่ดินตอนนี้มีที่ดินที่ใจกลางเมือง3 แปลง ได้แก่ ย่านมักกะสัน ย่านพหลโยธิน และสถานีแม่น้ำ  และพื้นที่ในต่างจังหวัดอีก 11 แปลง  จะต้องไปพิจารณาในการสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้น รวมทั้งหาข้อสรุปว่าจะนำที่ดินไปให้กรมธนารักษ์ไปบริหารแทนเพื่อล้างหนี้สินสะสมที่มีอยู่ หรือจะเลือกบริหารเอง ขณะที่ภาระเงินบำนาญที่ร.ฟ.ท. ต้องรับภาระปีละ 3,000 บาทไปจนถึงปี 90 ให้ฝ่ายบริหารไปหาทางแก้ไข เช่น อาจเข้าร่วมกับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) หรือส่วนอื่นๆเพื่อลดภาระ ด้านนายวิโรจน์ เตรียมพงศ์พันธ์ รองผู้ว่า รฟท. กล่าวว่า หากมีการแบ่งแยกหนี้ของ ร.ฟ.ท.สรุปจะเหลือหนี้ที่รฟท.ต้องรับภาระจริงแค่ 20,000 ล้านบาท เพราะในกรอบหลักเงินลงทุนทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและขาดทุนจากการดำเนินงานรัฐจะต้องรับภาระ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมตีกลับแผนกู้หนี้บินไทย รถไฟ