Blog

  • โลตัสรุกอาหารพร้อมทาน

    โลตัสรุกอาหารพร้อมทาน

    นายกฤษฎา เตชะมนตรีกุล ผู้จัดการฝ่ายการพาณิชย์ ส่วนอาหารพร้อมทาน บริษัท เอก-ชัย ดีสทริบิวชั่น ซิสเทมจำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านสะดวกซื้อเทสโก้ โลตัสเอ็กซ์เพรส เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ว่าบริษัทจะให้ความสำคัญในการจำหน่ายอาหารพร้อมทานมากขึ้น เพื่อสอดรับกับไลฟ์ไสตล์คนยุคใหม่ที่มีความเร่งรีบจึงนิยมซื้ออาหารในร้านสะดวกซื้อและกระตุ้นการจับจ่ายให้เพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำสินค้าพร้อมทานเข้ามาจำหน่ายในร้านกว่า 1,400 แห่งทั่วประเทศ   ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับพันทมิตรกว่า 10บริษัท เช่น พรานทะเล, โออิชิเริ่มต้นนำสินค้าเข้ามาจำหน่ายมากกว่า 40 ชนิด นอกจากนี้ยังผลิตสินค้าเองภายใต้แบรนด์เทสโก้อิ่มๆกว่า 12 ชนิด และคาดว่าจะภายในสิ้นปีจะมีสินค้าจำหน่ายครบ 100 ชนิด อย่างแน่นอน ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายภายใน 3-5 ปี มีส่วนแบ่ง20% ในตลาดอาหารพร้อมทานในร้านค้าปลีกสมัยใหม่และมีสัดส่วนอาหารพร้อมทานเป็น 50%ของสินค้าที่จำหน่ายในร้านเทสโก้ โลตัสเอ็กซ์เพรสทั้งหมด ”ตลาดอาหารพร้อมทานมูลค่ากว่า 10,000 ล้าน และเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% มา3-5 ปีติดต่อกัน และมีแนวโน้มจะเติบโตดีต่อเนื่องไปอีก บริษัทจึงหันมารุกทำตลาดมากขึ้นพร้อมชูจุดเด่นในการเป็นอาหารดีต่อสุขภาพในราคาที่ถูก นอกจากนี้ยังเตรียมเพิ่มหลากหลายของอาหารมากขึ้นเรื่อยๆเพื่อสร้างความต่างดึงดูดลูกค้าด้วย” ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ซีพีออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น กล่าวว่า กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของร้านจะผลักดันให้อาหารพร้อมทานเป็นสินค้าเรือธงในการทำรายได้เนื่องจากสามารถทำกำไรได้ดีกว่าสินค้าอื่นๆ โดยปัจจุบันอาหารพร้อมทานมีสัดส่วน 73% ของอาหารทั้งหมด และบริษัทเป็นผู้นำในตลาดซึ่งอ้างอิงจากจำนวนสาขาที่มีอยู่มากกว่า 7,000แห่งทั่วประเทศ  อย่างไรก็ดีบริษัทไม่กังวลในการที่เทสโก้ฯเข้ามาทำตลาด แต่มองว่าจะช่วยส่งเสริมให้ตลาดมีการเติบโตดีขึ้น สร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบทุกรายมากกว่า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โลตัสรุกอาหารพร้อมทาน

  • คาดแผนพลังงานเสร็จใน 2 สัปดาห์

    คาดแผนพลังงานเสร็จใน 2 สัปดาห์

    พล.อ.อ.ประจินจั่นตองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกบง.ว่า ได้ส่งรายละเอียดแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงานให้พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา หัวหน้าคสช.เรียบร้อยแล้วคาดว่า จะพิจารณาแล้วเสร็จภายใน2 สัปดาห์จากนี้ ซึ่งจะทำให้ฐานะกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงดีขึ้นจากปัจจุบันฐานะติดลบประมาณ 8,800 ล้านบาท สำหรับการประชุมกบง.มีมติเห็นชอบให้จัดเก็บเงินดีเซลเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงในอัตราลิตรละ1 บาทจากเดิมที่ไม่ได้จัดเก็บเนื่องจากขณะนี้ค่าการตลาดดีเซลเฉลี่ยอยู่สูงถึงระดับ2.52 บาทต่อลิตร และเมื่อจัดเก็บเข้ากองทุนฯ1 บาทต่อลิตรแล้วจะทำให้ค่าการตลาดน้ำมันดีเซลอยู่ในระดับที่เหมาะสม คือประมาณ 1.50บาทต่อลิตรจะส่งผลให้มีรายได้จากการจัดเก็บเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ติดลบวันละ 27ล้านบาทเป็นรายได้เพิ่มวันละ 33ล้านบาท นายอารีพงศ์ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงานกล่าวว่า ภาพรวมการปรับโครงสร้างราคาพลังงานมีรายละเอียดอยู่ค่อนข้างมากจึงต้องใช้เวลารวบรวม คาดว่าคสช.จะพิจารณาได้ภายใน2 สัปดาห์นี้หลังจากที่มีการพิจารณาเรื่องดังกล่าวแล้วจะนำเข้าสู่คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.)เพื่อเห็นชอบต่อไปคาดว่า กพช.จะประชุมภายเดือนนี้ นายชวลิตพิชาลัย ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.)กล่าวว่าค่าการตลาดเบนซินเฉลี่ยปัจจุบันอยู่ที่ระดับลิตรละ1.50-1.60 บาทถือว่า เริ่มดีขึ้นจากช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากราคาน้ำมันตลาดโลกเริ่มปรับลดลงโดยระยะสั้นน้ำมันยังมีทิศทางลดลงอีกดังนั้นผู้ค้าน้ำมันไม่ได้แบกภาระแต่อย่างใดซึ่งหากน้ำมันโลกลดลง จะทำให้ค่าการตลาดของผู้ค้าสูงขึ้นได้อีก นายดุสิตเครืองาม นายกสมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย กล่าวว่า สมาคมฯเตรียมทำหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)และในฐานะประธานกพช.เพื่อให้พิจารณาเปิดเสนอรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย(โซลาร์รูฟท็อป)เพิ่มเติมให้เป็นไปตามเป้าหมาย100 เมกะวัตต์เนื่องจากการเปิดให้ยื่นครั้งที่ผ่านมามีผู้มายื่นผลิตไฟ52 เมกะวัตต์แต่ลงนามสัญญาจริงเพียง 20เมกะวัตต์เท่านั้น “โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีไม่ได้เป็นปัญหาอะไรแต่ที่ผ่านมาไม่เป็นไปตามเป้าหมายสว่นหนึ่งมาจากเหตุผลของการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานหรือรง.4ที่เป็นอุปสรรคแต่ล่าสุดทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานหรือเรกูเลเตอร์ได้ประกาศยกเว้นให้โซล่าร์รูฟไม่ต้องขอรง.4แล้ว”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คาดแผนพลังงานเสร็จใน 2 สัปดาห์

  • แต่งตั้งบอร์ด ทอท. ใหม่

    แต่งตั้งบอร์ด ทอท. ใหม่

    นายประสงค์ พูนธเนศ ประธานกรรมการบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน)หรือทอท.เปิดเผยว่าที่ประชุมมีมติแต่งตั้งพล.อ.ท.จอมรุ่งสว่าง และนายวราห์ทองประสินธุ์ ให้เป็นกรรมการทอท.แทนนายวิศณุทรัพย์สมพล และนายธานินทร์อังสุวรังสี ที่ลาออกไปโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.57เป็นต้นไปรวมทั้งยังให้นายธงทอง จันทรางศุ และนายนิรันดร์ธีรนาทสิน เป็นคณะกรรมการชุดย่อยเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของบอร์ดทอท.ทำให้สิ้นสุดจากการเป็นกรรมการอิสระ นอกจากนี้ยังยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย5ชุดที่มีมติจากที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่17มิ.ย.ทีผ่านมาและให้แต่งตั้งกรรมการชุดใหม่เข้าไปทำหน้าที่แทนมีตำแหน่งสำคัญ ประกอบด้วยให้นายนันทศักดิ์ พูลสุขเป็นประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประธานคณะกรรมการธรรมาภิบาลให้นายนิรันดร์ ธีรนาทสินเป็นประธานคณะกรรมการสรรหาให้พล.อ.อ.อารยะงามประมวญ เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดค่าตอบแทนและเป็นประธานคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง นายประสงค์กล่าวว่าที่ประชุมฯ ยังเห็นชอบให้ปรับปรุงสภาพพื้นผิวทางขับ(แท็กซี่เวย์)ของสนามบินสุวรรณภูมิขนาด7แสนตารางเมตรโดยจะปรับวัสดุการก่อสร้างการจากเดิมทำจากแอสฟัลท์(ยางมะตอย)มาใช้เป็นคอนกรีตโดยจะเป็นระยะยาวต่อเนื่อง3ปีตั้งแต่ปี 58-60วัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและทำให้พื้นผิวมีการใช้งานได้ตามมาตรฐานยิ่งขึ้น “ที่ผ่านมาสนามบินสุวรรณภูมิเปิดมา8ปีแล้วและมีการใช้งานพื้นผิวหนักมาตลอดทำให้พื้นที่ทางขับบางส่วนอาจชำรุดไปบ้างจึงต้องมีการปรับปรุงสภาพพื้นผิวที่ชำรุดให้ดีขึ้นเพราะบางแห่งเป็นหลุมเป็นบ่อบางแห่งก็มีน้ำขังอยู่ใต้พื้นผิวก็ต้องดูดน้ำออกซึ่งเรื่องพวกนี้มีความจำเป็นและใช้งบไม่มากปีละหลักร้อยล้านบาทเท่านั้น” รายงานข่าวแจ้งเพิ่มว่าสำหรับการปรับพื้นผิวสนามบินสุวรรณภูมิเป็นโครงการใหญ่ที่ใช้งบประมาณ3ปีกว่า 2,000ล้านบาทซึ่งจะมีการปรับปรุงวัสดุพื้นผิวทางขับใหม่เป็นคอนกรีตเนื่องจากพื้นผิวเดิมที่เป็นแอสฟัลท์ใช้งานหนักมา8ปี พื้นผิวหน้าจึงเริ่มร่อนประกอบกับทีมวิศวกรรมประเมินว่าหากเปลี่ยนมาใช้คอนกรีตในช่วงนี้จะคุ้มค่ากว่าแอสฟัลท์เพราะขณะนี้ราคาต้นทุนใกล้เคียงอีกทั้งยังมีอายุการใช้งานได้นานกว่า ส่วนโครงการพัฒนาสนามบินดอนเมืองระยะสอง เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารจาก18.5ล้านคนเป็น 30ล้านคนยังมีการปรับปรุงต่อเนื่องและคาดจะเสร็จทันกำหนดเวลาช่วงเดือนต.ค.นี้ทันรับฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะมาถึงแน่นอนส่วนโครงการลงทุนใหม่ของทอท.ทั้งโครงการก่อสร้างก่อสร้างสุวรรณภูมิระยะสองวงเงิน 60,000ล้านบาทและโครงการจ้างให้บริการระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้าของบริษัทอีก8,300ล้านบาทอยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)จึงยังไม่สามารถดำเนินการใดๆได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แต่งตั้งบอร์ด ทอท. ใหม่